
สหรัฐฯหวั่นภัยแล้งดันสินค้าแพง
สหรัฐฯ วิตกปัญหาภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ที่กำลังแผ่ขยายไปครึ่งประเทศ อาจทำให้ราคาอาหารพุ่งขึ้นราว 3-4 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า
26 ก.ค.55 สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภัยแล้งครั้งรุนแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2499 หรือในรอบ 56 ปี ครอบคลุม 31 รัฐ หรือราวครึ่งหนึ่งของประเทศ ส่งผลให้ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง ข้าวโพด ถั่วเหลือง ซึ่งใช้เป็นอาหารสัตว์ พุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลผลิตข้าวโพดราว 88 เปอร์เซ็นต์ และผลผลิตถั่วเหลืองราว 87 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ อยู่ในพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ บอกว่า ในปีหน้า ไข่ ผลิตภัณฑ์นม เนื้อวัว เนื้อไก่ และเนื้อหมูจะมีราคาแพงขึ้น เนื่องจากอาหารสัตว์มีราคาแพง โดยคาดว่า ราคาเนื้อวัวจะพุ่งขึ้นสูงสุด ราว 4-5 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์นม 3.5-4.5 เปอร์เซ็นต์ ,เนื้อไก่ และไข่ 3-4 เปอร์เซ็นต์ ,เนื้อหมู 2.5-3.5 เปอร์เซ็นต์ และราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ จะสูงขึ้นราว 2.8 เปอร์เซ็นต์ แต่จะไม่กระทบราคาผักและผลไม้
ริชาร์ด โวล์พ นักเศรษศาสตร์ จากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ บอกว่า ภัยแล้งปีนี้ เกิดขึ้นกะทันหัน โดย ทางการสหรัฐฯ ไม่ได้ทันตั้งตัว และผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นกว่าระดับปกติ
ล่าสุด ทางการสหรัฐฯ กำลังหาแนวทางช่วยเหลือเกษตกรที่ได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ประสบภัยแล้ง 31 รัฐ สามารถขอรับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และความช่วยเหลืออื่นๆ จากทางการได้
ขณะนี้ในหลายๆ รัฐ เริ่มมีมาตรการประหยัดการใช้น้ำแล้ว อย่างที่เมือง อินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา กำลังเผชิญกับภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษ ทำให้ต้องออกมาตรการประหยัดน้ำ เช่น ห้ามการล้างรถ ห้ามเติมน้ำในสระว่ายน้ำ และหยุดทำความสะอาดถนนชั่วคราว เพื่อลดการใช้น้ำลงราว 1 ใน 3 ของปริมาณที่ใช้ทุกวัน



