
'เต้น'นัดถก3ปท.ยักษ์ใหญ่ยางพารา
'ณัฐวุฒิ' นัดถก 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตยางพารา หาทางออกราคาตกต่ำ 27 ก.ค.นี้ ยันยังไม่มีสัญญาณปรับครม.
25 ก.ค.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ว่าวันนี้(25ก.ค.) ตนได้รายงานต่อที่ประชุมถึงสถานการณ์ยางพารา ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายางพาราอยู่ในราคาบวกเพิ่มขึ้นตลอด แต่ในสัปดาห์นี้ตั้งวันจันทร์ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์ค่าเงินยูโรต่ำที่สุดในรอบ 12 ปีและสถานการณ์ในสเปนวิกฤติหนักขึ้น ส่งผลให้ราคายางทั้งในและต่างประเทศลดลง แต่เราก็กำลังผลักดันโครงการ 1.5 หมื่นล้านขับเคลื่อนได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยการตั้งเวทีชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการโครงการแก่เกษตรกร ซึ่งวันศุกร์นี้จะไปที่ภาคเหนือ จ.พิษณุโลก ซึ่งเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้การขับเคลื่อนโครงการในทุกจุดก็น่าจะทำได้เต็มศักยภาพ
ส่วนมาตรการภายนอกมีการหารือกันผ่านกลไกไอทีอาร์ซี ที่จะกำหนดมาตรการร่วมกันของ 3 ประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ คือ ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งภายในวันศุกร์ ที่ 27 ก.ค.นี้ จะมีทางออกและมีข้อสรุปร่วมกันของ 3 ประเทศ โดยอาจจะมีทางออก เช่น จำกัดปริมาณการส่งออกหรือไม่หรือการลดผลิตภัณฑ์ยางพารา และจะแถลงมาตรการในเวลาเดียวกันจากทั้ง 3 ประเทศเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ
ทั้งนี้ในวันนี้ตนนำเสนอผลการศึกษาของสถาบันวิจัยยางพารา กรมวิชาการเกษตร เรื่องการนำวผลผลิตยางพาราธรรมชาติเป็นส่วนผสมยางมะตอยราดถนน ซึ่งรมว.คมนาคมสนใจ ก็จะตั้งเวทีศึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันระหว่างกรมวิชาการเกษตร กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท คาดว่าในสัปดาห์หน้าทั้ง 3 หน่วยงานจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้งนี้ผลศึกษามีความชัดเจนว่าหากใช่ยางพาราเป็นส่วนผสมยางมะตอยราดถนน ต้นทุนจะสูงกว่าราคาผิวคือวัตถุดิบที่ใช้ราด 15 เปอร์เซ็นต์ แต่หากคำนวณอายุการใช้งานจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า
'ณัฐวุฒิ' ยันยังไม่มีสัญญาณปรับครม.
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรียกร้องหากมีการปรับคณะรัฐมนตรีก็ต้องให้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแก่นายภูมิธรรม เวชยชัย ผอ.พรรคเพื่อไทย หรือนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ว่าเป็นความเห็นของนายก่อแก้ว ที่คงจะมีความห่วงใยพี่น้องที่ร่วมต่อสู้กันมา แต่ดุลพินิจทั้งหมดก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นหลัก ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะมีขึ้นในเร็ววันนี้หรือไม่ แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณอะไรจากนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าจะไม่มีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นในพรรค เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นสิทธิขาดอำนาจเต็มของนายกรัฐมนตรี คนที่ทำงานก็ทำหน้าที่กันไป ส่วนนายกรัฐมนตรีจะมีดุลพินิจเปลี่ยนแปลงทีมงานหรือไม่ก็อยู่ตรงนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรากลุ่มคนเสื้อแดงจะมีท่าทีอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรายังจะรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญก่อน หลังจากนั้นจะหารือกันและนำข้อสรุปของนปช.ไปแจ้งให้พรรคได้ทราบพร้อมกับเหตุผลประกอบ ส่วนทิศทางที่ออกมาจะตรงกับทางพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าไม่ว่าจะแตกต่างกันอย่างไร สุดท้ายก็ควรได้มติเป็นเอกภาพเพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เพราะสิ่งสำคัญของรัฐบาลกับคนเสื้อแดงคือความเป็นเอกภาพในการเคลื่อนไหว เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามต้องการคือความแตกแยกของรัฐบาลกับประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย
เมื่อถามว่ากรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็นและแก้ไขเป็นรายมาตรา นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งรองนายกฯ เฉลิม มีประสบการณ์แม่นยำข้อกฎหมายที่เสนอมา ตนเห็นว่าเป็นทางที่น่าสนใจ แต่ก็ควรรอฟังคำวินิจฉัยกลางให้ครบและหารือให้เห็นเข้าใจด้วยกันทุกฝ่ายก่อน



