
'เจ้าฟ้าชายชาร์ลส'ทอดพระเนตรแบดฯ
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส ทอดพระเนตรแบดมินตัน ขณะที่ชาวรัสเซีย แห่เชียร์โอลิมปิกแน่นขนัด ด้านนักสะสมแลกเปลี่ยนเข็มกลัดอย่างคึกคัก ส่วนแฟน เฟล์ปส ใจสลายชวดทองแรก และผู้กำกับเต้นไม่พอใจ NBC ตัดพิธีเปิดบางช่วง
29 ก.ค. 55 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ เสด็จไปทอดพระเนตรการแข่งขันแบดมินตันในกีฬาโอลิมปิกที่กรุงลอนดอน เป็นเจ้าภาพ ที่สนามเวมบลีย์ อารีนา และยังทรงมีพระปฏิสันถารกับผู้เข้าแข่งขัน ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส ทรงตรัสกับ อเล็กซ์ บรูซ นักแบดมินตันหญิงชาวแคนาดาวัย 22 ปี และผู้ฝึกสอน ซึ่งทั้งคู่บอกว่าพระองค์ทรงตรัสกับพวกเขาอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง ทำให้ไม่รู้สึกประหม่าเลย
เจ้าฟ้าชายชาร์ลสยังทรงมีพระปฏิสันถารกับ ราจิฟ อูเซฟ วัย 25 นักกีฬาแบดมินตันชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นความหวังของประเทศในการแข่งกีฬาแบดมินตันชายเดี่ยวด้วย ซึ่งอูเซฟบอกว่าเขาตื่นเต้นมากที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ และยืนยันว่าจะทำหน้าที่นักกีฬาให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ
เจ้าฟ้าชายชาร์ลสยังทรงเผยว่า เมื่อก่อนทรงเคยเล่นแบดมันตันกับเจ้าหญิงแอนน์ พระขนิษฐา และก่อนเสด็จกลับ พระองค์ได้ตรัสกับอาสาสมัครเยาวชน ที่เข้ามาช่วยให้การจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 เป็นไปอย่างราบรื่น
ชาวรัสเซีย แห่เชียร์โอลิมปิก
ไม่ใช่แค่ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษเท่านั้นที่สาวกโอลิมปิกต่างพากันตื่นเต้นและลุ้นไปพร้อมๆ กับนักกีฬาที่เป็นตัวแทนของแต่ละชาติ แต่ที่จตุรัสหน้าสนามลุซห์นิกิ ใจกลางกรุงมอสโกว ก็มีชาวรัสเซียหลายพันคนออกมารวมตัวเพื่อเล่นกีฬากลางแจ้งด้วยกัน โดยมีกิจกรรมทางกีฬากว่า 50 ประเภทให้เลือกเล่น ทั้งยิมนาสติก ยิงปืน สเก็ต และฮ็อกกี้
ผู้จัดงานครั้งนี้บอกว่า พวกเขาอยากจะส่งเสริมการออกกำลังกายให้เป็นกิจกกรมระดับชาติที่ไม่ใช่เฉพาะสำหรับนักกีฬาเท่านั้น แต่คอกีฬาและครอบครัวธรรมดาในเมืองมอสโกวก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมด้วยได้เช่นเดียวกัน
สนามลุซห์นิกิ เป็นสนามที่เคยใช้แข่งโอลิมปิก มอสโกวเกมส์ มาแล้วเมื่อปี 1980 และเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ด้วยความจุถึง 89,318 คน
นอกจากการออกกำลังกาย พวกเขายังได้ร่วมส่งกำลังใจให้ตัวแทนประเทศผ่านจอทีวี แอลอีดี ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งไว้เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขัน ภายในสนามด้วย
โอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ รัสเซียตั้งเป้าไว้ว่าจะคว้าเหรียญทั้งหมดมาให้ได้ 70 เหรียญ และจะอยู่ในอันดับที่ 3 ของตาราง โดยมีผลงานไม่ต่างจากโอลิมปิก ปักกิ่งเกมส์ เมื่อปี 2008
ประเพณีแลกเข็มกลัด โอลิมปิก 2012 สุดคึกคัก
นอกจากเหล่านักกีฬาและแฟนกีฬาแล้ว คนอีกกลุ่มหนึ่งที่กระตือรือร้นกับมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ 2012 มากไม่แพ้กัน คือนักสะสมเข็มกลัดที่ระลึกการแข่งขันโอลิมปิกจากทั่วโลก ที่พากันออกมาตั้งโชว์เข็มกลัดของตัวเอง เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาต่อรองแลกเปลี่ยนและพูดคุยกัน
ในโอลิมปิก ลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ สหราชอาณาจักรได้จัดสถานที่แลกเปลี่ยนไว้ถึง 3 แห่งด้วยกัน คือ บริเวณหมู่บ้านนักกีฬา โอลิมปิกปาร์คบริเวณใกล้สนามแข่งขัน และบริเวณไฮด์ปาร์ค โดยมีเข็มกลัดสำหรับขายมากมาย ทั้งจากผู้สนับสนุนและผู้จัดการแข่งขัน อย่างรูปโลโกโอลิมปิก มาสคอต เข็มกลัดวิ่งคบเพลิง สัญลักษณ์ของทีมสหราชอาณาจักร หรือสถานที่เด่นของกรุงลอนดอน
สำหรับโอลิมปิกสมัยใหม่ มีหลักฐานเรื่องการทำเข็มกลัดครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อปี 1896 แต่ยังทำจากกระดาษแข็งอยู่เพื่อแบ่งแยกผู้ชม นักกีฬาและสื่อมวลชนออกจากกัน เมื่อถึงโอลิมปิก ปารีสเกมส์ปี 1908 ที่ประเทศฝรั่งเศส จึงเริ่มมีการทำเข็มกลัดอย่างเป็นทางการ สำหรับคณะกรรมการโอลิมปิกสากลและสื่อที่ประดับด้วยอัญมณี
การซื้อขายแลกเปลี่ยนเข็มกลัดมาถึงยุคเฟื่องฟูสุดขีดเมื่อปี 1980 เมื่อนักสะสมนับหมื่นคนมาซื้อขายแลกเปลี่ยนเข็มกลัดกันตลอดทั้งวัน จนทำให้ต้องตั้งจุดแลกเปลี่ยนเข็มกลัดโอลิมปิกอย่างเป็นทางการขึ้นเมื่อปี 1988 ที่เมืองกายารี ของอิตาลี ในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว จากนั้นจึงเกิดเป็นประเพณีแลกเข็มกลัดขึ้นนับตั้งแต่โอลิมปิก โซลเกมส์เป็นต้นมา และจะจัดทั้งโอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาวด้วย
แฟนใจสลาย เฟล์ปส ชวดทองแรก
ไมเคิล เฟล์ปส ฉลามหนุ่มวัย 27 ปีชาวอเมริกัน เจ้าของ 8 เหรียญทองโอลิมปิกครั้งที่แล้ว หรือปักกิ่งเกมส์ 2008 เข้าแข่งชิงเหรียญทองครั้งแรกในลอนดอนเกมส์ 2012 กับการแข่งขันว่ายน้ำเดี่ยวผสมชายระยะ 400 เมตร ที่อควาติก เซ็นเตอร์ แต่กลับทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เมื่อทำดีที่สุดได้แค่อันดับ 4 จนพลาดเหรียญติดมือไปอย่างน่าเสียดาย
เฟล์ปส ทำเวลาได้ 4 นาที 9.28 วินาที แตะขอบสระอันดับ 4 ส่วนเจ้าสระตกเป็นของเพื่อนร่วมชาติชาวอเมริกัน ไรอัน ลอชเต้ ที่สามารถแตะขอบสระได้เป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 4 นาที 5.18 วินาที เร็วกว่าเฟล์ปสราว 4 วินาที ส่วนเหรีญเงินตกเป็นของเธียโก แปร์เรร่า ชาวบราซิล ทำเวลาได้ 4 นาที 8.86 วินาที และเหรียญทองแดงเป็นของ โคสุเกะ ฮากิโนะ ชาวญี่ปุ่น ทำเวลาได้ 4 นาที 8.94 วินาที
แฟนๆ ของฉลามหนุ่มเฟล์ปส ต่างพากันตกใจและผิดหวังกับผลงานครั้งแรกของเขา ซึ่งบางส่วนบอกว่าไรอันเตรียมพร้อมมาอย่างดีเรื่องการฟิตซ้อมร่างกาย และไม่แปลกใจเลยที่เขาจะเอาชนะเฟล์ปสได้ ขณะที่บางส่วนยังเชื่อว่าเฟล์ปสจะกลับมาทวงคืนเหรียญทองได้อีกครั้งในการแข่งขันครั้งหน้า
ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่เฟล์ปสลงแข่งขันโอลิมปิก โดยเขาเองก็หวังว่าจะทำลายสถิติ 14 เหรียญทองโอลิมปิกของตัวเองที่เคยคว้ามาได้ทั้งหมดตั้งแต่ที่เอเธนส์ และปักกิ่ง แต่การแข่งขันครั้งแรกก็ทำให้แฟนๆ ตั้งคำถามแล้วว่าเขาจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนในการแข่งขันประเภทอื่น
ครั้งนี้ถือเป็นการชวดเหรียญรางวัลว่ายน้ำใน 10 ปี จากครั้งที่เขาเคยพลาดแชมป์ 200 เมตรชายที่ ซิดนีย์เกมส์ เมื่อปี 2000 ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าตัวเองทำไม่ดีนักในการแข่งขันประเภทนี้ โดยบอกว่าเขาพลาดท่าเมื่อเข้าสู่ 100 เมตรสุดท้าย ช่วงที่นักว่ายน้ำคนอื่นทำผลงานได้ดีกว่ามาก
ส่วนไรอัน โลชเต ที่เคยทำได้ดีที่สุดแค่เหรียญทองแดงในการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อ 4 ปีก่อนที่ปักกิ่งในรายการเดียวกัน ก็บอกว่าเขายังช็อคกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นพอสมควร แต่ก็ดีใจที่ทำสำเร็จ
ผู้กำกับเต้นไม่พอใจ เอ็นบีซี ตัดพิธีเปิดบางช่วง
อคราม ข่าน นักออกแบบท่าเต้นในพิธีเปิดลอนดอนเกมส์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ออกมาแสดงความไม่พอใจที่เครือข่ายสถานีโทรทัศน์เอ็น-บี-ซี ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพิธีเปิดลอนดอน โอลิมปิกอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ได้เลือกตัดพิธีเปิดบางช่วงออก โดยเฉพาะช่วงสำคัญ ที่เขาตั้งใจกำกับและออกแบบท่าเต้นเพื่ออุทิศให้เหยื่อเหตุระเบิดพลีชีพ 4 ลูกเมื่อปี 2548 ที่ทำให้ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินเสียชีวิต 52 ราย
การแสดงช่วงดังกล่าว ข่าน ตั้งใจพูดถึงช่วงวินาทีระหว่างความเป็นและความตาย โดยใช้แสงสีโทนมืดเพื่อช่วยแสดงอารมณ์ โดยมีตัวเขาเองเป็นหนึ่งในนักแสดง ร่วมกับนักเต้นอีก 50 คน
และนักร้องเอมิลี่ แซนเด้ ที่ร่วมร้องเพลง อไบด์ บาย มี ซึ่งเขายืนยันว่าการแสดงของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าการแสดงชุดอื่นในพิธีเปิด และไม่เข้าใจว่าทำไมสถานีเอ็น-บี-ซีต้องนำบทสัมภาษณ์ของนักว่ายน้ำไมเคิล เฟล์ปส มาใส่แทน
พิธีเปิดลอนดอนเกมส์ครั้งนี้ถือเป็นพิธีเปิดโอลิมปิกที่ชาวสหรัฐตั้งตารอชมมากที่สุด ด้วยยอดผู้ชมกว่า 40 ล้าน 7 แสนคนทั่วประเทศ ซึ่งสถานีโทรทัศน์เอ็น-บี-ซี ได้ตัดสินใจถ่ายทอดพิธีเปิดหลังเริ่มไปแล้ว 3 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อให้ตรงกับช่วงไพรม์ ไทม์ของสถานี นั่นคือ เวลา 19 นาฬิกา 30 นาที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ขายโฆษณาได้ราคาสูงกว่า และได้ตัดต่อพิธีเปิดใหม่โดยได้เลือกตัดการแสดงชุดของข่านออกไป
สถานีเอ็น-บี-ซี ออกมายืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่าการแสดงชุดนี้ตั้งใจทำขึ้นเพื่ออุทิศให้เหยื่อเหตุระเบิดพลีชีพ เพราะไม่มีข้อความระบุไว้ในหมายเหตุการแสดงที่จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และยังระบุว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สถานีจำเป็นต้องตัดสินใจตัดบางช่วงของพิธีเปิด เมื่อต้องถ่ายทอดล่าช้ากว่ากำหนด
มีรายงานด้วยว่า เอ็น-บี-ซี สามารถขายโฆษณาเพื่อมาลงในช่วงการถ่ายทอดพิธีเปิด ลอนดอน โอลิมปิก ได้มากถึง 1 พันล้านเหรียญ หรือราว 31,000 ล้านบาท
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)
----------



