
กังขาคำวินิจฉัยศาลรธน.ลวงปชช.
'วีรพัฒน์ ปริยวงศ์' นักกฎหมายอิสระ เผยแพร่งานเขียน หัวข้อ 'คำวินิจฉัยฉบับลวงประชาชน ?' ระบุ ศาลรธน. ไม่ได้มีมติไปในแนวทางเดียวกัน
นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ได้เผยแพร่งานเขียน หัวข้อ 'คำวินิจฉัยฉบับลวงประชาชน ?' ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยมีเนื้อความ ระบุว่า "ผมได้อ่านคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีมาตรา 68 ครบทั้งแปดท่าน ซึ่งอ่านได้ที่
http://www.constitutionalcourt.or.th/index.php?option=com_docman&task=cat_view&gid=532&Itemid=175&lang=th
เมื่ออ่านเสร็จแล้ว ผมพบว่า ศาลได้ทำสิ่งที่ "พิสดาร" มากครับ
หากยังจำกันได้ คดีนี้ ศาลได้กำหนดประเด็นพิจารณาที่สองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกทั้งฉบับได้หรือไม่
ซึ่งสุดท้ายใน "คำวินิจฉัยกลาง ฉบับศุกร์ 13" ศาลก็อธิบายไม่ชัดเจน โดยกล่าวทำนองว่าการแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกทั้งฉบับและยกร่างใหม่ทั้งฉบับสามารถทำได้ แต่ "ควร" ให้ประชาชนได้ลงประชามติก่อน
แต่หากพิจารณา "คำวินิจฉัยส่วนตน" ทั้งแปดฉบับที่เผยแพร่ตามมา จะพบว่า แท้จริงแล้ว ศาลมิได้มีมติไปในทางที่มีการเข้าใจกันแต่อย่างใด!!!
หากอ่านคำวินิจฉัยส่วนตนทั้งแปดฉบับโดยละเอียด จะพบว่า ตุลาการทั้งแปด มีความเห็นที่แตกออกเป็น "สี่ฝ่าย"
ฝ่ายแรก ความเห็น 3 เสียง (นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายบุญส่ง กุลบุปผา และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี)
- เห็นว่า ศาลไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยประเด็นที่สอง แม้ตัวตุลาการเองอาจมีความเห็นเป็นข้อสังเกตก็ตาม แต่สุดท้ายก็ไม่รับวินิจฉัย
ฝ่ายที่สอง ความเห็น 1 เสียง (นายชัช ชลวร)
- เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และสามารถแก้ไขเพิ่มเติมทั้งฉบับได้
ฝ่ายที่สาม ความเห็น 2 เสียง (นายนุรักษ์ มาประณีต และนายสุพจน์ ไข่มุกด์)
-เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ และไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมทั้งฉบับได้
ฝ่ายที่สี่ ความเห็น 2 เสียง (นายเฉลิมพล เอกอุรุ และนายจรูญ อินทจาร)
- เห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สามารถทำได้ แต่ "ต้อง" ทำประชามติถามประชาชนเสียก่อน (ตุลาการสองท่านนี้ไม่ได้ใช้คำว่า "ควร")
ดังนั้น จะเห็นถึงความพิสดารที่ว่า แท้จริงแล้ว ตุลาการทั้งแปดท่านเอง ก็ "ไม่ได้มีมติ" ที่สอดคล้องกับเนื้อความในคำวินิจฉัยกลาง ฉบับวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. แต่อย่างใด !!!
กล่าวคือ "ไม่มีตุลาการแม้แต่คนเดียว" ที่เห็นว่า รัฐสภา "ควร" ทำประชามติถามประชาชนเสียก่อน
มีแต่ตุลาการเพียง 2 ท่าน จาก 8 ท่าน ที่เห็นว่า การแก้ไขทั้งฉบับนั้นทำได้ แต่ "ต้อง" ทำประชามติถามประชาชนเสียก่อน
อีก 2 ท่าน เห็นว่า การแก้ไขทั้งฉบับจะทำไม่ได้เลย
อีก 1 ท่าน เห็นว่า การแก้ไขทั้งฉบับย่อมทำได้ ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ
อีก 3 ท่าน เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยประเด็นนี้ (ซึ่งต้องถือว่า รัฐสภามีอำนาจพิจารณาได้ว่าจะให้มีการแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่)
นี่คือต้นตอของความพร่ามัวของคำวินิจฉัยกลางในประเด็นที่ 2 ที่ทำให้สังคมสับสนมาก่อนหน้านี้
หากศาลทำคำวินิจฉัยส่วนตน แต่ไปเปลี่ยนใจตอนลงมติหลังฟังเพื่อนตุลาการ เลยผสมปนความเห็นจนกลายมาเป็นคำวินิจฉัยกลางนั้น ย่อมไม่อาจทำได้
ยิ่งไปกว่านั้น ในคำวินิจฉัยกลาง ศาลก็ไม่ได้เปิดเผยหรืออธิบายเท็จจริงให้สังคมทราบว่า มีตุลาการที่ออกเสียงตรงกันมากที่สุด 3 เสียง ที่เห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยประเด็นนี้ !
ผมขอถามว่า ศาลทำแบบนี้ เท่ากับศาลได้ทำ "คำวินิจฉัยกลางฉบับลวงประชาชน" และถือเป็นการบิดเบือนการใช้อำนาจโดยไม่สุจริต หรือไม่ ???"
.........
(หมายเหตุ : ที่มา : http://www.facebook.com/verapat)



