ข่าว

'พายุถล่มกรุง'เสาไฟฟ้าโค่นพ่อค้าดับ

'พายุถล่มกรุง'เสาไฟฟ้าโค่นพ่อค้าดับ

26 ก.ค. 2555

พายุถล่มกรุงเสาไฟฟ้าย่านบางชันโค่นทับหัวพ่อค้าดับคาตลาดนัด สาหัสอีก 1 ราย

              เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 26 ก.ค. พ.ต.ท.รักศักดิ์ รุ่งแสง (สบ 2) สน.บางชัน รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุเสาไฟฟ้าหักโค่นทับประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณตลาดนัดคลองเจ๊ก ซ.รามคำแหง 130 แขวงและเขตสะพานสูง กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมกับประสานการไฟฟ้านครหลวงเข้าไปดำเนินการตัดไฟ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

               ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณตลาดนัดติดกับปากซอยรามคำแหง 130 เจ้าหน้าที่พบเสาไฟฟ้าหักโค่น  2 ต้น โดยเสาต้นที่อยู่ตรงป้ายซอยรามคำแหง 130 ได้หักทับผู้คนที่อยู่ในตลาดนัดดังกล่าวเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนวัมน์ แสงกล้า อายุ 45 ปี อยู่บ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า ตึก 79 ห้องเลขที่ 33 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. สภาพศพถูกเสาไฟฟ้าทับที่บริเวณศีรษะ เลือดไหลนองทั่วพื้น สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีสาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล ซึ่งเป็นพ่อค้าขายอาหารทะเลสดภายในตลาดนัดดังกล่าว

               ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อนางอารี เผือกน้อย อายุ 54 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าดังกล่าว เนื่องจากถูกเสาไฟฟ้ากระแทกเข้าที่บริเวณศีรษะ ซึ่งนางอารีเป็นชาวบ้านที่มาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดนัดดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎ์ สุขาภิบาล 3 อาการสาหัสเลือดคลั่งในสอง แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่า กว่าการไฟฟ้าจะเดินทางมาตัดไฟต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตราย เพราะระหว่างนั้นมีประกายไฟจากสายไฟปะทุอยู่เป็นระยะ

               จากการสอบถามนางวิไล เปลี่ยนสีทอง อายุ 45 ปี แม่ค้าขายผลไม้ซึ่งตั้งแผงอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าที่หักทับผู้ตายประมาณ 3 เมตร เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.30 น. เริ่มมีลมกันโชกแรงเมื่อฝนเริ่มตกลงมา พ่อค้าแม่ค้าต่างหาที่หลบฝน ส่วนลมก็ยังพัดกระโชกอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลา จากนั้นไม่นานเสาไฟฟ้าต้นที่อยู่ห่างออกไปได้หักโค่นลงมา ก่อนที่เสาไฟฟ้าต้นที่ทับผู้ตายจะถูกรั้งหักโค่นลงมาทับพ่อค้าขายอาหารทะเลสดและชาวบ้านที่มาเดินตลาด ขณะนี้ตนยังรู้สึกตกใจไม่หาย ไม่มั่นใจว่าจะกล้ากลับมาขายของที่ตลาดแห่งนี้อีกหรือไม่ เพราะยังกลัวและสยองกับภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้า โดยตลาดแห่งนี้เป็นตลาดนัดที่เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ จันทร์ และพฤหัสบดี โดยพ่อค้าแม่ค้าจะเริ่มมาตั้งแผงในช่วงเวลา 14.00 -15.00 น.

               ด้านนายครรชิต สมคิด อายุ 36 ปี พ่อค้าขายไก่ทอดซึ่งตั้งแผงอยู่ติดกับโคนเสาไฟที่ทับคนตาย กล่าวว่า หลังจากเกิดลมฝนตนก็ได้ออกจากแผงมาหลบอยู่ที่เต็นท์ซึ่งเป็นเขียงหมู โดยมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาหลบฝนอยู่เกือบ 10 ชีวิต โดยเต็นท์ดังกล่าวตั้งอยู่ติดกับแผงของพ่อค้าขายอากหารทะเลที่ถูกเสาไฟฟ้าทับ ตอนนี้ยังขวัญหนีดีฝ่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเสาไฟฟ้าต้นที่หักมาทับบริเวณที่หลบฝนกันอยู่ซึ่งห่างจากจุดที่ล้มแค่ 1 เมตร ก็น่าจะมีคนบาดเจ็บล้มตายมากกว่านี้ หลังจากเสาไฟฟ้าล้มก็มีเสียงไฟช็อตและเสียงระเบิดตามมาทำให้ทุกคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ต้องรอจนเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึง

               นายดาวคนอง อนุเคาราะห์ อายุ 43 ปี พ่อค้าขายเครื่องครัว ซึ่งตั้งแผงอยู่ใต้จุดที่เสาไฟฟ้าหักล้มลงมาพอดี กล่าวว่า ก่อนฝนจะตกได้มีลมพัดมาแรงมากเหมือนพายุ ตนจึงรีบนำผ้าใบมาคลุมข้าวของที่แผงไว้ ก่อนจะไปยืนหลบฝนอยู่ที่เขียงหมูกับเพื่อนๆ โดยตนยืนอยู่ข้างผู้ตาย ตอนนี้ตนยังรู้สึกหวาดผวาไม่หาย เนื่องจากเสาไฟฟ้าที่ล้มลงมานั้นเฉียดศีรษะตนไปแค่เส้นผม ส่วนคนเคราะห์ร้ายกลับกลายเป็นพ่อค้าขายอาหารทะเล ซึ่งตนทักทายตอนเพิ่งตั้งแผงเสร็จใหม่ และหากเสาไฟฟ้าเอนมาทางเต็นท์ที่หลบกันอยู่ คงมีพ่อค้าแม่ค้าตายกันเป็นสิบ
 
               นางณริศา คนหาญ อายุ 40 ปี ภรรยาของผู้ตาย กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนกับสามีเพิ่งจะแต่งงานอยู่กินกันได้ไม่นาน และต่างคนต่างเป็นหม้ายลูกติด โดยฝ่ายสามีมีลูกติด 3 คน ส่วนตนมีลูก 2 คน แต่ได้ช่วยกันค้าขายหาเงินเลี้ยงดูลูกๆทั้งหมด ซึ่งลูกทั้ง 5 คนยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ที่ผ่านมาตนกับสามีต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนตนขายอาหารทะเลสดเหมือนกัน แต่ตั้งแผงอยู่ที่ตลาดเอื้อ ซอยเสรีไทย 41 โดยก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. สามีได้มาช่วยตนตั้งแผงอยู่ที่ตลาดเอื้อ ก่อนจะมาตั้งแผงของตัวเองอยู่ที่เกิดเหตุ จากนั้นไม่นานช่วง 15.00 น.ตนได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าสามีถูกเสาไฟฟ้าหักโค่นทับเสียชีวิต ตอนแรกไม่อยากจะเชื่อ ตนรู้สึกเสียใจมาก และคิดว่าต่อจากนี้ไปการใช้ชีวิตคงลำบากมากขึ้น เนื่องจากสามีเป็นคนขยันหาเลี้ยงคนทั้งครอบครัว อีกทั้งสามีตั้งความหวังว่าจะต้องส่งเสียบรรดาลูกๆทุกคนให้เรียนหนังสือจนจบปริญาตรี ขณะนี้ตนรู้สึกท้อแต่คงต้องสู้ต่อไปให้สมกับที่สามีอยากให้ลูกๆ เรียนจบสูงๆ

               พ.ต.ท.รักศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย เป็นเหตุที่คาดไม่ถึงเนื่องจากพายุฝนลมแรงมากจนทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นลงมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานโดยมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับความเสียหายมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางชัน ก่อนจะประสานทางการไฟฟ้านครหลวงให้มาช่วยเหลือรับผิดชอบเยี่ยวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป

 

............

 

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)