
'ภูมิธรรม'ชี้แก้รธน.ต้องรอบคอบ
"ภูมิธรรม" ชี้ประเทศมีหลุมดำสถานการณ์ไม่ปกติทำอะไรต้องรอบคอบ อุบไต๋แนวทางแก้ "รธน." อ้างรอดู คำวินิจฉัยกลาง โฆษกศาลรธน. เผยตุลาการเห็นชอบคำวินิจฉัยกลางแล้ว
25ก.ค.2555 นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการผู้อำนวยการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ต้องรอดูคำวินิจฉัยกลางจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน เมื่อออกมาเมื่อใดพรรคจะมากำหนดท่าทีอีกครั้ง
“ขณะนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติที่คิดจะทำอะไรก็ได้ เราต้องคิดไม่ให้สังคมตกลงไปในหลุมดำที่เป็นวิกฤตมากไปกว่านี้ แต่จะหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยให้สังคมสบายใจว่า จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาประชาธิปไตยเอาไว้” นายภูมิธรรม กล่าว
ส่วนกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง อ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยากให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราต้องรับฟังความเห็นรอบด้าน
ออกตัวมีความสุขดีทำงานเป็นกองหลัง
นายภูมิธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สนับสนุนให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณา ว่าจะเป็นช่วงไหนซึ่งไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณตามที่เป็นข่าว สำหรับตนนั้นทำงานเป็นกองหลังคอยระวังประตู ช่วยให้พรรคมีความเข้มแข็งและให้กองหน้า คือ นายกรัฐมนตรีและครม. ทำงานให้ประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ตนยังมีความสุขดี
ส่วนกระแสข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะไปควบตำแหน่งรมว.กลาโหม เพื่อกระชับความสัมพันธ์กองทัพนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่นายกฯและกองทัพยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเป็นอย่างดี ร่วมมือแก้ปัญหามาตลอด เช่น เรื่องน้ำท่วม ความสัมพันธ์กับกองทัพไม่มีปัญหาอะไร และการปรับครม. ส่วนตัวไม่เคยได้ยินจากปากนายกฯ ท่านยังเห็นว่าทำงานได้ดีไม่มีปัญหา ที่ออกมามีแต่ข่าวจากสื่อ
โฆษกศาลรธน. เผยตุลาการเห็นชอบคำวินิจฉัยกลางแล้ว
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ในการประชุมวันที่ 25 พ.ค.นี้ตุลาการฯได้ให้ความเห็นชอบกับร่างคำวินิจฉัยกลางกรณียกคำร้องการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญมาตรา 291 ไม่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 โดยมีเนื้อหาประมาณ 30 หน้า ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเนื้อหาข้อเท็จจริง เพื่อให้คำวินิจฉัยกลางออกมาสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากคำวินิจฉัยกลางต้องประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะต้องตรวจสอบและพิจารณาคำวินิจฉัยให้เรียบ ร้อยก่อนที่จะส่งเวียนให้ตุลาการฯแต่ละคนลงนาม ซึ่งน่าจะเริ่มเสนอให้ลงนามได้ตั้งแต่วัน พรุ่งนี้เป็นต้นไป และคาดว่าน่าจะเผยแพร่คำวินิจฉัยกลางลงเว็บไซต์ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 27 ก.ค.นี้
“นิคม”พร้อมลาออกรองปธ.วุฒิสภาคนที่ 1 ชิงเก้าอี้ประธาน
นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ในฐานะรักษาการประธานวุฒิสภา กล่าวภายหลังการเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) ว่า จากกรณีที่ศาลพิพากษาให้พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ในฐานะอดีตผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา มีความผิดกรณีที่ออกระเบียบของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขึ้นเงินเดือนให้กับตนเอง ซึ่งเป็นผลให้พล.อ.ธีรเดช ต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่ง ประธานวุฒิสภา และมีผลโดยทันที ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 (4) ซึ่งที่ประชุมได้หารือถึงวันที่จะให้มีการเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ เบื้องต้น คาดว่าจะเป็นวันที่ 10 ,14 หรือ 17 ส.ค. นี้ ส่วนจะเป็นวันใดที่แน่นอนนั้นต้องรอการส่งเอกสารคำพิพากษาอย่างเป็นทางการมายังเลขาธิการวุฒิสภาอีกครั้ง โดยขั้นตอนการเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่จะเป็นไปตามระเบียบการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2551 ข้อ 16 อาทิ มีผู้เสนอชื่อบุคคล มีผู้รับรองครบถ้วน ถูกต้อง ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าวไม่ได้มีการหารือถึงตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาแต่อย่างใด
นายนิคม ได้กล่าวถึงกรณีที่มีส.ว.เลือกตั้ง สนับสนุนให้ลงชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา ว่าตนพร้อมรับการเสนอชื่อดังกล่าว หากมีผู้เสนอชื่อลงชิงประธานวุฒิสภาจริง และพร้อมจะลาออกจากตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ส่วนการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมวุฒิสภา ช่วงที่มีการคัดเลือก ประธานวุฒิสภาคนใหม่ ตนจะให้นางพรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 มาปฏิบัติหน้าที่แทน



