ข่าว

ฝ่ายนิติบัญญัติกับการพัฒนาประเทศ

ฝ่ายนิติบัญญัติกับการพัฒนาประเทศ

26 ก.ค. 2555

คอลัมน์ ปิดประเด็น : ฝ่ายนิติบัญญัติกับการพัฒนาประเทศ : โดย ... ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตไทยศึกษา

          ทุกประเทศต้องมีกฎหมายไว้เพื่อเป็นกรอบในการอยู่ร่วมกัน เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ของสังคมและเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ กฎหมายที่ดีจะเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศที่ดี ฉันใดฉันนั้นที่กฎหมายที่ไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ หรือไม่ทันสมัย ก็จะเป็นตัวถ่วงรั้งการพัฒนาของประเทศ

 

          เรื่องนี้เราพอมองเห็นตัวอย่างได้จากประเทศเกาหลีใต้ ที่ในปี ค.ศ.1980 เป็นต้นมา เขาประกาศจุดยืนชัดเจนที่จะมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า โดยเขาเชื่อว่าโลกของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะเกิดไม่ได้หากไม่เริ่มที่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของคน แต่เมื่อเวลาผ่านมาเพียง 10 ปีเศษ ก็พบว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาที่ออกในช่วงทศวรรษที่ 1980 มีความไม่เหมาะสมในหลายมิติ 

          จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการของประธานาธิบดีเพื่อการปฏิรูปการศึกษาขึ้นในปี ค.ศ.1993 อันนำมาซึ่ง Local Education Autonomy Act เพื่อรองรับการดำเนินการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบใหม่ และในวันนี้เกาหลีใต้ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วครับว่า เขาสร้างอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าได้ โดยการวางรากฐานทางกฎหมายที่ดี และสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามสถานการณ์

          หันมามองของไทยเราบ้างครับ หากไม่นับช่วงที่มีปัญหาบ้านเมืองวุ่นวายมีการปิดสภา ซึ่งช่วงนั้น มีระยะเวลาเฉลี่ยของกฎหมายที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของสภาค่อนข้างนานผิดปกติแล้ว สภาชุดก่อนหน้าที่มีอายุตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2551-5 สิงหาคม 2554 รวมราว 2 ปี 8 เดือน ได้มีการพิจารณากฎหมายทั้งหมด 69 ฉบับ แต่ได้ผ่านกฎหมายออกมาราวครึ่งหนึ่ง คือ 36 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 52.2 ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่กฎหมายบางฉบับ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็ได้ตกไปพร้อมกับการหมดอายุของสภาด้วย

          พอมาถึงสภาปัจจุบันบ้าง อายุสภาปัจจุบันเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2554 ถึงปัจจุบันก็นับเป็นเวลาราว 1 ปี 2 เดือน ได้มีการเสนอพิจารณากฎหมายทั้งหมด 38 ฉบับ โดยนับถึงวันนี้มีการผ่านกฎหมายออกมาทั้งสิ้น 6 ฉบับ หรือคิดเป็นร้อยละ 15.8 ซึ่งกฎหมายทั้ง 6 ฉบับนี้ใช้เวลาเฉลี่ย 0.98 ปี แต่ก็มีหลายฉบับครับที่ได้มีการเสนอเข้ามาใหม่จากที่ไม่ได้ผ่านจากสภาก่อนๆ 

          กฎหมายที่ดีจะเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศที่ดี ฉันใดฉันนั้นที่กฎหมายที่ไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ หรือไม่ทันสมัย ก็จะเป็นตัวถ่วงรั้งการพัฒนาของประเทศในระยะยาว...ศักยภาพของฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีผู้แทนราษฎร ที่พวกเราเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่แทนพวกเรามิใช่เป็นเพียงนามธรรมครับ...สามารถวัดกันได้ตามตัวอย่างตามข้อมูลที่เล่าสู่กันฟังข้างต้น...นอกจากศักยภาพของฝ่ายนิติบัญญัติจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวแล้ว ภาคประชาชน ภาคเอกชน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอนาคต ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันครับ อนาคตไทย...เราเลือกได้ครับ

 

 

--------------------

(คอลัมน์ ปิดประเด็น : ฝ่ายนิติบัญญัติกับการพัฒนาประเทศ : โดย ... ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตไทยศึกษา <[email protected]>)