ข่าว

ปั้นดินให้เป็นดาว

ปั้นดินให้เป็นดาว

30 ก.ค. 2555

ปั้นดินให้เป็นดาว : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

              เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราถึงต้องมารับรู้เรื่องไม่เป็นเรื่องของดารา ประเภทคนนั้นรักกับคนนี้แล้วไปกิ๊กกับคนโน้น หรือคนโน้นเลิกกับคนนั้น คนนั้นไม่ถูกกับคนนี้ ซึ่งร้อยละแปดสิบล้วนเป็นข่าวที่มีการสร้างขึ้นมา เพื่อเรียกร้องความสนใจและอีกร้อยละยี่สิบเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และไม่ควรที่จะเผยแพร่เพราะจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน แต่ข่าวคราวของดาราทั้งสองประเภทก็ได้รับลงพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ ไม่น้อยกว่า 2 หน้ากระดาษเต็มๆ ได้รับการออกอากาศทางโทรทัศน์แทบทุกช่อง วันละหลายๆ รายการ รวมถึงรายการวิทยุอีกมากมาย

              ข่าวดารา กลายเป็นคอลัมน์และรายการที่ขาดไม่ได้ของสื่อกระแสหลักในประเทศไทย และดูเหมือนว่าข่าวที่ยิ่งคาวหรือยิ่งฉาวเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นจุดขายของสื่อ โดยคำนึงถึงยอดจำหน่ายหรือเรตติ้งมากกว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ หรือสิ่งที่ประชาชนจะต้องสูญเสียกับการเสพข่าวในลักษณะนี้
   
              เมื่อหลายเดือนก่อน ทางการเกาหลีไต้ได้มีคำสั่งห้ามแพร่ภาพและเรื่องราวของดาราเกาหลีที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมทั้งในเรื่องที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด พฤติกรรมทางเพศ รวมถึงการแต่งกายและการแสดงในเวทีสาธารณะ และต่อมาไม่นานมานี้เวียดนามก็ห้ามดาราที่แต่งกายไม่เหมาะสมออกโทรทัศน์เช่นกัน ผมคิดว่า สื่อมวลชนของเกาหลีใต้และเวียดนามคงจะระมัดระวังการเสนอเรื่องและภาพของดาราของตนอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว แต่มาตรการที่ทางการของประเทศทั้งสองออกมาก็เป็นการควบคุมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้ดาราสร้างรูปแบบที่ไม่เหมาะสมแก่ผู้ชมและเยาวชน
   
              เราคงต้องยอมรับว่า ดารานั้นมีอิทธิพลอย่างสูงต่อเหล่าสาวกของตน ทั้งในเรื่องการแต่งกาย ท่าทาง ท่าเต้น รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ และการป้องกันไม่ให้เกิดการเลียนแบบในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ย่อมดีกว่าการตามแก้เมื่อเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นแล้ว ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้ดาราเป็นต้นแบบในเรื่องดีๆ และการทำสิ่งที่ดีๆ ได้ ไม่ใช่แค่มีแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเลิกกับคนนั้น ท้องกับคนนี้
   
              ค่านิยมของดาราต่อคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องรายได้ของดารา จนเกิดความคิดประเภทที่ว่าเรียนไปก็เท่านั้น จบปริญญาตรีก็ได้เงินเดือนไม่กี่สตางค์ แต่ถ้าเป็นดาราแป๊บเดียวก็รวยเละแล้ว ดังนั้น คนหนุ่มสาวเวลานี้จึงตั้งหน้าตะกายดาวมากกว่าจะตะกุยดิน โดยไม่ได้คิดให้รอบคอบว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถก้าวไปถึงดวงดาวได้และช่วงเวลาของการเป็นดารานั้นไม่ได้ยืนยาวหรือยั่งยืน ยิ่งถ้าไม่มีความรู้ อนาคตก็จะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก
   
              ข่าวดาราทุกวันนี้ หนักไปในทางการสร้างข่าวและการเสพข่าว ซึ่งไม่ได้มีสาระอะไร แต่ถ้าผู้อ่านยังให้ความสนใจและสื่อยังให้พื้นที่ต่อข่าวประเภทนี้อยู่เช่นนี้ แทนที่จะไปสนใจหรือนำเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ คนในสังคมไทยก็คงจะหูอื้อตาลายอยู่กับแสงสีเสียงของภาพมายา จนไม่ลืมหูลืมตาขึ้นมองความเป็นจริงรอบๆ ตัว
   
              ดังนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจหรอกครับ ที่เพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ เขามองภาพการเมืองเมืองไทยเป็นสิ่งบันเทิงเริงรมย์เช่นเดียวกับการดูละครโทรทัศน์น้ำเน่าเรื่องผัวๆ เมียๆ น้ำหนองเรื่องผีๆ สางๆ ของไทย พร้อมๆ ไปกับการตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนักในชีวิตจริงของพวกเขา
   
              เมื่อไหร่ครับ คนไทยถึงจะเลิกแหงนหน้าดูดาวที่เลื่อนลอยอยู่บนท้องฟ้า แล้วหันมาก้มหน้าก้มตาปั้นดินให้เป็นดาวด้วยมือของตัวเองสักที?