ข่าว

สิ่งชำรุด

สิ่งชำรุด

26 ก.ค. 2555

สิ่งชำรุด : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก [email protected]

               แล้วปฏิกิริยาท่าทางอันกระเหี้ยนกระหือรือ เย้ยหยันไม่ไยไพ ท้าทายคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญของพลพรรคเพื่อไทย ตลอดจนเหล่าบรรดาอำมาตย์สายพันธุ์ใหม่ แกนนำคนเสื้อแดงก็ค่อยๆ แผ่วลงไปตามความคาดหมาย เมื่อผู้มีบารมีซึ่งเร่ร่อนสัญจรอยู่ภายนอกประเทศ ส่งสัญญาณมาจากฮ่องกง ยอมรับได้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา
 
               ที่เคยเอะอะตึงตัง ชิงชังรังเกียจรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อ้างว่าเป็นผลไม้พิษจากการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 จะเป็นจะตายกันให้ได้ ต้องแก้ไขมาตรา 291 ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับให้เป็นประชาธิปไตย เอาเข้าจริงเป็นแค่ปาหี่ จำอวดของพวกนักเล่นกลทางการเมือง ระหว่างเสวยสุขเสพอำนาจรัฐเท่านั้นเอง
 
               ปลุกเร้าเรียกแขกสักพัก ครั้นคนเยอะมามุงดูก็ได้ทีก็ทำมาหารับประทานด้วยการ ขายยา ขายน้ำมันพราย หรือกุมารทอง พอคนเบื่อหน่ายเดินหนีก็เรียกความสนใจขึ้นมาใหม่
 
               เพียงนายทั่นลั่นประกาศิตออกมาเท่านั้น ก็ตั้งท่าเตรียมการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานั้นมาตรานี้กัน
 
               ผลไม้พิษกลายเป็นผลไม้ทิพย์ หอมหวนชวนรับประทานไปในพริบตา
 
               เกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ตั้ง สสร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่เป็นผล ผู้คนเริ่มรู้ไต๋ รู้แกวก็เปิดประเด็นใหม่มาเป็นเรื่องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หนีทหาร ระดมสรรพกำลังทั้งหมดโหมกระพือเรื่องเก่าแต่ปี 2542 ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้งในยามที่ตัวเองเป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐ
 
               ทำราวกับว่าคราวนี้ต้องพิฆาตฟาดฟัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จมธรณีให้จงได้ ถึงขนาดคนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต กระโดดลงมาเล่นเอง ประกาศจะแถลงข่าวผลการสอบสวนดำเนินการด้วยตัวเองเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม
 
               ถูกอกถูกใจมวลชนคนเสื้อแดงเป็นยิ่งนัก
 
               "โอ๊ค" พานทองแท้ ถึงขนาดตั้งตนเป็นทั้งอัยการและตุลาการทางเฟซบุ๊ก กล่าวหาด้วยพยานหลักฐานพร้อมพิพากษาเสร็จสรรพ
 
               "นพดล ปัทมะ” มั่นอกมั่นใจถึงขนาดโพสต์ข้อความด้วยประโยคที่ว่า “นักการเมืองใหญ่บอกว่าข้อกล่าวหาหนีทหารเป็นมุกเก่า พรุ่งนี้จะได้รับทราบเพิ่มเติมว่าเป็นมุกเก่าหรือมุกเลี่ยมเพชร”
 
               แต่สุดท้าย พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต กลับ "นัดแล้วไม่มา" ยกเลิกกำหนดการแถลงข่าวโดยปราศจากเหตุผล ขณะที่นักรบไซเบอร์เสื้อแดงพยายามช่วยสรรหาเหตุผลมาอรรถาธิบาย อ้างว่ามีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
 
               เป็นอย่างนั้นไป “ลับ ลวง พราง” จนได้ ไม่รู้จะแก้ต่างแก้ตัวอะไรก็ด่าทออำมาตย์ โทษมือที่มองไม่เห็นเอาไว้ก่อน แล้วก็จบกันไป ใครจะมาโต้แย้งถกเถียงอะไรก็ไม่ได้
 
               มิไยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกจะออกมายืนยันว่าข้อกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หนีทหารเป็นเรื่องเก่าและไม่มีมูล
 
               อย่างไรก็ตามหากไม่ได้สวมเสื้อสีแดง เหลือง เขียวหรือฟ้าเสียแล้ว ยากที่จะปฏิเสธได้อยู่เหมือนกันว่าประวัติการรับราชการทหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มิได้เป็นไปตามมาตรฐานพลเมืองชายไทยอย่างที่ควรจะเป็น เฉกเช่นเดียวกับความตายของประชาชนร่วมร้อยศพซึ่งไม่อาจจะถือเป็นมาตรฐานการเป็นผู้ปกครองที่ดีไปได้เลย
 
               พูดกันอย่างตรงไปตรงมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นสิ่งชำรุดทางการเมือง ไม่ได้แตกต่างไปจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด