ข่าว

โจรใต้ประกบยิง2รายซ้อนดับ2สาหัส1

โจรใต้ประกบยิง2รายซ้อนดับ2สาหัส1

27 ก.ค. 2555

คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิง 2 ราย ในพื้นที่ 2 อำเภอ จังหวัดปัตตานี รายแรก 2 สามีภรรยา เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1 อีกรายเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต เจ้าหน้าที่มุ่งประเด็นสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่ตร.ยะลาตั้ง 3 ชุดปฎิบัติการ เร่งคลี่คลายคดีคาร์บอม

               เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 27 กรกฎาคม ร.ต.ท.ทรงวุฒิ หวังหมัด ร้อย เวร สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกัน บนถนนสาย 42 ปัตตานี- โคกโพธิ์ ม.2 บ้านชะเมา ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยกำลังตำรวจ พร้อมตำรวจิสูจน์หลักฐาน,ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ปัตตานี เดินทางไปที่เกิดเหตุ พบกองเลือดและรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแม็ทสีดำ ทะเบียน กษร 790 ปัตตานี ล้มอยู่ ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ของคนร้ายตกอยู่บนพื้น จำนวน 2 ปลอก มีผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย พลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอโคกโพธิ์แล้ว คือนายรอซะ ดอเลาะ อายุ 18 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 ถูกบริเวณขาซ้าย 1 นัด อาการสาหัส และนางแวเซาะ ดอเลาะ อายุ 18 ปี มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณซีกโครงซ้าย 2 นัด อาการสาหัส ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 66 ม.7 ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ ต่อจากนั้น นางแวเซาะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

              ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ ทั้ง 2 คน ได้ออกจากบ้านพัก หลังจากที่รับประทานอาหารเพื่อเตรียมถือศิลอดในวันที่ 28 ก.ค.นี้ โดยมีนายรอซะ เป็นคนขับขี่จักรยานยนต์ โดย นางแวเซาะ นั่งซ้อนท้าย เดินทางไปโรงพยาบาลปัตตานี เพื่อจะไปเฝ้าลูกที่ป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล หลังจากกลับมาบ้านพักเพื่อเอาของ  เมื่อขับขี่มาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตู สีขาว ติดตามมา และได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิง ทำให้เสียหลักรถล้ม บาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป

              จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บไม่เคยมีเรื่องกับใคร ส่วนสาเหตุเบื้องต้นน่าเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่หวังดี ที่ใช้โอกาสสถานการณ์ใต้ ก่อเหตุยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เป็นการกระทำของกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ ซึ่งข้อเท็จจริงขะได้ทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป.

                 ต่อมาเวลา เวลา 05..10 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง ปัตตานี รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต ที่โรงพยาบาสลปัตตานี จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ชื่อ นายอารง เจะมะแซ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/1 ม.6 บ้านจือโร๊ะ ต.บานา อ.เมือง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม เอชเค ถูกบริเวณ ปากทะลุคอ เป็นรูโบ๋ว และมือซ้ายเข้าซี่โครง

                จากนั้น นำกำลังตำรวจ รุดไปที่เกิดเหตุ บริเวณ ใกล้มัสยิดจือโร๊ะ ม.6 บ้านจือโร๊ะ ต.บานา พบกองเลือด และ ปลอกกระสุนอาวุธปืนสงคราม เอชเคจำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

                  จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตาย อดีตเคยเป็น ผู้ใหญ่บ้าน และ อาสาสมัคร อ.เมืองปัตตานี เมื่อเกษียนก็อยู่บ้าน ทำปลูกผักสวนครัวเล็กน้อย ก่อนเกิดเหตุ หลังจากรับประทานอาหาร เพื่อเตรียมถือศีลอด  ก็ได้เดินไปเพื่อละหมาดที่มัสยิดในหมู่บ้าน ระหว่างก่อนถึงมัสยิดประมาณ 10 เมตร ได้มีคนร้ายออกมาจากมุมมืด และใช้อาวุธปืนกราดยิงทำให้เสียชีวิต ส่วนคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนีไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเรื่องการเมืองท้องถิ่น ที่กำลังเตรียมให้ลูกชายลงเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน หรือสร้างสถานการณ์ใต้

 

 

ตร.ตั้ง 3 ชุดปฎิบัติการ เร่งคลี่คลายคดีคาร์บอม

                 จากกรณีคนร้ายนำรถยนต์กระบะอีซูซุ รุ่นดีแมค สีบรอนซ์เงิน ซุกวัตถุระเบิดแล้วนำมาจอดไว้ริมถนนสายบ้านอูเป๊าะ-ปากาซาแม หมู่ 7 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยครู สภ.ท่าธง ขับรถผ่าน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

                ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อ เวลา 08.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าด้านคดีคาร์บอมนั้น หลังจากในช่วงเช้าของเมื่อที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมตรวจค้นกดดันในพื้นที่ ก็ได้หลักฐานที่เป็นประโยชน์กับรูปคดี จากนั้นได้มีการประชุมติดตามทีมสืบสวน รวมทั้งการแบ่งงานแบ่งความรับผิดชอบ โดยทีมแรกเป็นทีมที่ติดตามกล้องวงจรปิด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากได้เบาะแสของรถยนต์ที่ขับติดตามรถของเจ้าหน้าที่ และลงมาปฎิบัติการ ซึ่งจะทำงานในลักษณะตีวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ส่วนชุดที่สองก็ได้มอบหมายให้ติดตามเรื่องรถที่คนร้ายนำมาทำคาร์บอม ไปตามในเรื่องของคดีเก่า เนื่องจากรถที่นำมาก่อเหตุนั้นได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.ทุ่งยางแดง ปัตตานี ก็ให้ไปติดตามข้อมูลเหล่านั้นนำมาต่อภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนทีมที่สามก็ให้ติดตามในเรื่องของรถยนต์กระบะที่ขับติดตามรถของเจ้าหน้าที่และลงมือก่อเหตุซ้ำกับเจ้าหน้าที่ ที่เชื่อว่าเป็นรถยนต์กระบะสี่ประตูสีบรอนซ์เงิน ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ คันที่คนร้ายก่อเหตุยิงแล้วชิงรถ ของ นายสุชาติ สุวรรณฉลวย ที่ซ.วิฑูรอุทิศ 9 ย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา

                 “นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้ข้อมูลจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่แจ้งเบาะแสของกลุ่มคนร้าย ที่เป็นประโยชน์ ก็ได้จัดทีมลงไปตรวจสอบข่าวดังกล่าวแล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ส่วนคลิปวีดีโอ ที่พบในโทรศัพท์มือถือภายในบ้านของนายกามัน ไชยชนะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ สภ.ท่าธง นั้น ทางเจ้าของโทรศัพท์ดังกล่าวซึ่งเป็นน้องสาวของนายกามัน ได้ให้การว่าเป็นผู้ถ่ายภาพดังกล่าวเอาไว้หลังเกิดเหตุจริง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำกล่าวอ้างดังกล่าว

                  ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ที่วัดพุทธภูมิ อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานในพิธีส่งศพ ร.ต.ท.สุธรรม อ้นทอง รองสวป.สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา ที่เสียชีวิตจากเหตุคาร์บอม โดยส่งศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยมีกองเกียรติยศ และบรรดาผู้บังคับบัญชา เพื่อนตำรวจ และญาติมิตร ร่วมส่งศพอย่างสมเกียรติ




ทหารพรานปะทะคนร้ายถล่มฐานเพื่อแก้แค้นถูก จนท.วิสามัญ         


          วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น.  ขณะที่ จ.ส.อ. วิสุทธิ์ ชอบกูล สังกัด ร้อย ร 15124 ฉก.นราธิวาสที่ 30 ทำหน้าที่ หน.ชุดลาดตระเวรเดินเท้า นำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนเดินเท้า ในพื้นที่ บ้านกาโด๊ะและบ้านเปาะรามะ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยเส้นทางให้กับครูและชาวบ้านในพื้นที่  ระหว่างเดินทางกลับเมื่อมาถึงบริเวณชายป่าบ้านเปาะรามะ หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
         
          ขณะนั้นมีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ซุ่มอยู่ในป่าข้างทางได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารต่างกระโดดหมอบหาที่กำบัง พร้อมกับได้ยิงโต้ตอบกันนานกว่า 10 นาที และได้วิทยุขอกำลังเข้าช่วยเหลือจาก ฉก.นราธิวาสที่ 30 จากนั้น พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาสที่30 นำกำลังเข้าช่วยเหลือทันที ทำให้คนร้ายสู้ไม่ไหวได้ล่าถอยหลบหนีเข้าป่าไปเจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามจึงเกิดการปะทะกันขึ้นอีกระลอก แต่คนร้ายอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไป
         
          พ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาสที่30 กล่าวว่า คนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้พยายามที่จะเข้ามาลอบโจมตีฐานทหาร ของ ร้อย ร 15124 ซึ่งเป็นฐานทหารที่ดูแลบ้านพักของชาวไทยพุทธซึ่งเหลือเพียงหลังเดียวสุดท้าย แต่บริเวณรอบๆฐานนั้นได้เสริมกำลังทหารพราน ร้อย ทพ.4902 กรมทหารพราน49 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำให้คนร้ายไม่กล้าโจมตี จึงได้ล่าถอยมาทางด้านหลัง  และมาเจอชุดลาดตระเวรของ จ.ส.อ. วิสุทธิ์ ชอบกูล พอดี จึงได้เกิดการยิงปะทะกันขึ้นดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 3 คน ซึ่งขณะนี้ได้กระจายกำลังกันติดตามไล่ล่าขึ้นไปบนเทือกเขาแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารปลอดภัยทุกนาย
         
          พ.ท.สฐิรพงษ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้สืบทราบมาว่า จะมีแกนนำกลุ่ม RKK.ระดับปฏิบัติการ ภายใต้การนำของนายสุไลมาน มะหะหมัด ประมาณ 10 คน เข้ามาเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ ต.รือเสาะออก จึงได้จัดกำลังดูแลป้องกันไว้ จำนวน3 ชุด ชุดแรก ออกลาดตระเวรชายป่า ชุดที่ 2.ดูแลรอบฐานปฏิบัติการ ชุดที่3 ภายในฐานปฏิบัติการซึ่งเป็นบ้านไทยพุทธ
         
          โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่กลุ่มคนร้ายพยายามที่จะเข้ามาโจมตีฐานแห่งนี้ ซึ่งครั้งแรกคนร้ายเสียชีวิต2รายและบาดเจ็บอีก 5 ราย ซึ่งครั้งนี้คนร้ายพยายามที่จะเข้ามาโจมตีอีกครั้งแต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารได้เตรียมแผนระวังป้องกันไว้อย่างดี โดยเฉพาะบ้านของชาวบ้านไทยพุทธหลังนี้ ซึ่งเป็นหลังสุดท้ายของหมู่บ้านแล้ว