ข่าว

'สมชาย'ปัดแจง'ตู่'เหตุไม่ให้นั่ง'รมต.'

'สมชาย'ปัดแจง'ตู่'เหตุไม่ให้นั่ง'รมต.'

26 ก.ค. 2555

'สมชาย'ปัดเรียก'จตุพร' แจงเหตุไม่ให้นั่ง รมต. รับเคยพบจริงแต่แค่มากินก๋วยเตี๋ยว พร้อมแนะวิธีปลอดภัยแก้ไข รธน. รายมาตรา

                   26 ก.ค.55 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ได้เรียกนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. มาชี้แจงเรื่องการไม่ให้รับตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงมีโควตารัฐมนตรีเพียง 1 เก้าอี้คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ว่า ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยเข้าไปแทรกแซงเรื่องการปรับครม. ที่ผ่านมาเคยเรียกนายจตุพรมาพบจริง แต่เป็นการมากินก๋วยเตี๋ยวกันธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้พูดเรื่องการปรับครม.เลย ตนไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายเรื่องการปรับครม. ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเรื่องการเมือง เพราะการปรับครม.เป็นอำนาจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวเท่านั้น

 

 

แนะวิธีปลอดภัยแก้ไข รธน. รายมาตรา

                   นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ว่า เชื่อว่าคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมานั้นตรงกับคำแถลงเมื่อวันที่ 13 ก.ค. แต่จะมีรายละเอียดชัดเจนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เท่าที่ฟังนั้นเห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไม่ใช่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าคำวินิจฉัยกลางที่ออกมาจะมีความชัดเจนเรื่องการลงมติในวาระ 3 รวมทั้งคำแนะนำเรื่องการทำประชามติหรือไม่ หากไม่มีความชัดเจนออกมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็คงเป็นหมัน เพราะไม่ได้ปลดล็อคเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หวังว่าคำวินิจฉัยกลางที่ออกมาจะมีความชัดเจน หรือว่าอาจจะชัดเจนแบบไม่ชัดเจนหรือไม่

                 นายสมชาย กล่าวต่อว่า ส่วนตัวแล้วมองว่า ทางออกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดคือ การแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยให้ ครม.หรือสมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เสนอขอแก้ไข ไม่ต้องห่วงว่า สสร.จะไปมุบมิบแก้รัฐธรรมนูญกันอย่างไร แม้ว่าจะช้า ถูกฝ่ายค้านแปรญัตติยืดเยื้อจนใช้เวลานานเพราะเป็นสิทธิของฝ่ายค้านในการแปรญัตติที่ทำได้ และไม่ถือเป็นการผิดสัญญาเรื่องการไม่ทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เพราะรัฐบาลได้เดินหน้าทำอย่างเต็มที่แล้ว มีการเสนอกฎหมายตั้ง สสร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่มีอุปสรรคถูกศาลรัฐธรรมนูญห้ามและถูกทักท้วงจนอาจเกิดความแตกแยก ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายหรือนองเลือดขึ้นอีก จึงเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ไม่สามารถกระทำตามนโยบายรัฐบาลได้ จึงไม่ถือเป็นการผิดสัญญา ทั้งนี้ ระหว่างที่มีการเสนอขอแก้ไขเป็นรายมาตรานั้น รัฐบาลก็ควรให้ความรู้แก่ประชาชนถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคที่ระบุว่า ผู้ใดทุจริตเลือกตั้งต้องถูกตัดสิทธิ รวมถึงการตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดด้วย ซึ่งสมควรจะแก้ไขในประเด็นนี้