
'เทพไท'จวก'เฉลิม'กลัว3จ.ชายแดนใต้
'เทพไท' จวก 'เฉลิม' จิตใต้สำนึกกลัวความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้ หลังระบุหวั่น 'ดวง' ถูกย้าย แนะ สตช. ต้องการนักแม่นปืนควรเปิดใจกว้างให้ผู้อื่นด้วย
28 ก.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่รู้เรื่องการโอนย้ายรท.ดวง อยู่บำรุง บุตรชายร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปเป็นตำรวจ ยศ “ร.ต.ท.” ว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนรักลูก และถ้าร.ต.ท.ดวง ไม่ใช่ลูกของร.ต.อ.เฉลิม ก็คงไม่มีโอกาสได้โอนย้าย มาอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เพราะที่ผ่านมาลูกของคนอื่นก็ต้องการโอนย้ายมาเช่นกัน แต่ไม่สำเร็จ ดังนั้นไม่ว่าร.ต.อ.เฉลิม จะพูดอย่างไร ก็อยู่ที่ว่าสังคมจะเชื่อหรือไม่
ส่วนที่เห็นว่าเมื่อการเมืองเปลี่ยนอาจจะมีการโยกร.ต.ท.ดวง ไปอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นายเทพไท กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องวิตกจริตของร.ต.อ.เฉลิม ที่ตัวเองคิดจะจัดการฝั่งตรงข้าม เมื่อมีอำนาจแต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีความคิดที่จะล้างแค้นฝ่ายตรงข้ามอย่างแน่นอน
“ความคิดของร.ต.อ.เฉลิม สะท้อนถึงจิตใต้สำนึกว่าร.ต.อ.เฉลิม กลัวความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่สมัยเป็นรมว.มหาดไทย ก็ไม่กล้าเดินทางไป จะไปก็เฉพาะร้องคาราโอเกะที่อ.หาดใหญ่ เท่านั้น ขณะนี้มาเป็นรองนายกฯ ดูแลสตช. ก็ไม่คิดที่จะดูเรื่องความรุนแรงในภาคใต้ ทั้งที่เหตุการณ์คาร์บอม ที่อ.รามัน จ.ยะลา ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียชีวิต ถึง 5 คนแต่ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่วิตก กลับมาห่วงแต่ลูกตัวเอง ต้องถามว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีให้ลูกชายบ้านเท่านั้นหรือ พ่อแม่คนอื่นก็รักลูกไม่แพ้ ร.ต.อ.เฉลิม เช่นกัน จึงอยากให้มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม” นายเทพไท กล่าว
ส่วนกรณีที่สตช.ระบุว่าอนุมัติให้มีการโอนย้ายร.ต.ท.ดวง เพราะมีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืนสั้น ซึ่งสตช.กำลังขาดบุคลากรด้านนี้ นายเทพไท กล่าวว่า “ผมไม่ทราบว่าร.ต.ท.ดวง แม่นปืนจริงหรือไม่ คงต้องไปถามจากดาบยิ้ม แต่ถ้าจะเอาความสามารถด้านนี้ควรที่จะเปิดกว้างให้นักแม่นปืน ทีมชาติ ที่ต้องการเป็นตำรวจได้ร่วมเป็นตัวคัดเลือกด้วย” นายเทพไท กล่าว
'เทพไท'รับขวัญเสียหลัง'สุเทพ'เปรยวางมือการเมือง
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิด ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 (1) ว่า รู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้อีกครั้ง เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยยกคำร้องไปแล้ว ซึ่งการที่นายสุเทพ ระบุว่าจะวางมือทางการเมือง หากถูกวุฒิสภา ลงมติถอดถอนนั้น ทำให้ส.ส.ที่ผูกพันกับนายสุเทพ รู้สึกเสียดายบุคลากรของพรรคไม่อยากให้มีการตัดสินใจเช่นนั้น ถ้านายสุเทพ ยุติบทบาททางการเมืองจริง ก็จะกระทบกับขวัญกำลังใจและฐานของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มากก็น้อย แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นสถาบัน ไม่ยึดติดกับตัวบุคคล แต่นายสุเทพ เป็นบุคคลที่มีความสำคัญ ในการขับเคลื่อนพรรค จึงเชื่อว่าในการพิจารณาของส.ว.จะต้องดูถึงเจตนาของนายสุเทพ ว่าไม่ต้องการแทรกแซงการทำงานของส่วนราชการด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายสุเทพ พ้นจากตำแหน่ง ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีตำแหน่งในพรรคใดๆ ให้หรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ส.ส.ของพรรคมีการคุยนอกรอบ ต่างพากันเห็นใจนายสุเทพ และโทรศัพท์ให้กำลังใจ ซึ่งเชื่อว่าหากนายสุเทพ วางมือทางการเมืองจริง ก็เชื่อว่านายสุเทพ ยังจะคงสนับสนุนพรรคในฐานะของสมาชิกพรรคคนหนึ่ง



