ข่าว

'เฉลิม'แนะแก้รธน.ควรแก้เป็นรายมาตรา

'เฉลิม'แนะแก้รธน.ควรแก้เป็นรายมาตรา

30 ก.ค. 2555

'เฉลิม'แนะแก้รธน.ต้องใช้วิธีแก้เป็นรายมาตรา อ้างเหตุสามารถทำได้เร็ว ประกาศพร้อมเดินสาย ตจว.หาแนวร่วมทั่ว ปท. ประเดิมเหนือ ตามด้วยอีสาน และใต้ 'ณัฐวุฒิ'ชี้ ต้องคุยให้ตกผลึกก่อนเดินหน้าแก้ รธน. ด้าน'วิทยา' โยน 'สภา' หาทางออก แก้รธน.-พรบ.ปรองดอง

             เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ว่า ตนสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะจะดำเนินการได้เร็วกว่าการตั้ง สสร. ทั้งนี้ตนจะหาเวลาช่วงวันพฤหัสบดี- วันอาทิตย์ เปิดเวทีชี้แจงตามต่างจังหวัด โดยเน้นภาคเหนือ กับภาคอีสาน ส่วนภาคใต้ จะไปที่ จ.สงขลา และภูเก็ต เพื่อชี้แจงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะมีนายสุธรรม แสงปทุม และ นายอดิศร เพียงเกษ ร่วมเวทีด้วย 

            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายหลังมีการสัมมนาพรรคเพื่อไทยว่า ถือว่า ตกผลึกแล้วไม่ได้ตกแตกโดยบทสรุปเหลือแนวทางเดียวคือจะเป็นการแก้ไขรายมาตรา แต่ก็ยังมีคนคิดว่าอยากจะลงมติวาระ3ซึ่งก็เป็นสิทธิแต่วงในลึกๆแก้รายมาตรา ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโฟนอินมาระบุว่าอยากให้ทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนนั้นไม่ได้เป็นการระบุมอบหมายให้ตนทำ เพราะตนทำหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งตนและนายสุธรรม แสงประทุม และนายอดิศร เพียงเกษ เตรียมการกันแล้วว่าช่วงเย็นวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ ช่วงไหนว่างจะตระเวนต่างจังหวัด โดยยึดภาคอีสานและภาคเหนือเป็นหลัก ส่วนกทม.จะเอาลานคนเมืองเพื่อให้คนกทม.รับทราบข้อเท็จจริงบ้าง เชื่อว่าแรงเสียดทานและต่อต้านจะลดลงถ้าเขาเข้าใจ เพราะเรื่องยุ่งยากทั้งหมดมาจากการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 เท่านั้น
  
          เมื่อถามว่าภาคใต้จะลงไปหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ภาคใต้ไปก็ได้ประโยชน์น้อย เพราะเขาตกผลึกแล้ว แต่คงจะไปจังหวัดภูเก็ต และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะนายสุธรรมเป็นคนใต้
  
          ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สวมเสื้อแดงขึ้นเวทีปราศรัยจะเป็นการยั่วยุหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่แสดงความเห็น ซึ่งตนดูข่าวแล้ว ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์อาจจะอารมณ์เสีย เพราะคณะของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่แถลงข่าว จัดหนัก จัดเต็ม ก็เลยจะอารมณ์เสีย อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องมีการละลายสีหรือละลายพฤติกรรมอะไรทั้งนั้น
  
          “การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราจะสำเร็จเรียบร้อย ไม่มีปัญหาเพราะ เพราะมันชัด เขากลัวว่าจะไปตั้ง สสร. เขากลัวไปเองว่าจะแก้อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเรายืนยันแล้วใน มาตรา 291 ทับ11 กระทบสถาบันไม่ได้ เปลี่ยนแปลงการปกครองไม่ได้ ได้อำนาจมาโดยไม่เป็นบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ เขียนไว้ชัดแต่เขาไม่เข้าใจ เขาทำให้ไม่เข้าใจ เมื่อเขาไม่เข้าใจก็ลงเป็นรายมาตรา เช่น เลิกผู้ตรวจ วุฒิสภาต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ควบรวมศาล กกต.ต้องมาโดยรัฐสภา กกต.ต้องมีหน้าที่เลือกตั้งไม่มีหน้าที่ให้ใบแดงใบเหลือง และปปช.มาโดยรัฐสภา คดีความเหมือนเดิม และทั้งหมดอยู่ 4 ปี เอาเวลาของรัฐสภาเป็นหลัก ทำไมคุณ7 ทำไมคุณ 9 ไม่มีที่มา ทำไมต้องควบรวมศาล และพรรคเพื่อไทยได้อะไร ก็ทำให้มาตรฐานขึ้น พอมีคดีทีนึงก็เลือกมา 9 ท่านจากองค์ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พอตัดสินเสร็จก็จบไป พอมีคดีก็เลือกมา แล้วใครได้ประโยชน์หละ”รองนายกฯ กล่าว
  
          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภา เสนอให้ถอน พรบ.ปรองดอง ออกจากสภาว่า นี่ไม่ใช่จุดยืนของพรรคเพื่อไทย เพราะนายสมศักดิ์ไม่เคยเข้าพรรค เพราะตอนรับเลือกเป็นประธานสภาท่านบอกว่าเพื่อคงความเป็นกลางจะไม่เข้าประชุมพรรค เมื่อไม่เข้าประชุมท่านจึงไม่ทราบ เพราะเขายืนยันกันในพรรคเพื่อไทยแล้วว่าไม่ถอน

          ส่วนเป็นเพราะนายสมศักดิ์หนักใจที่จะต้องเดินเรื่องนี้ต่อนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า “ประธานต้องเหมือนพระ ต้องถือศีลเคร่งครัด จะไปถอนท่านเรื่องอะไร”
 
          เมื่อผู้สื่อข่าวชี้แจงว่าหมายความว่าหมายถึง นายสมศักดิ์ เคยถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายค้านมาแล้วนั้นเลยอยากจะถอน พรบ.ปรองดอง ออกหรือเปล่า รองนายกฯ กล่าวว่า หนักใจอะไร ก็คนเขายื่นมา ก็พรรคประชาธิปัตย์ใช่ไหมหละที่ไปแย่งเก้าอี้ คงไม่มีแล้วมั๊ง จะไปแย่งอะไรบ่อยๆ
  
          “เชื่อผมเถอะอย่าไปตื่นตระหนก การเมืองไม่มีอะไรเลย เรียบร้อยหมด จะไปมีอะไร มีเรื่องเดียวคือรัฐบาลอย่าไปทุจริตถ้าไม่ทุจริต ประชาธิปัตย์ก็ชกลมไป”รองนายกฯ กล่าว
 
          เมื่อถามว่าเมื่อไร พรบ.ปรองดอง ฉบับเฉลิมจะออกมาเสียที ร.ต.อ.เฉลิม ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วกล่าวว่า “ไม่พูดหรอก เดี๋ยวถูกดุ ไม่พูด พูดไปแยอะละ บางครั้งเราเป็นนักการเมืองไม่ใช่จะไปสอนนะ อะไรที่มันทำแล้วรู้ว่าไม่สำเร็จ ไปลองผิดลองถูกทำไม มันต้องศึกษาสถานการณ์รอบด้าน เรารู้นี่ว่าเราไม่มีตัวช่วย เรารู้นี่ว่าเขากำลังรวมสหบาทา ถ้าไปเปิดช่องก็ผั๊วะ อย่าเปิดสิต้องรัดกุม แต่จากนี้ต่อไปก็คงดีขึ้นแหละ คนเราไม่เจอมั่งไม่ค่อยรู้หรอก เก่งทั้งนั้น เก่งทั้งนั้น”




"เฉลิม" เผยผู้การฉะเชิงเทราโทรมาสาบานยันไร้ค้ากามเด็ก

          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนตรวจสอบกับผู้บังคับการจังหวัดฉะเชิงเทราแล้วกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยเปิดเผยคลิปการค้าประเวณีเด็กที่ฉะเชิงเทราว่า ตนตรวจสอบแล้ว ท่านสาบานทางโทรศัพท์เรื่องที่นายชูวิทย์มาเปิดเผย เพราะยุคที่ตนมาคุมตำรวจจะมีแบบนี้ไม่ได้เพราะตนตรวจสอบใกล้ชิด ซึ่งไม่ใช่ว่าตนเข้าข้างตำรวจ แต่ถ้าพูดไปแล้วจะกระทบรัฐบาลอื่น
 
          "ตำรวจยุคผมมันไม่ต้องเสียเงินในการแต่งตั้ง เมื่อไม่เสียเงินก็ไม่ต้องหาเงิน ก็ธรรมดา ถ้ายุคไหนแต่งตั้งเสียเงินตำรวจก็ต้องหาเงินมาจ่าย ยุคผมไม่มีสิบสตางค์ก็ไม่เอา คนจนผู้ยิ่งใหญ่”รองนายกฯ กล่าว

 

 

"ณัฐวุฒิ" ชี้ ต้องคุยให้ตกผลึกก่อนเดินหน้าแก้ รธน. 

              นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมครม.ถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคนเสื้อแดง ว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้สรุปชัดเจนว่าจะแก้ไขเป็นรายมาตราหรือไม่ ช่วงหลัง สส.หลายกลุ่มในพรรค แสดงความเห็นในการแก้เป็นรายมาตรา แต่คนเสื้อแดงมีจุดยืนชัดเจนว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องประเมินสถานการณ์ให้รอบคอบ หากจำเป็นต้องเดินทางใดทางหนึ่ง โดยคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทยและประชาชนจะเดินไปด้วยความเข้าใจตรงกันอย่างเป็นเอกภาพว่าหลังจากนี้การเดินหน้าในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายของรัฐบาลและฝ่ายประชาธิปไตย เมื่อถามว่าหากพรรคสรุปแก้ไขเป็นรายมาตรา คนเสื้อแดงจะไม่ขัดข้อง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องคุยกัน เมื่อพรรคเพื่อไทยตกลงกันได้แล้ว ก็ต้องคุยกับหลายฝ่ายมาหารือและรับฟังเหตุผลก่อนที่จะประกาศอะไรออกมา เพราะเวลานี้ฟังกันผ่านสื่อสารมวลชน  ต่อข้อถามว่าคนเสื้อแดงจะเสนอแก้ไขมาตราใดบ้าง หากได้ข้อสรุปว่าต้องแก้ไขเป็นรายมาตรา นายณุฐวุฒิ กล่าวว่า คิดว่าควรแก้ไขทั้งฉบับ โดยไม่แก้ไขหมวดที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์  ซึ่งเนแนวทางเดิมของเรา แต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามพยายามนำเงื่อนไขมาเป็นเงื่อนไขโค่นล้มรัฐบาลก็ต้องพิจารณากันใหม่ ต้องคุยกันว่าจะแก้ไขอะไรบ้าง และต้องยกเรื่องใดขึ้นมาดำเนินการก่อนหรือหลัง
 
                    เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์การเมืองหลังจากเปิดประชุมสภาฯ อย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ฝ่ายค้านหรือฝ่ายตรงข้ามคงเคลื่อนไหวเต็มที และนายอภิสิทธิ์ อาจเกิดอาการหนักมากกว่าเดิมโดยถือหัวใจและตีนตบ เพื่อแสดงให้เห็นว่าใกล้ชิดกับคนเสื้อแดง และอาการคงพัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะคนที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีมากๆ จะออกมาเป็นอย่างนี้
       
                    เมื่อถามกรณีที่ประธานสภา ฯมีแนวคิดให้ผู้ที่เสนอร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าในฐานะที่ตนเป็นหนึ่งในผู้เสนอร่างดังกล่าว เห็นว่าไม่ควรขยับออกมา เพราะเมื่อเสนอร่างไปแล้วไม่จำเป็นต้องเร่งถอนหรือดึงออกมา หากสภาฯเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาพิจารณา ก็อาจยกกฎหมายฉบับอื่นมาพิจารณาก่อน และส่วนตัว


 

"วิทยา” โยน “สภา” หาทางออก แก้รธน.-พรบ.ปรองดอง

                    นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเดินหน้า พรบ.ปรองดองแห่งชาติว่า ในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร์ เพราะเรื่องของพระราชบัญญัติและรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของสภา ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นไม่ใช่ในส่วนของพรรคร่วมเพียงอย่างเดียว สมาชิกรัฐสภาทุกคนก็มีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย ฉะนั้นประธานสภาจึงน่าจะมีทางออกในส่วนนี้ ส่วนความเห็นของนายสมศักดิ์ที่ต้องการให้ถอนร่าง พรบ.ปรองดอง นั้นก็ต้องฟังเสียงของสมาชิก ประธานจะทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว

                    นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวในเรื่องนี้ว่า การประชุมครม.วันนี้คงไม่มีวาระเรื่องการเเก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณากับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะดำเนินการเช่นใดเเละคงปล่อยให้วิปรัฐบาลไปหารือกันในวันที่ 31 ก.ค.ก่อน