
'เทอดเกียรติ'ดันแม่สอดเขตปกครองพิเศษ
'เทอดเกียรติ ชินสรนันท์'ดันแม่สอดเขตปกครองพิเศษ-รับเออีซี : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
มูลค่าการค้าชายแดนของอ.แม่สอด จ.ตาก ตัวเลขจากด่านศุลกากรแม่สอดคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีมูลค่ากว่า 3.5-4 หมื่นล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตด้านการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง "เทอดเกียรติ ชินสรนันท์" นายกเทศมนตรีเมืองแม่สอด ที่คร่ำหวอดในเทศบาลเมืองแม่สอดมาตั้งแต่ปี 2533 จึงหมายมั่นปั้นมือให้เมืองแม่สอดแห่งนี้ถูกยกฐานะการปกครองรูปแบบพิเศษภายใน 2-3 ปี เพื่อรองรับการค้าการลงทุนที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ยังเตรียมพร้อมด้านภาษาให้แก่โรงเรียนในสังกัด ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องพูดให้ได้อย่างน้อย 4 ภาษา เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558
การคร่ำหวอดในพื้นที่เทศบาลเมืองแม่สอดของ "เทอดเกียรติ" เป็นเวลากว่า 22 ปี เคยดำรงตำแหน่งทั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ทำให้เห็นพัฒนาการและการเจริญเติบโตที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมถึงมองเห็นปัญหาอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเติบโตไม่คล่องตัวอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อเปรียบเทียบกับพม่ายิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความล่าช้า โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายท้องถิ่นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการค้าการลงทุน และการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว จึงผลักดันให้กฎหมายพิเศษบังคับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่
"เทอดเกียรติ"เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหลายภาคส่วนได้เห็นพ้องต้องกันว่า อ.แม่สอด ควรมีกฎหมายปกครองตนเอง เพราะแม่สอดถือเป็นเมืองแห่งประตูการค้าในระดับศูนย์กลางภูมิภาคเอเชีย ทั้งทางเศรษฐกิจและการคมนาคมขนส่งของประเทศในกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-พม่า-ส.ป.ป.ลาว-กัมพูชา จึงมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการนครแม่สอดขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุนรวมถึงการดูแลแรงงานต่าวด้าว
"ผมอยากให้ อ.แม่สอด อำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ได้เลย เป็นวันสต็อปเซอร์วิส ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนและการลงทุนของนักธุรกิจได้เป็นอย่างดี รวมถึงด้านแรงงานต่างด้าว จะได้มีการจัดเข้าสู่ระบบและจัดทำเป็นฐานข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีการประกาศใช้จะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 2 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีมูลค่าการค้าชายแดนปีละ 3 หมื่นล้านบาท" เทอดเกียรติ กล่าว
ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการนครแม่สอดขณะนี้ดำเนินการใน 2 แนวทาง คือ เตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมครม.และเสนอเข้าที่ประชุมสภาต่อ ส่วนอีกแนวทางจะถูกเสนอโดยประธานรัฐสภา และส.ส. ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ปีจะเห็นเป็นรูปร่าง ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ให้ความสำคัญและลงพื้นที่มาดูแล้ว โดยเห็นว่าแม่สอดมีศักยภาพเป็นอย่างมาก และหากประสบความสำเร็จจะถือเป็นโมเดลของประเทศให้แก่จังหวัดที่มีการค้าชายแดน
"เทอดเกียรติ" กล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆ นี้นักลงทุนจากเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ได้ลงมาดูพื้นที่และให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ระบุว่าแม่สอดยังมีอุปสรรคสำคัญคือ เรื่องเส้นทางคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะเส้นทางตาก-แม่สอด ระยะทาง 86 กิโลเมตร หากเดินทางโดยรถยนต์โดยสารจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง แต่หากเป็นรถบรรทุกสินค้าจะใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งนักลงทุนรายนี้เสนอจะเข้ามาร่วมสร้างอุโมงค์ตัดผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยจะช่วยย่นระยะทางให้เหลือเพียง 30 กิโลเมตร และประหยัดเวลาในการเดินทางหากเป็นรถยนต์โดยสารจะใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ต้องรอให้แม่สอดเป็นเขตปกครองพิเศษก่อน
นอกจากนี้ เรื่องเร่งด่วนที่ ทน.แม่สอด ต้องเร่งดำเนินการคือ การเตรียมความพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยเฉพาะด้านการศึกษา เด็กนักเรียนและประชากรจะต้องมีความรู้อย่างน้อย 4 ภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาพม่า และภาษาอังกฤษ เพราะหลังจากนี้ไป 10 ประเทศจะเดินทางไปมาหากันเสรีมากขึ้น และแม่สอดก็จะเป็นเมืองประตูสู่เศรษฐกิจ เส้นทางสายเศรษฐกิจอีสต์-เวสต์ อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (East-West Economic Corridor) ที่จะเชื่อมต่อตั้งแต่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม-ลาว-จ.มุกดาหาร-จ.ขอนแก่น-จ.แพร่-จ.พิษณุโลก-จ.สุโขทัย-จ.ตาก-เมืองเมียวดี ประเทศพม่า-จีน และเชื่อต่อไปยังประเทศอินเดีย
"ต่อไปเส้นทางนี้จะไม่เฉพาะนักธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวชาวพม่าเท่านั้นที่จะเดินทางเข้ามา แต่จะรวมไปถึงกลุ่มประเทศจีน อินเดีย และลาว ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของแม่สอดขยายวงกว้างมากขึ้น" เทอดเกียรติ กล่าว
...........................................................
('เทอดเกียรติ ชินสรนันท์'ดันแม่สอดเขตปกครองพิเศษ-รับเออีซี : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



