ข่าว

เหยื่อ'เด็กเก้าอี้ฟาดป้า'โผล่อีกราย

เหยื่อ'เด็กเก้าอี้ฟาดป้า'โผล่อีกราย

25 ก.ค. 2555

ศาลให้ประกันตัวเด็กมือเก้าอี้ฟาดป้า นัดรายงานตัว 29 ส.ค. ด้านเหยื่อเครียดหนัก ปิดปากเงียบ หลังตกเป็นข่าวออกสื่อ บ่นปวดแผลไม่อยากเอาเรื่อง ขณะที่เหยื่อโผล่อีกรายถูกแทงที่ลำคอ

              25ก.ค.2555   จากกรณีที่นางสมจิตร พลายเนาว์ อายุ 51 ปี พนักงานบริษัททำความสะอาดบีซีเอส ที่ถูกวัยรุ่นใช้เก้าอี้ตีเข้าที่ใบหน้าได้รับบาดเจ็บ ถูกถ่ายเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางอินเตอร์ เป็นข่าวฮือฮาถึงความรุนแรงของวัยรุ่นที่ทำเกินกว่าเหตุ จนล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามชายวัยรุ่นที่อยู่ในภาพข่าวสอบสวนแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา

              ขณะเดียวกันร.ต.อ.(หญิง) คะนึงนุช ทศไพรินทร์ พนักงานสอบสวน (สบ.1 ) สน.ปทุมวัน เจ้าของคดี ได้นำตัว นายเอ ( นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายนางสมจิตรส่งศาลเพื่อไต่สวนเกี่ยวกับกระบวนการจับกุมของเจ้าพนักงานว่ากระทำโดยชอบหรือไม่ โดยใช้เวลา 1ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

              โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นสมควรอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว นายเอ ตีราคาประกัน 5,000 บาท ซึ่งญาติได้รับตัวเยาวชนกลับไป ทั้งนี้ศาลได้กำหนดนัดให้นายเอ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 29 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

 

เหยื่อโผล่อีกรายถูกแทงที่ลำคอ


                เมื่อเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบทราบว่า นายเอ เคยก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงเด็กนักเรียนต่างโรงเรียน จนได้รับบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ปกครองของนายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนชื่อดังเขตพระนคร  ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ปทุมวันว่า ลูกชายถูกนายเอ ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ลำคอ ขณะที่กำลังเดินเล่นกับกลุ่มเพื่อนในห้างมาบุญครอง ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

                พ่อของนายกอล์ฟชี้แจงว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่ลูกชายตนกับเพื่อนในกลุ่มกำลังเดินเล่นอยู่ภายในห้าง  ก็พบนายเอกับเพื่อนอีกคนหนึ่งเดินสวนกันบนบันไดเลื่อน จากนั้นก็มีการพูดท้าทายกัน เนื่องจากเป็นเด็กต่างโรงเรียนกัน ลูกชายจึงเดินไปแจ้งให้ รปภ.ทราบว่า ถูกนายเอข่มขู่ แต่ทางรปภ.ของห้างไม่สนใจ หลังจากนั้นนายเอก็ย้อนวกกลับขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะควงอาวุธมีด พูดจาข่มขู่อีกเหมือนจะเอาเรื่อง ซึ่งลูกชายก็พูดขอโทษ เนื่องจากไม่อยากมีเรื่อง ซึ่งนายเอก็ทำท่าเหมือนจะเก็บมีดไปแล้ว แต่ขณะที่ลูกตนเดินแยกออกไปนั้น นายเอก็ชักมีดขึ้นแทงคอลูกชายตน เข้าที่ลำคอด้านซ้ายได้รับบาดเจ็บ ทาง รปภ.ของห้างจึงรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที แพทย์แจ้งว่าบาดแผลนั้นเฉียดลูกกระเดือกกับกล่องเสียง ห่างเส้นเลือดใหญ่ไปแค่ 2-3 มิลลิเมตรเท่านั้น ตนจึงเดินทางมาแจ้งความแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

                ผู้ปกครองของนายกอล์ฟ กล่าวต่อว่า ได้ประสานไปยังผู้ปกครองพาตัวนายเอให้มาไกล่เกลี่ยกัน โดยฝ่ายคู่กรณีก็ยินยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับค่าทำขวัญให้ลูกชายตน ซึ่งฝ่ายตนก็ไม่อยากเอาเรื่อง เนื่องจากเห็นคู่กรณีเรียนอยู่ชั้น ม.6 และกำลังจะจบการศึกษาแล้ว ส่วนเรื่องของคดีความนั้น ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไป

                ด้าน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ทราบเรื่องนี้แล้ว และกำลังให้ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นำสำนวนมาตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากทางตำรวจยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า นายเอเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงเด็กนักเรียนต่างโรงเรียนด้วยหรือไม่ ต้องให้พนักงานสอบสวน ประสานไปยังเด็กผู้เสียหายที่ถูกแทง ได้รับบาดเจ็บมาทำการชี้รูปยืนยันอีกครั้ง หากผู้เสียหายยืนยันว่า เป็นคนเดียวกันก็จะออกหมายเรียกให้นายเอมารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต่อไป ซึ่งหากไม่มาตามหมายเรียกก็สามารถออกหมายจับได้ต่อไป



"ป้า"เครียดไม่อยากเอาเรื่องเด็ก

              ส่วนนางสมจิตรซึ่งได้เดินทางไปนอนพักรักษาตัวที่ บ้านเลขที่ 177 หมู่ 3 บ้านห้วยไผ่ ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น หลังจากที่เพื่อนบ้านรู้ข่าวต่างก็มาเยี่ยมนางสมจิตรอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ขณะที่นางสมจิตรมีอาการค่อนข้างเครียด โดยช่วงที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่านางสมจิตรกำลังคุยโทรศัพท์ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและถึงกับร้องไห้ ทำให้ญาติต่างก็พากันวิตก เป็นห่วงว่านางสมจิตรจะไม่สบาย จึงขอร้องไม่ให้สัมภาษณ์ 

              ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าบริเวณบาดแผลที่หน้าผากของนางสมจิตรยังมีอาการบวม มีรอยแผลเย็บอย่างชัดเจน ซึ่งนางสมจิตรบอกแค่ว่าปวดแผลมากอาจจะเป็นเพราะเครียด จากนั้นไม่ยอมพูดคุยกับใคร และปลีกตัวไปนอนพักผ่อนที่เปลข้างบ้าน

              ขณะนั้นมีเพื่อนบ้านมาเยี่ยมและให้กำลังใจนางสมจิตรกว่าสิบคน รวมทั้งนายทองเปลว ชะทา ผู้ใหญ่บ้าน ม. 3 บ้านห้วยไผ่ ซึ่งเปิดเผยว่า ตอนแรกตนไม่ทราบเรื่องว่านางสมจิตรถูกทำร้ายร่างกายแล้วกลับมารักษาตัวที่บ้าน จนกระทั่งสายวันที่ 24 ก.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คน มาหาที่บ้านสอบถามถึงนางสมจิตรกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกาย และให้ช่วยพาไปบ้าน แต่เมื่อไปถึงไม่พบเจ้าตัว ทราบว่าออกไปตลาด จึงไม่พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

              กระทั่งช่วงเย็นตนจึงได้มาพูดคุยสอบถามเรื่องราวจากนางสมจิตร ทราบว่า ถูกทำร้ายเมื่อวันที่ 16 ก.ค.และเข้ารับรักษาตัวที่ โรงพยาบาลตำรวจ 2 วัน โดยเย็บแผลจำนวน 12 เข็มจากนั้นเดินทางกลับเพื่อพักรักษาตัวที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเป็นข่าวเนื่องจากเป็นคลิปวิดีโอออกทางสื่ออินเตอร์เน็ต และทำให้มีผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาสอบถามจำนวนมาก

              นายทองเปลว กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามนางสมจิตรเล่าว่า วันเกิดเหตุหลังเลิกงาน ระหว่างเดินจะไปขึ้นรถเมล์ เท้าไปเตะถูกนาฬิกาที่หล่นอยู่บนพื้น จึงหยิบขึ้นมาแล้วเดินไปที่ป้ายรถเมล์ ต่อมามีเด็กวัยรุ่นเดินเข้ามาถามเอานาฬิกา แต่ยังพูดยังไม่ได้เรื่องดีก็เอาเก้าอี้มาฟาดจนได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้แจ้งความเพราะทั้งนางสมจิตร และญาติไม่ต้องการมีเรื่อง อยากให้จบไป แต่ถ้าหากว่า ต้องการไปแจ้งความก็จะเป็นคนพาเดินทางไปพร้อมกับญาติเพื่อไปแจ้งความที่สน.ปทุมวันเอง

              "ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าวันนี้มีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไรทำให้นางสมจิตรถึงกับเครียด ทั้งที่เมื่อวานยังอารมณ์ดีและค่อนข้างสบายใจอยู่เลย ปกติเขาเป็นคนเรียบร้อยและพูดน้อย " ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
 
              จากการสอบถามญาติและเพื่อนบ้านทราบว่านางสมจิตร ได้เดินทางไปทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดกับบริษัทบีซีเอส ที่กรุงเทพตั้งแต่อายุ 17 ปี เป็นคนขยันทำงาน นานๆจึงจะกลับบ้านสักครั้ง ได้เก็บเงินเพื่อก่อสร้างบ้าน ซึ่งอยู่บริเวณติดกับบ้านของแม่ เป็นบ้านไม้ยกสูงอยู่ระหว่างการต่อเติม แต่ ด้านบนสามารถอยู่อาศัยได้ ชีวิตครอบครัวปัจจุบันเลิกกับสามีมีบุตรชาย 1 คนอายุ 18 ปีทำงานแล้วที่ กรุงเทพฯ

              นางดวงมะลิ พลายเนาว์ แม่ของนางสมจิตร กล่าวว่า ปกติลูกสาวไม่ค่อยเดินทางกลับบ้าน จะมาก็เทศกาลสำคัญเท่านั้น แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาให้พี่สาวกับน้องสาวไปรับ บอกว่าได้รับบาดเจ็บ เมื่อสอบถามจึงทราบว่า ถูกตีมา แต่ก็ไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนเรื่องที่จะทำอย่างไรต่อไปก็ให้พี่น้องตัดสินใจกันเอาเอง

              ส่วนการรักษาพยาบาลนางสมจิตรซึ่งเป็นพนักงานบริษัท บีซีเอส จำกัด ได้ใช้สิทธิประกันสังคม หลังจากเดินทางกลับเพื่อพักรักษาตัวได้ไปล้างแผลที่อนามัยโนนข่า ทุกวัน ขณะเดียวกันทราบว่า ผู้จัดการซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้โทรศัพท์มาสอบถามอาการอย่างต่อเนื่อง เฉพาะช่วงเช้าได้โทรถามถึง 3 ครั้ง


"สมพงษ์"ชี้เหตุการศึกษาไร้ระบบสร้างรากเหง้าคุณธรรม


              รศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะความรุนแรงต่อเพศ ผู้ที่อ่อนแอกว่า หรือผู้สูงอายุ ยิ่งเมื่อเด็กเป็นผู้กระทำ ทำให้เห็นได้ว่ารากเหง้าทางคุณธรรมของเด็กหายไป ขาดการยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักการอภัย และการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเด็กมัธยมศึกษา หรือศึกษาอยู่ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะอบรมบ่มนิสัยให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรมได้ ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่รัฐบาล ควรต้องทำ คือการสร้างระบบคุณธรรมให้เกิดขึ้นในเด็ก ซึ่งการที่รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติดนั้นดีแล้ว แต่ไม่ควรทิ้งวิกฤตปัญหาเด็กด้านอื่นด้วย อาทิ วัตถุนิยม ความรุนแรง เพศ และการเสพสื่อ ที่กลายเป็นปัจจัยหนึ่งในชีวิตของเด็ก ขณะที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง น่าจะให้ความสำคัญเรื่องปัญหาสังคม ครอบครัว  ไม่ใช่เพิ่มแต่คุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กแล้วละเลยวิกฤตเด็กด้อยคุณภาพ

              “ระบบการศึกษาตอนนี้มีลู่เดียว เป็นลูกเรื่องการแข่งขัน และกวดวิชา ไม่ใช่ลู่ที่จะเป็นตัวเชื่อมโยง แก้ปัญหาวิกฤตได้ โครงการต่างๆที่บอกว่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตเด็ก สร้างคุณธรรมจริยธรรม ไม่มีการขับเคลื่อนที่แท้จริง ทำเพียงลายลักษณ์อักษร ทำให้วิกฤตปัญหาเด็กติดลบลงเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากไม่แก้ไข อนาคตสังคมจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเด็กนักเรียนในคลิปที่กระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรจะให้เด็กไปขอขมา และดูแลเรื่องค่ารักษา ขณะเดียวกันผู้หญิงที่ถูกทำร้าย ควรให้อภัยเด็ก” รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว