ข่าว

สั่งจำคุกหญิงออสซี่ลักผ้าปูโต๊ะ1ปีแต่รอลงอาญา

สั่งจำคุกหญิงออสซี่ลักผ้าปูโต๊ะ1ปีแต่รอลงอาญา

20 พ.ค. 2552

ตำรวจ สภ.กะทู้ภูเก็ตยันปฎิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา กับนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียที่ถูกจับข้อกล่าวหาลักผ้ารองแก้วในบาร์ หลังสำนักข่าวต่างประเทศตีข่าว ขณะที่เอกชนยอมรับกระทบท่องเที่ยว นายกฯออสเตรเลียรับยากที่จะช่วย บัวแก้วยันไทยดำเนินคดีหญิงออสซี่ฉวยผ้าปูโต

จากกรณีที่สื่อต่างประเทศตีข่าวนางแอนนิส สเมิล นักท่องเที่ยวออสเตรเลีย ถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ โดยตำรวจตั้งข้อหาลักทรัพย์ เหตุเกิดขึ้นที่ออสซี่ บาร์ ซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา   แต่ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา และถูกนำไปขอฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต ขณะนี้ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวในชั้นศาล และวันนี้ (20 พ.ค.) ได้มีการส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต
 
 เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผกก.กะทู้ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา โดยพฤติการณ์ของคดี คือ สาวชาวออสเตรเลีย ดังกล่าวไปดื่มที่ร้านบาร์ออสซี่ ซอยบางลา พร้อมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยกัน 

 โดยบนโต๊ะของบาร์แห่งนี้ มีผ้าปูโต๊ะ ซึ่งทำไว้เฉพาะของร้าน โดยเข้าใจว่า นักท่องเที่ยวอาจจะเก็บไปเป็นที่ระลึกและพนักงานร้านเมื่อเห็นว่า ผ้าปูโต๊ะหายไป ก็ถามหาว่าใครเป็นคนเอาไป แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวนี้ไม่มีใครรับ จึงเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้น และก็ได้ไปปฏิบัติตามที่พนักงานร้านร้องขอ

 เมื่อตรวจสอบปรากฏว่าพบผ้าปูโต๊ะอยู่ในกระเป๋าของหญิงสาวชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ต้องหา และทางร้านยืนยันว่า จะต้องดำเนินคดี ในข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำตามหน้าที่ เพราะเมื่อเจ้าของทรัพย์ยืนยันว่า ผ้าดังกล่าวไม่ได้มีไว้แจก

 พ.ต.อ.กฤษศักดิ์ ระบุด้วยว่า เมื่อนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวออสเตรเลียเขาถูกควบคุมตัว มันเป็นช่วงเวลาใกล้สว่าง ทางสามีได้มาขอยื่นประกันตัว เนื่องจากเป็นข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหลักทรัพย์ในการประกันตัว จึงต้องใช้ประมาณ 100,000 บาท ทางพนักงานสอบสวน ก็แจ้งให้ผู้ที่มาประกันตัวทราบ และเดิมจะประกันตัวแต่เงินไม่พอ จึงถูกควบคุมตัวไว้เป็นเวลา 2 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวออกไป

 ทั้งนี้ในการให้ข้อมูลนั้นทางสถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานมาที่สถานีตำรวจภูธรกะทู้ เนื่องจากสถานีกับสถานทูตออสเตรเลีย หรือเกือบทุกสถานทูต ค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์อันดีกันอยู่แล้ว  โดยเจ้าหน้าที่ทูต ทำหนังสือสอบถามในเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดอะไร คือ เป็นการขอทราบข้อเท็จจริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และขอให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมของไทย
 
 ส่วนสามี จะไปให้ข้อมูลกับทางต่างประเทศ และมีนักข่าวต่างประเทศโทรศัพท์เมื่อเช้าวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เพราะมีการออกข่าวในประเทศออสเตรเลียไปแล้ว และตนเองได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่า เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่ และ ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่กระทำตรงไปตรงมา เพราะเป็นการลักทรัพย์ปกติ เพียงแต่ผู้ร้องได้ร้องไปที่กระทรวงการต่างประเทศ

 ผกก.สภ.กะทู้ กล่าวด้วยว่า ทรัพย์สินของทางบาร์ออสซี่นั้น เป็นผ้าปูโต๊ะ มูลค่าผืนละประมาณ 4,000 บาท และ ทราบว่าทางร้านมีผืนขนาดเล็ก ราคา 800 บาท หากต้องการจะซื้อเขาก็มีขาย จากกรณีที่เกิดขึ้น เหมือนลักขโมยผ้าเช็ดตัวในโรงแรม ซึ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ และผู้ประกอบการร้านผู้เสียหาย โดยมีหุ้นส่วนร้านเป็นชาวออสเตรเลียเช่นเดียวกัน  อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการจับกุมแล้วก็มีการแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า เป็นการเล่นตลกหรือโจ๊กกัน แต่เจ้าของร้านไม่โจ๊กด้วย ซึ่งหากได้สัมผัสกับนักท่องเที่ยวเหมือนอย่างที่ตนสัมผัสในพื้นที่ป่าตองจะพบว่า มีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน

 ด้านนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นได้รับรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะทู้ แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ได้ทำตามหน้าที่ ส่วนจะเป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ คงต้องไปดูในรายละเอียด

 "ข้อมูลเบื้องต้นที่ตนได้รับ นักท่องเที่ยวอ้างว่าเป็นเรื่องล้อเล่นกัน ในขณะที่ทางผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านยืนยันว่า มีทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปจริง ทางเจ้าหน้าที่ก็คงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน "นายวิชัย กล่าวและว่า

 โดยความเห็นส่วนตัวคิดว่าหากไม่ใช่เหตุที่ร้ายแรงจนเกินไปการดำเนินการต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ จะใช้เพียงหลักนิติศาสตร์อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะบางครั้ง เรื่องเหล่านี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน และจะส่งผลกระทบในวงกว้าง

 นายวิชัย กล่าวยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นย่อมที่จะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวพอสมควร โดยเฉพาะในการเดินทางไปทำโรดโชว์ ก็ต้องตอบคำถาม และอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้ทราบว่า เป็นข่าวค่อนข้างใหญ่มากในต่างประเทศ

 "ขณะนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตออสเตรเลีย ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของสถานทูตนั้นแจ้งว่า ในการดำเนินการให้ว่าไปตามกฎหมาย ดังนั้นจึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบโดยทั่วกันด้วย "นายวิชัย กล่าว

 ด้านนายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกฝ่ายการตลาดต่างประเทศ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวว่า เมื่อมีการนำเสนอข่าวออกไปก็ย่อมที่จะมีผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่ปับปฏิกิริยาตอบกลับ หลังจากนี้ ความเห็นส่วนตัวคิดว่าการนำเสนอข่าวสู่สาธารณชน โดยเฉพาะกรณีของสื่อต่างประเทศ ที่ผู้ติดตามข่าวสารส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ควรที่จะมีการนำเสนอข้อมูลให้รอบด้าน ไม่ใช่นำเสนอข้อมูลจากแหล่งข่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไม่มีการสอบถามฝ่ายตรงข้าม เพราะจะทำเพียงเพื่อความสะใจไม่ได้ พอเรื่องจบแล้วจบไป แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างหากที่ลำบากต่อกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งก็คือ การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

 "สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ทราบว่า มีการสอบสวนแล้วหรือไม่อย่างไร และทางเจ้าของบาร์ยืนยันว่า เป็นการขโมยหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการขโมยจริงเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำไปทำตามหน้าที่ซึ่งไม่ถือว่าเกินเหตุ แต่หากไม่ได้ขโมยจริง ก็ถือว่าทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าของบาร์ น่าจะรู้ดีที่สุด และจะต้องออกมาให้ข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อจะได้ว่ากันไปตามขั้นตอน "นายภูริต กล่าว

นายกฯออสซี่รับยากที่จะช่วย

"เดลี่ เทเลกราฟ"รายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ว่า  นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ผู้นำออสเตรเลียบอกว่า เจ้าหน้าที่กงสุลออสเตรเลียกำลังดำเนินการช่วยเหลือนางแอนนิส สเมิล  เพื่อให้มีบทสรุปให้เร็วที่สุด แต่ยอมรับอาจเป็นเรื่องยาก  

รายงานระบุว่า นางแอนนิส สเมิล  ซึ่งเป็นมารดาลูก 4 คน ได้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พร้อมเพื่อน ๆ ก่อนถูกจับกุม โดยถูกขังเป็นเวลา 3 วัน และได้รับประกันตัว แต่ยังคงต้องรอคอยการไต่สวน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 4 เดือน ขณะที่เพื่อนเธอรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นบอกว่านางแอนนิส สเมิล เป็นผู้บริสุทธิ์  เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพราะแกล้งกันของเพื่อน ๆ ที่นำเอาผ้ารองแก้วดังกล่าวยัดเข้าไปกระเป๋าของเธอ ขณะที่กลุ่มกำลังเมาเฮฮา และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กลายเป็นเรื่องฝันร้าย ขณะที่เจ้าตัวเริ่มร้องไห้หลังจากถูกนำตัวไปยังโรงพัก ซึ่งเธอและเพื่อนพยายามบอกตำรวจว่า นางแอนนิส สเมิล เป็นผู้บริสุทธิ์ 

รายงานระบุว่า นายสตีฟ วู๊ด เจ้าของบาร์ออสซี่ ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่เกิดเหตุ บอกว่านางแอนนิส สเมิล กระทำไม่ดีต่อตำรวจที่เข้าไปพูดกับเธอในบาร์ แต่เพื่อน ๆ ของเธอปกป้องว่าเธอไม่ได้กระทำเรื่องไม่ดีใด ๆ ส่วนทนายความของเธอบอกกับสื่อท้องถิ่นออสเตรเลียว่า พฤติกรรมของตำรวจไทยเป็นเรื่องน่าตลก และว่าการขังเธอในข้อหาขโมยผ้ารองแก้วเป็นเรื่องที่บ้ามาก  ก่อนหน้านี้ ลูก ๆ ของนางแอนนิส สเมิล ยังได้เรียกร้องให้นายเควิน รัดด์ ผู้นำออสเตรเลีย ช่วยเหลือนางแอนนิส สเมิล ให้ได้กลับมา ทั้งนี้ หากถูกตัดสินว่าผิดจริง เธออาจเผชิญโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

บัวแก้วยันไทยดำเนินคดีหญิงออสซี่ฉวยผ้าปูโต๊ะอย่างโปร่งใส

 นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามคำบอกเล่าของร้าน ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผ้าปูโต๊ะของร้านถูกขโมยทราบว่า นางแอนนิส สเมิล มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอที่จะยื่นประกัน ตำรวจจึงควบคุมตัวนางแอนนิส สเมิล ไว้ที่สถานีตำรวจ ในห้องขังที่แยกไว้ต่างหากสำหรับสตรี และได้นำตัวนางแอนนิส สเมิล ไปขึ้นศาลจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม โดยจัดหาทนายความให้ ซึ่งศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว รวมเวลาที่นางแอนนิส สเมิล ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ 36 ชั่วโมง
 
 ทั้งนี้ คาดว่า น่าจะมีการพิจารณาคดีของนางสเมิลใน 1-2 วันข้างหน้า เนื่องจากตำรวจได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว สำหรับโทษสูงสุด หากพบว่า นางแอนนิส สเมิล กระทำผิดจริงคือ จำคุก 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำด้วยว่า คดีของนางแอนนิส สเมิลดำเนินไปด้วยความโปร่งใส ตามกระบวนการกฎหมาย เช่นเดียวกับที่ควรเป็น หากคดีในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆนางแอนนิส สเมิลได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียในภูเก็ต ก็ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการจับกุมและการดำเนินคดีนี้ โดยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็ได้ติดต่ออยู่กับนางแอนนิส สเมิล เพื่อให้คำแนะนำ และความช่วยเหลือด้านการกงสุลด้วย

ศาลภูเก็ตสั่งจำคุก1ปีแต่ให้รอลงอาญา

ช่วงบ่ายวันนี้ (20พค.) ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้นำตัวนางแอนนิส สเมิล   ไปพบพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต เพื่อนำตัวส่งฟ้องศาล  โดยมีนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายพิชัย ศรีจำนอง อัยการจังหวัด ร่วมพูดคุยและสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  หลังจากนั้นได้นำผู้ต้องหาไปฟ้องศาลภูเก็ต โดยศาลได้มีคำสั่งปรับนางแอนนิส สเมิล  เป็นเงิน 1 พันบาท จำคุก 1 ปี แต่เนื่องจากไม่เคยทำความผิดมาก่อนจึงรอลงอาญา ส่วนเงินค่าปรับ 1 พันบาท นายวิชัยได้ออกให้ก่อน พร้อมมอบพาสพอร์ตคืนให้กันางแอนนิส สเมิล อีกด้วย