
อย่าตั้งแง่แต่ควรตั้งตาคอย'ญี่ปุ่น'
อย่าตั้งแง่ แต่ควรตั้งตาคอย 'ญี่ปุ่น' : คอลัมน์ ชาวบ้านร้านตลาด : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา
ช่วงกลางเดือนนี้ได้ชมรายการ ข่าวข้นรับอรุณ ทางเนชั่นแชนแนล ทำให้ทราบว่ามีความเคลื่อนไหวทางด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ควรนำมาคุยต่อที่นี่ ในวันนั้นคุณโมไนยกับคุณจอมขวัญได้รายงานให้ผู้ชมทราบว่า ขณะนี้มีนักศึกษาชาวญี่ปุ่นที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศของตัวเองนิยมออกไปหางานทำในต่างประเทศ และประเทศที่นักศึกษาญี่ปุ่นให้ความสนใจเป็นพิเศษคือประเทศไทย ทำให้ธุรกิจที่อยู่อาศัยทั้งแบบขายและให้เช่าในย่านบางนา และลาดพร้าวได้รับความสนใจ ตามข่าวบอกว่าชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาทำงานในไทยต้องการเช่าที่อยู่อาศัยราคาประมาณ 1-1.5 หมื่นบาท พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและต้องปลอดภัยด้วย ว่างั้น
ผมจดประเด็นข่าวนั้นไว้ ตั้งใจว่าต้องเอามาเล่าให้ชาวบ้านร้านตลาดได้รับทราบอีกคำรบหนึ่ง เพราะเรื่องทำนองนี้เคยมีบางท่านแสดงความเป็นห่วงเป็นใยว่า หากปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินหรือลงทุนในประเทศไทยกันอย่างนี้ เราอาจไม่เหลือพื้นที่ให้ลูกหลานว่า ขออย่าได้วิตกกังวลในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ และเพราะบางคนคิดหรือรู้สึกในทำนองนั้นทำให้ช่วงหนึ่งเราเสียโอกาสดีๆ จากนักลงทุนต่างชาติไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครยกบ้านหรือควักเอาที่ดินขึ้นเครื่องบินหรือลงเรือไปไว้ที่อื่นได้หรอกครับ หรืออย่างชาวญี่ปุ่นนี่ ผมได้เคยรายงานให้ทราบราวเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนปีที่แล้วว่า รัฐบาลญี่ปุ่นหมายตาเมืองไทย เอาไว้เป็นที่อยู่และที่ทำกินของชาวญี่ปุ่นมาแล้ว
จำเหตุการณ์แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ที่ชายฝั่งเมืองมิยางิ เป็นเหตุให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ของญี่ปุ่นระเบิดในเดือนมีนาคมได้ใช่ไหมครับ นั่นแหละครับหลังเหตุการณ์ระทึกขวัญชาวญี่ปุ่นได้สองเดือน ผมได้รับเชิญให้เดินทางไปดูการกำจัดและการป้องกันการแพร่กระจายกัมมันตรังสีนิวเคลียร์ของรัฐบาลญี่ปุ่น แล้วนำมาบอกเล่าให้ทราบว่าทุกอย่างคืนสู่สภาพปกติสามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย
ผมได้เขียนบอกด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังมองหา “ที่อยู่ใหม่” ให้คนของเขา เพราะรัฐบาลที่มาจากนักการเมืองที่ดีและมีความรับผิดชอบ คงไม่ปล่อยให้คนของเขามีชีวิตหรือประกอบธุรกิจอยู่บนความเสี่ยงที่มาจากภัยธรรมชาติคือแผ่นดินไหว หรือสึนามิ ที่เกิดบ่อยๆ หรอกครับ และประเทศไทยคือแผ่นดินใหญ่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นหมายตาไว้
หลังจากนั้นไม่นานนักลงทุนชาวญี่ปุ่นได้พากันยกพลขึ้นบก ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ที่ จ.ระยอง กันเป็นแถบ ส่งผลให้ราคาบ้านที่ดินใน จ.ชลบุรีและระยองสูงขึ้นทันตาเห็น หมู่บ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียมที่ อ.ปลวกแดง สร้างไม่ทันขาย ทั้งๆ ที่ราคาแพงพอๆ กับย่านชานเมืองของกรุงเทพฯ
ผมจึงเรียนย้ำว่าอย่าตั้งแง่กับญี่ปุ่น แต่ควรตั้งตาคอยด้วยการเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นนั้น ผมอยากให้รัฐบาลสนใจและสนับสนุนให้มีการเปิดสอนกันอย่างกว้างขวางและแพร่หลาย โดยเฉพาะในสถาบันอาชีวศึกษาที่ต้องทำงานในโรงงานต่างๆ หากสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ค่าตัวจะแพงมาก คือไม่ต้องพูดเก่งเหมือนคนที่เป็นล่ามหรอก แค่ฟังญี่ปุ่นที่เข้ามาดูแลสายการผลิตได้ ก็พอแล้วครับ
--------------------
(อย่าตั้งแง่ แต่ควรตั้งตาคอย 'ญี่ปุ่น' : คอลัมน์ ชาวบ้านร้านตลาด : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา)



