
จีนกับเจ้าโอลิมปิกครั้งที่2หวังได้แต่ยาก
จีนกับเจ้าโอลิมปิกครั้งที่สอง หวังได้แต่ยาก : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์
สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนครั้งแรกในปี 1952 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันเพียง 1 รายการเท่านั้น
ณ ขณะนั้น คณะกรรมการโอลิมปิกสากล อนุญาตให้พีอาร์ซี และสาธารณรัฐจีน ที่ไปปักหลักสร้างชาติใหม่บนเกาะไต้หวันหลังสงครามกลางเมือง ร่วมแข่งขัน แต่ต่อมาฝ่ายหลังถอนตัวเพื่อประท้วงการเข้ามามีส่วนร่วมของจีนแผ่นดินใหญ่ และจากปัญหาวุ่นวายเกี่ยวกับสถานภาพทางการเมือง ก็ทำให้จีนไม่ได้ร่วมแข่งโอลิมปิกอีกเลย กระทั่งโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองเลคพลาซิด สหรัฐอเมริกา ในปี 1980
การกลับมาอีกครั้งในโอลิมปิกฤดูร้อนหลังจากปี 1952 คือ โอลิมปิกที่นครลอสแองเจลิส ปี 1984 ซึ่งจีนทำได้ถึง 15 เหรียญทอง อยู่ในอันดับสี่ของตารางรวม ส่วนมากได้จากยิมนาสติก ยิงปืนและกระโดดน้ำ แม้ว่าความสำเร็จส่วนหนึ่งของจีนที่ได้มาในเวลานั้น เพราะกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกที่ยังเป็นคอมมิวนิสต์คว่ำบาตรการแข่งขัน
ผู้ที่คว้าเหรียญทองแรกให้ชาวจีนได้ชื่นใจ คือ ซู เห่ยเฟิง นักแม่นปืนสั้น และได้รับการแซ่ซ้องว่า เป็นผู้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการลบภาพลักษณ์คนป่วยแห่งเอเชีย จากนั้น เจ้าของเหรียญทองทั้งหมดกลายเป็นวีรบุรุษของชาติในพริบตา และได้รับการประเคนเกียรติยศสารพัด
จากนั้นมา จีนไต่อันดับในตารางเหรียญโอลิมปิกอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบสร้างนักกีฬาแบบอดีตสหภาพโซเวียตที่ฝึกเด็กหญิงเด็กชายมุ่งสู่ความเป็นเลิศโดยละทิ้งชีวิตในวัยเด็ก จนขึ้นสู่จุดสูงสุดกับการเป็นเจ้าเหรียญทองบนแผ่นดินตนเอง เมื่อปักกิ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2008 จีนกวาด 51 เหรียญทอง โค่นมหาอำนาจด้านกีฬาอย่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย ลงไปอยู่ในอันดับสองและสาม โดยนอกเหนือความโดดเด่นในกีฬาที่ถนัดอย่างปิงปอง และกระโดดน้ำแล้ว จีนยังคว้าเหรียญทองจากกีฬาที่ไม่เคยได้อย่าง มวย และเรือใบ
เชื่อว่าคำถามในใจของทุกคนที่เฝ้าดูการแข่งขันโอลิมปิกลอนดอนก็คือ มังกรจีนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวันด้วยพลังอำนาจทางเศรษฐกิจจะสยายปีกมาครองความยิ่งใหญ่ด้านกีฬา และรักษาตำแหน่งเจ้าเหรียญทองโอลิมปิกอีกหนึ่งสมัยได้หรือไม่
หากเชื่อตามที่ โกลแมน แซคส์ ทำนายก็มีคำตอบว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลหลักว่า จีนไม่ได้เป็นเจ้าบ้านเหมือนครั้งก่อน และจะมาเป็นอันดับสอง ด้วยจำนวนเหรียญทอง 33 เหรียญ รองจากสหรัฐอเมริกาที่น่าจะได้ 37 เหรียญ
ขณะที่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน มองโลกบวกกว่า คาดการณ์ว่า โอลิมปิกลอนดอน 2012 จะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างสหรัฐกับจีน แต่ที่สุด จีนจะแซงได้ 37 เหรียญทอง
การคาดการณ์ของสำนักข่าวซินหัวมาจากสองปัจจัย อย่างแรก มองว่าจีนน่าจะทำได้ดีในกีฬาถนัดอย่างปิงปอง แบดมินตัน กระโดดน้ำ ยิมนาสติก ยิงปืน และยกน้ำหนัก ทั้งหมดนี้น่าจะได้ 28 เหรียญทอง และสอง เมื่อรวมกับศักยภาพและความเป็นไปได้สูงที่จะได้อีก 10 เหรียญจากว่ายน้ำ กรีฑา ยูโด มวย และเทควันโด จีนก็น่าจะยังยืนอยู่อันดับบนสุดของตารางต่อไป
แต่ในทัศนะของเฉิน จวง ผู้สื่อข่าวสายกีฬาโอลิมปิกจีน ของบีบีซี ที่ศึกษาผลงานในอดีตและปัจจุบันของทีมจีนกับสหรัฐ มองว่า สหรัฐน่าจะโค่นจีน ทวงความเป็นเจ้าโอลิมปิกได้อีกครั้งด้วย 37 เหรียญทอง ส่วนจีนน่าจะได้ 34 เหรียญทอง
สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากเกมเมื่อ 4 ปีก่อนคือครั้งนั้น จีนเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการแสดงผลงานให้ดีที่สุด เพราะแข่งในบ้านต่อหน้าสายตาเพื่อนร่วมชาติเป็นพันๆ ล้าน เมื่อเทียบกับคราวนี้ แรงกดดันดูเหมือนผ่อนลงไปพอสมควร
จีนส่งนักกีฬาร่วมโอลิมปิกลอนดอน 396 คน น้อยกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนถึง 200 คน บ่งว่าจีนยึดหลักมองโลกความเป็นจริง จากจำนวนนักกีฬาที่ลดลง ยิ่งเป็นงานหินทีเดียวหากจะได้ถึง 51 เหรียญทองและเหรียญรวม 100 เหรียญที่เคยทำได้เมื่อ 4 ปีก่อน ประกอบกับความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่ในแวดวงกีฬาของจีน ก็มักออกมาในทางลดความคาดหวังเรื่องเหรียญทอง โดยมักย้ำว่า ธรรมชาติของกีฬา ยากจะคาดการณ์ได้ ระเบียบโลกใหม่ที่จีนผงาดเป็นเจ้าโลกด้านกีฬานั้น ก็ยังเปราะบางมากจนไม่ยากที่จะถูกทำลายลง
นายเสี่ยว เทียน รองหัวหน้าคณะตัวแทนโอลิมปิกจีน กล่าวว่า จากการวิเคราะห์โอลิมปิก 5 ครั้งที่ผ่านมาพบว่า ประเทศเจ้าภาพจะได้เหรียญลดลง 32 เปอร์เซ็นต์ในครั้งต่อไป จึงไม่ต้องพูดถึงความยากลำบาก ที่จะต้องทำให้ได้เท่ากับปักกิ่งเกมส์โดยที่ไม่มีความได้เปรียบจากความเป็นเจ้าบ้าน และประเมินตรงๆ ว่า สหรัฐมีโอกาสมากกว่าจีนในหลายชนิดกีฬา ขณะที่นายตง ฉือเจีย รองหัวหน้าคณะผู้แทนอีกคนหนึ่ง ก็ทำนายว่า สหรัฐจะเป็นเจ้าเหรียญทอง และแม้แต่อันดับรองแชมป์ จีนยังต้องทำงานหนักมาก
แต่เมื่อสำรวจการนำเสนอข่าวตามสื่อจีนก็จะเห็นว่า ความกระหายในชัยชนะยังแรงกล้าไม่เปลี่ยนแปลง อย่างนายฮวง เปียว หัวหน้าคณะนักกีฬาปิงปองของจีน กล่าวกับลูกทีมว่า เป้าหมายเดียวในลอนดอนที่จะต้องไปให้ถึงคือ การได้เหรียญทองเพิ่มขึ้น และนักปิงปองในทีมมั่นใจจะได้เหรียญทองในทุกประเภทที่ลงแข่ง
ด้านนายหลิว เผิง ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกจีน กล่าวว่า นี่จะเป็นโอลิมปิกครั้งแรกหลังปักกิ่งเกมส์ จีนจะแสดงให้เห็นว่าเป็นชาติที่มีความยิ่งใหญ่ด้านกีฬาอีกครั้ง พร้อมกับขอให้ทัพนักกีฬาทีมชาติทั้งชายและหญิง ระลึกไว้เสมอว่ากำลังแบกความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์อยู่บนไหล่ จงทำให้ดีที่สุด
ในประเทศที่การเมืองกับกีฬาไม่แยกจากกัน เชื่อกันว่าหากผลงานโอลิมปิกออกมาดี จะมีผลเชิงบวกไปถึงการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ครั้งสำคัญในปลายปี ซึ่งจะเป็นการเริ่มขั้นตอนผลัดเปลี่ยนผู้นำรุ่นใหม่ด้วย
นักกีฬาทีมชาติจีนที่เป็นตัวแทนแข่งโอลิมปิกลอนดอนหลายคน ได้รับมอบสมาชิกภาพพรรคคอมมิวนิสต์ ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติแล้ว และหากยังไม่ใช่แรงจูงใจมากพอ ก็ยังมีเงินอัดฉีดรออยู่สำหรับเจ้าของเหรียญทอง
อย่างเปิดเผยไม่มีการบอกว่าจีนจะอัดฉีดนักกีฬาเท่าไหร่ แต่สื่อจีน รายงานว่า ไม่ต่ำกว่าล้านหยวนอย่างแน่นอน
เป็นแรงจูงใจที่บรรดานักกีฬาจากโลกทุนนิยมตะวันตก อาจจะต้องมองด้วยความอิจฉา
....................................................
เมด อิน ไชน่า สินค้าโอลิมปิกลอนดอน
เว็บไซต์ไชนาไทม์สรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สินค้านานาชนิดที่ผลิตสำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกลอนดอนกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นสินค้าผลิตในจีน เมื่อผลิตเสร็จก็จะส่งไปอังกฤษ เพื่อแปะฉลากป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบหรือปลอมแปลง ก่อนส่งออกไปยังประเทศต่างๆ อีกรอบ รวมทั้งประเทศจีน แหล่งผลิตเอง
สมาคมโอลิมปิกอังกฤษ คาดว่า สินค้าโอลิมปิกจะทำรายได้พันล้านปอนด์ (ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) และสร้างกำไรแก่อังกฤษ 86 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,300 ล้านบาท) แต่ในบรรดาสินค้าโอลิมปิก อาทิ เหรียญที่ระลึก และสเแตมป์ มีแค่ 9% เท่านั้นที่ผลิตในประเทศเจ้าภาพ บรรดาแท็บลอยด์อังกฤษจึงออกมาโจมตีสมาคมโอลิมปิกยกใหญ่ ที่ระดมนำเข้าสินค้า แทนที่จะกระจายงานให้ผู้ผลิตในประเทศผลิต
นอกจากจีนที่เป็นแหล่งที่มาของสินค้าโอลิมปิก 65% แล้ว ยังมีที่มาจากตุรกี 19% ฟิลิปปินส์ 4% ที่เหลือเป็นสินค้าผลิตในอินโดนีเซีย เวียดนาม ประเทศไทย ปากีสถาน เยอรมนี และโปแลนด์
แต่ภายในจีน สินค้าโอลิมปิกลอกเลียนแบบ ก็สามารถซื้อหาได้ทางอินเทอร์เน็ต ทำให้สมาคมโอลิมปิกอังกฤษนั่งไม่ติด ต้องตระเวนเจรจากับเว็บไซต์หลายแห่งในจีน เพื่อขอให้เลิกขายของปลอม กระนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะราคาถูกกว่ากันมาก
อาทิ ตุ๊กตาเวนล็อก มาสคอตโอลิมปิกลอนดอนส่วนสูง 3 เซนติเมตร ขายในราคา 38 หยวน (ประมาณ 170 บาท) ถูกกว่าโขเมื่อเทียบกับของแท้ที่ขายในร้านขายของโอลิมปิกในนครเซี่ยงไฮ้ 198 หยวน (ประมาณ 930 บาท) หรือเข็มกลัดโอลิมปิกที่ขายในประเทศเจ้าภาพ 5 ปอนด์ (ประมาณ 250 บาท) แต่ซื้อในจีนได้ในราคาแค่ 29 หยวน (ประมาณ 135 บาท) ส่วนชุดเหรียญเงินที่ระลึก 6 เหรียญ ราคา 550 ปอนด์ในอังกฤษ (ประมาณ 2.55 หมื่นบาท) แต่ในจีน จ่ายแค่ 4,300 หยวน (ประมาณ 20,250 บาท) ก็ได้ของมาไว้ในครอบครองสำหรับผู้ที่ไม่สนใจเท่าไหร่เรื่องของแท้หรือของไม่แท้
ผู้ผลิตในจีนไม่ได้ลอกอย่างเดียว แต่ยังใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองผลิตของอื่นๆ ออกมาขายต้อนรับโอลิมปิกด้วย อาทิ เคสใส่สมาร์ทโฟนพิมพ์ภาพมาสคอต หรือโลโก้โอลิมปิกลอนดอน ราคาแค่ 9 หยวน แน่นอนว่า คงจะทำขายในราคานี้ไม่ได้อย่างแน่นอน หากไปซื้อลิขสิทธิ์ภาพและโลโก้แบบถูกต้องจากสมาคมโอลิมปิกอังกฤษ
.....................................
(จีนกับเจ้าโอลิมปิกครั้งที่สอง หวังได้แต่ยาก : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์)



