
ชูวิทย์เผยโอนย้าย'ดวง'เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
"ชูวิทย์" เผยโอนย้าย "ดวง อยู่บำรุง" เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เตรียมให้กมธ.ตำรวจตรวจสอบว่าเหมาะสมตาม กฎ ก.ตร. หรือไม่ "คำรณวิทย์" ยันย้าย "รท.ดวง" ไม่เกี่ยวการเมือง
วันที่ 29 ก.ค.55 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวถึงกรณี ร.ท.ดวง อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โอนย้ายไปเป็นรองสารวัตรฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า เรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความรู้สึกกับสังคม เพราะถือเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจาก ร.ต.อ.เฉลิม เป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการโอนย้ายภายใน 17 วัน ยังเป็นระยะเวลาที่เร็วมาก แค่อ้างว่ามีใบประกาศณียบัตร 16 ฉบับ คงไม่เพียงพอ
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ตามกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือกฎก.ตร. ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการ พ.ศ. 2547 มีข้อความระบุว่า ต้องไม่เป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี จึงต้องการถามว่า การที่ ร.ท.ดวง สมัยรับราชการทหาร ออกนอกประเทศไป 6 เดือน แล้วมอบตัวที่ประเทศมาเลเซีย กรณีถูกกล่าวหาในคดีการเสียชีวิตของตำรวจนายหนึ่ง และมีคดีตัดสินจำคุก 6 เดือน แต่รอลงอาญา ถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียหรือไม่
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า ในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการโอนข้าราชการ ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ หรือการโอนพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2547 มีข้อความระบุว่า ให้ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานที่มีผู้ยื่นคำขอโอน พิจารณารับโอนโดยคำนึงถึงอายุตัว อายุราชการ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ความชำนาญงานของผู้โอน เปรียบเทียบกับข้าราชการตำรวจผู้รับราชการในหน่วยงาน และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ
“ ปัจจุบันหน่วยอรินทราช หน่วยนเรศวรอยู่ที่ไหน ไม่มีคนที่มีความสามารถกว่า ร.ท.ดวง แล้วหรือ ผมจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบถึงความถูกต้องเหมาะสมต่อไป” นายชูวิทย์ กล่าว
"คำรณวิทย์" ยันย้าย "รท.ดวง" ไม่เกี่ยวการเมือง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีโอนย้าย ร.ท.ดวง อยู่บำรุง ผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร กระทรวงกลาโหม มารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัด บชน.ว่า กรณีการโอนย้ายทหารมาเป็นตำรวจมีอยู่ตลอดเวลา โดยจากสถิติตั้งปี 2553 มีการโอนมา 5 ราย และเมื่อปี 2554 มีการโอนย้ายมาถึง 20 ราย โดยต้องดูความรู้ความสามารถและคุณสมบัติพิเศษ ซึ่ง ร.ท.ดวง มีความสามารถด้านการใช้อาวุธปืน ยิงปืนแม่นยำได้ถึง100 เปอร์เซ็นต์ มีใบประกาศนียบัตรยืนยันถึง 16 ใบ และจบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ ซึ่งตนได้ทำการทดสอบแล้วเขามีทักษะด้านการยิงปืนดีมาก โดยตนจะให้สังกัดอยู่ในศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ บชน. รับหน้าที่เป็นครูฝึกสอนยิงปืนแก่ตำรวจเนื่องจากมีทักษะดี เพราะปัจจุบันผู้ร้ายมีการใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับตำรวจจนบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายครั้ง ทั้งนี้การโอนย้ายดังกล่าวจะต้องรอโปรดเกล้าฯซึ่งมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าการรับ ร.ท.ดวง ครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง ที่มันเป็นประเด็นอยู่ก็เพียงเพราะแค่ว่าเป็นคนนามสกุลดังเท่านั้น และการโอนย้ายดังกล่าวไม่มีการเฉพาะเจาะจงว่าจะต้องย้ายมาสังกัดหน่วยใดซึ่งตนจะเป็นผู้พิจารณาเองตามความสามารถ ตนเพียงแค่ต้องการให้เป็นครูฝึกตำรวจให้มีทักษะในการยิงปืนที่ดีขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้หากบุคคลใดที่มีทักษะความสามารถด้านการยิงปืนยิงได้แม่นยำ 100 เปอร์เซ็น โดยเฉพาะปืนยาวระยะไกลซึ่งตอนนี้ขาดกำลังพลอยู่ แม้จะไม่จบปริญญาโทแบบ ร.ท.ดวง ก็สามารถยื่นขอโอนย้ายมาได้เพราะยังมีตำแหน่งว่างอยู่อีกมาก ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจที่ลูกชายย้ายมาเป็นตำรวจ เรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัวที่พ่อกับลูกจะต้องพูดคุยกันเอง เพราะ ร.ท.ดวง ขอสมัครใจย้ายมาเป็นตำรวจด้วยตัวเอง ซึ่งตนพิจารณาตามความเหมาะสม



