ข่าว

การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยองค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้

การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยองค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้

20 พ.ค. 2552

ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยและของโลกก็คือ เราอยู่ในประเทศเดียวกันและโลกเดียวกันแต่รู้ไม่เท่ากันการรู้ไม่เท่ากันนำไปสู่ปัญหานานาประการ ซึ่งต่อไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง การทำให้คนรู้ทั่วถึง ทัดเทียม เท่าทัน จึงเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย และจุดเปลี่ยน โลก

 ระบบการศึกษาอย่างที่มีไม่สามารถสร้างการรู้อย่างทั่วถึง ท! ัดเทียม เท่าทันได้  เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แต่ขณะนี้การสื่อสารที่มีทั้งหมดยังถูกใช้ไปในทางผิดๆ ด้วยอิทธิพลของเงิน ฉะนั้นจึงควรมีองค์การสื่อสารของรัฐที่เป็นอิสระและมีสมรรถนะสูง เพื่อการเรียนรู้ของคนทั้งมวล หรือ อสร.

  ประเทศของเราตกอยู่ในความหมักหมมของอำนาจ และความไม่รู้หรืออวิชชา คนทั้งหลายยังขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้ ขาดการรับรู้ความจริง การใช้เหตุผลและมีวิจารณญาณ ถูกล้างสมองได้ง่ายจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการปลุกปั่นทางการเมือง ตกเป็นเหยื่อของการบริโภคความขัดแย้งแตกแยกและรุนแรง การสื่อสารที่ดีจะพาสังคมออกจากอำนาจของอวิชชา องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ ควรจะม ีวัตถุประสงค์อย่างน้อยดังต่อไปนี้


 ๑.    สร้างจิตสำนึกใหม่ ให้คนไทยทั้งมวลเกิดสำนึกในศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของตนเอง และเปิดศักยภาพแห่งการสร้างสรรค์ให้เต็มที่

 ๒.   สร้างวัฒนธรรมการอ่าน คนไทยอ่านน้อย ในเรื่องที่ซับซ้อนถ้าไม่อ่านจะไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจก็ไม่สามารถเผชิญกับความซับซ้อนได้ ทำให้สังคมติดขัดและวิกฤตขึ้นเรื่อย ต้องสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้ได้

 ๓.   ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจมีโครงสร้างสัมพันธ์ทางดิ่ง สังคมทางดิ่งจะมีการเรียนรู้น้อยแต่มีพฤติกรรมทางลบมาก จะขัดแย้งและรุนแรงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นสังคมทางราบ คือมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำด้วยความสมัครใจ ในทุกพื้นที่ในทุกองค์กรและในทุกเรื่อง เกิ ดความเป็นประชาสังคม ความเป็นประชาสังคมจะทำให้เศรษฐกิจดี การเ! มืองดี แ ละศีลธรรมดี การสื่อสารต้องส่งเสริมการเกิดขึ้นแห่งประชาสังคม

 ๔.   ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น อำนาจรัฐรวมศูนย์เป็นปัญหาของประเทศนำไปสู่ความขัดแย้งทั่วแผ่นดิน และทำให้เกิดการเมืองที่เ ข้ามาคิดรวบอำนาจรัฐรวมศูนย์ ต้องกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นโดยทั่วถึง ถ้าภายใน ๑๐ ปี ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งทุกทางประเทศไทยจะพ้นวิกฤต กิจการทุกชนิดจึงควรไปส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งการสื่อสาร

 ๕.   ส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ! การคิดด้ วยเหตุผลและการมีวิจารญาณ  ทุกวันมีข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นเต็มโลก เป็นขยะเสียก็มาก การสื่อสารต้องช่วยให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริง กระตุ้นให้คิดด้วยเหตุผล ให้แยกแยะได้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง อะไรมีประโยชน์ อะไรมีโทษอย่างไร ประชากรที่มีวิจารณญาณ เป็นประชากรที่มีคุณภาพสูง คุณภาพของประชากรเป็นทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ การสื่อสารต้องส่งเสริมการมีคุณภาพของประชากรโดยรวดเร็วควรมีรายการที่เชื่อมต่อให้ทุกบ้านและทุกชั้นเรียน มีการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารทุกวัน

 ๖. สร้างและส่งความรู้เพื่อการใช้งาน (Working Knowledge) ความรู้จำเป็นแก่ชีวิตตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน ควรสำรวจความต้องการการใช้ความรู้ เพื่อชีวิตและงานของคนกลุ่มต่างๆ และส่งเสริมให้มีการสร้างความรู้ที่ถูกต้องและมีประโยชน์ ทุกวันนี้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่สับสนมากถึงประโยชน์และโทษของสิ่งต่างๆ เพราะการมุ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อธุรกิจการค้าและเพราะการขาดความสามารถทางวิชาการของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยต่างๆ ควรจะตั้งศูนย์ความรู้เพื่อสังคม เพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์ให้ได้ความรู้ที่แม่นยำและเหมาะแก่การใช้ประโยชน์ของประชาชนและประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

 ๗. ส่งเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียน นักเรียนทุกคนควรจะได้มีโอกาสเรียนรู้จาก “ครูดี” ครูดีจะก่อให้เกิดความบันดาลใจและความสนุกในการเรียนรู้ แต่ขณะนี้เป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนในทุกห้องเรียนทั่วประเทศจะมีโอกาสได้เจอครูที่สอนเก่ง แต่เป็นไปได ้โดยเทคโนโลยีการสื่อสาร เป็นไปได้ที่จะแสวงหาครูที่สอนเก่งในวิชาต่างๆ และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสื่อไปสู่ทุกห้องเรียนที่ต้องการเรียนวิชานั้นๆ ให้ทั้งนักเรียนและครูได้ดูฟังพร้อมกัน แล้วนำไปปุจฉาวิสัชนากันต่อไป เป็นการพัฒนาทั้งครูและนักเรียนไปพร้อมกัน

 ๘. การสื่อสารเพื่อการพัฒนาการเมือง การเมืองที่ด้อยพัฒนานำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง การเมืองด้อยพัฒนาเพราะอยู่ในภพภูมิของอำนาจ ผลประโยชน์ความไม่รู้ จึงต้องมีการยกระดับไปสู่ภพภูมิใหม่แห่งการใช้ความรู้และเหตุผล ควรจัดให้กลุ่มที่มีความเห็นทางการเมืองที่ แตกต่างกันมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นของตนให้ประชาชนรับรู้ทั้ง! ประเทศ เ มื่อเริ่มต้นกลุ่มเหล่านี้อาจจะมีวาทกรรมแบบเดิมๆ คือขาดฐานข้อมูลความรู้และขาดการใช้เหตุผล ควรมีศูนย์ข้อมูลความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องคอยให้ข้อมูลแก่ผู้รับชมรับฟังพร้อมทั้งแสดงวิธีคิดด้วยเหตุผล ในที่สุดสังคมผู้รับชมรับฟังจะเข้ามากำกับให้นักการเมืองใช้ข้อมูลหลักฐานความรู้และการคิดอย่างมีเหตุผล พัฒนาการเมืองจะเกิดขึ้นเมื่อสาธารณะที่มีความรู้และเหตุผลเข้ามากำกับให้นักการเมืองใช้ความรู้และเหตุผล

 ๙. สร้างสื่อเพื่อการเรียนรู้ อสร. ควรส่งเสริมให้มีการสร้างสื่อดีๆ ทุกรูปแบบ เพื่อการเรียนรู้ไม่ว่าจะเ ป็นหนังสือ นิทาน การ์ตูน มัลติมีเดีย ซอฟแวร์ต่างๆ เพื่อส่งต่อไปให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ

 ๑๐. สื่อสุนทรียธรรมและจิตตปัญญาศึกษา อสร. ควรสื่อสารศิลปะ วัฒนธรรมและความดีงามต่างๆ ไปสู่ประชาชนโดยกว้างขวาง ด้วยวิธีการที่ไม่น่าเบื่อและในทำนองเดียวกันส่งเสริมให้มีการรู้จิตของตัวเองแล้วเกิดปัญญา ที่เรียกว่าจิตตปัญญาศึกษาซึ่งมีแนวทางอันหลากหลายน่าสนใจและสนุก สุนทรียธรรมและจิตตปัญญาศึกษา จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation ) ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม


                ที่ยกตัวอย่างมาทั้ง ๑๐ เรื่อง เป็นเรื่องที่องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้สามารถทำได้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ไม่เป็นการยากเลยที่รัฐบาลจะออกกฎหมายจัดตั้งองค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ที่เป็นอิสระและมีงบประมาณพอเพียงและคล่องตัว ถ้าหากใช้เงินสักปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้เงินไปมากๆ แต่ไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่าเท่าการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ของคนทั้งชาติ


                ข้อสำคัญต้องมีกลุ่มคนที่มีจิตสำนึกสูง มีฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ของคนทั้งมวล เข้าใจเรื่องความรู้ การเรียนรู้ การสื่อสารและการจัดการ ขอให้คนที่เป็นกัลยาณมิตรเช่นนี้ก่อตัวกันขึ้น ทำแผนองค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ และยกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง โดยทำเป็นกระบวนการสาธารณะแล้วเชื่อมต่อกับทางการเมือง ผมเชื่อว่าไม่มีวิญญูชนคนใดจะไม่ต้องการให้เรื่องดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้น ขอแต่เพียงให้ทำเป็นและจัดการเป็น

ประเวศ  วะสี