ข่าว

DSIส่งหลักฐานฮั้วประมูลซื้อจีที200เพิ่ม

DSIส่งหลักฐานฮั้วประมูลซื้อจีที200เพิ่ม

26 ก.ค. 2555

"ดีเอสไอ" ส่งหลักฐานฮั้วประมูลซื้อจีที 200 ให้ป.ป.ช.เพิ่มเติม พร้อมออกหนังสือเชิญ 13 หน่วยงานหารือแนวทางดำเนินคดีฉ้อโกงกับบริษัทต่างชาติ พร้อมประสานข้อมูลสหรัฐ-อังกฤษแฉอุปกรณ์ลวงโลก หลอกขายประเทศด้อยพัฒนา

          วันที่ 26 ก.ค.55  นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 และอัลฟา 6 ว่า ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเรื่องดังกล่าวแล้ว แยกเป็น 13 ชุด ตามจำนวนหน่วยงานที่จัดซื้อ ดังนั้น จากนี้ป.ป.ช.จะเป็นผู้รับผิดชอบการตรวจสอบความผิดในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐ และเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ค. ดีเอสไอเพิ่งส่งข้อมูลเพิ่มเติมกับป.ป.ช. ประเด็นที่พบว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการฮั้วประมูลมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในกรณีที่พบว่าการดำเนินการของบริษัทที่เป็นตัวแทน บริษัทแม่ในประเทศอังกฤษ และบริษัทตัวแทนช่วง มีพฤติกรรมสมรู้ร่วมคิดกระทำความผิดฐานฮั้วประมูล นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบด้วยว่ามีหน่วยงานนอกเหนือจาก 13 แห่ง จัดซื้อเครื่องจีที 200 และอัลฟา 6 มาใช้งาน ซึ่งดีเอสไอจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป 
 
          นายธาริต กล่าวอีกว่า  ดีเอสไออยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการเอาผิดฐานฉ้อโกงกับบริษัทเอกชนที่เป็นผู้เสนอขายสินค้า โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นควรทำหนังสือเชิญตัวแทนหน่วยงานทั้ง 13 หน่วยงานเข้าประชุมเพื่อสอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องจีที 200 และอัลฟา 6 รวมทั้งหารือเรื่องการเอาผิดคดีฉ้อโกง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอ มีเพียงบางหน่วยงานที่แจ้งมาอย่างไม่เป็นทางการ บางหน่วยงานก็เงียบหาย และบางหน่วยมีทีท่าไม่ยอมรับผลสอบของดีเอสไอ ทั้งที่ดีเอสไอสอบสวนโดยยึดตามพยานหลักฐานการตรวจสอบใช้เครื่องมือดังกล่าวของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)แล้ว ปรากฏว่าเครื่องมือทั้ง 2 ชนิด ไม่มีประสิทธิภาพใช้งาน ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจตรงกันจึงควรเข้าหารืออย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะนัดหารือได้อีก 2 สัปดาห์หลังจากนี้
  
          ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า ดีเอสไอได้ตรวจสอบข้อมูลการดำเนินคดีกับบริษัทผู้ขายเครื่องมือที่มีการอวดอ้างว่ามีคุณสมบัติตรวจสอบวัตถุระเบิดระยะไกลพบว่ามีการผลิตในประเทศอังกฤษและสหรัฐฯ ซึ่งทุกบริษัทถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงหลอกลวงทั้งหมดแล้ว โดยสหรัฐฯมีการจำหน่ายเครื่อง โมล(M.O.L.E) ตรวจพิสูจน์จากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯเมื่อปี 2002 แล้วว่าลวงโลก จากนั้นบริษัทผู้ผลิตจึงหนีไปเปิดบริษัทผลิตจีที 200 แล้วมาหลอกจำหน่ายให้กับประเทศด้อยพัฒนา ต่อมาเมื่อปี 2007 ได้มีการผลิตเครื่อง สนิฟ เฟ็กซ์ (Sniffix) ซึ่งมีในประเทศไทยเช่นกันโดยกองทัพเรือสหรัฐฯพิสูจน์แล้วว่าใช้ไม่ได้ผลอย่างที่อวดอ้าง ในปี 1966 เครื่องคาลโตร แทรคเกอร์ (Quartro Tracker) ซึ่งถูกเปิดโปงว่าเป็นเครื่องลวงโลก และถูกเอฟบีไอสหรัฐฯดำเนินคดี
  
          พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศอังกฤษนั้น อัยการอังกฤษได้สอบสวนกรณีดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2007-12 ก.ค. 2012 แจ้งข้อหากับนายเกรย์รี่ บอลตัน นายแซมมวล ทรี นายโจน ทรี นายไซม่อน เชอร์ราด นายจิม แมคคอร์มิค และนายแอนโทนี่ วิลเลียมสัน โดยหลอกลวงขายเครื่องจีที 200 และอัลฟ่า 6 ผ่านบริษัทโกลบอล เทคนิคคอล บริษัทคอนแทคและบริษัทเอทีเอสซี โดยในบริษัทไทยได้เข้ามาก่อตั้งบริษัทเอวีเอ แซดคอม จำกัด บริษัท แจ๊คสัน อิเลคทรอนิกส์ และบริษัท เปโตร กรุงเทพฯ ซึ่งขายเครื่องให้กับหน่วยงานของรัฐเฉลี่ยราคาตั้งแต่ 424,800-1,850,588 บาท และเป็นที่น่าสังเกตว่ามีการจำหน่วยเครื่องเอดีอี 651 ราคา ประมาณ 500,000-1,000,000 บาทโดยรัฐบาลประเทศอิรักทุ่มงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท แต่เกิดเหตุระเบิดพลีชีพน้ำหนัก 2,000 กิโลกรัมเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 155 รายกลางกรุงแบกแดด เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2552 จนกลายเป็นประเด็นให้มีการตรวจสอบบริษัทถึงประสิทธิเครื่องมือดังกล่าว สำหรับประเทศไทยในปี 2552 เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องจีที 200 ตรวจที่เกิดเหตุใน อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส  และอ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โดยเครื่องยืนยันว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยไม่มีระเบิดแต่กลับเกิดเหตุระเบิดจนทำให้มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต