ข่าว

"ไม่เคยยอมใครเท่าแป้ง" คำสารภาพรัก 'ผู้กองต้อม'

"ไม่เคยยอมใครเท่าแป้ง" คำสารภาพรัก 'ผู้กองต้อม'

25 ก.ค. 2555

"ไม่เคยยอมใครเท่าแป้ง" คำสารภาพรัก 'ผู้กองต้อม' ทายาทคนดัง 'ชัจจ์ กุลดิลก'

ในที่สุด ครอบครัว 'กุลดิลก' ก็ได้ฤกษ์งามยามดีในช่วงปลายฝนต้นหนาว ถือฤกษ์วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2555 แต่งสะใภ้ (ดารา) 'น้องแป้ง' อรจิรา แหลมวิไล ให้ลูกชายคนเล็ก 'ผู้กองต้อม' ร.ต.อ.ทรงพันธ์ กุลดิลก ทันปีมังกร...

 งานนี้ว่าที่เจ้าบ่าว 'ผู้กองต้อม' ดีใจอย่างออกนอกหน้า เพราะตั้งท่ารอสาวเจ้าตกลงปลงใจมานานแล้ว ล่าสุด ยอมเปิดใจกับ 'นิตยสาร Who?' ฉบับ 118 ประจำเดือนกรกฎาคม 2555 ในคอลัมน์ EXCLUSIVE ประกาศแต่งงานกับ 'แป้ง' อรจิรา แหลมวิไล ผ่านสื่อเป็นครั้งแรก กับวลีเด็ด!!!

 "ผมไม่เคยยอมผู้หญิงคนไหนมากเท่าแป้ง"

 ใครจะเชื่อว่านายตำรวจหนุ่มวัย 30 ต้นๆ ดีกรีนักเรียนนอก พ่อเป็นนายตำรวจใหญ่ และเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้จะยอมศิโรราบกับดาราสาวออกแนวเซ็กซี่แบบสดใส ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเจ้าตัวออกมายอมรับแบบลูกผู้ชายว่า

 "ถือว่าผมยอมเขามากๆ (หัวเราะ) เพราะที่ผ่านมาสมัยคบแฟนเก่า ผมไม่เคยยอมเลยนะ ผมเป็นคนที่ยอมเขาเยอะ แล้วก็ทนเขาได้เยอะ ผมทำอย่างนั้น เพราะผมอยากให้เรื่องมันจบเท่านั่นเอง แต่ถ้าเขายอมผมบ้าง ก็ดีนะ (หัวเราะ)

 "เขาชอบบอกว่า ผมชอบน้อยใจ แล้วผมก็ไม่ใช่คนเงียบๆ จะชอบคุยด้วยซ้ำไป แต่ความจริงเขาว่ากันว่า ผู้หญิงกับผู้ชายทะเลาะกัน เวลาที่ผู้ชายแสดงออกด้วยความน้อยใจ คือการหลีกเลี่ยงการปะทะ คือไม่อยากทะเลาะเลยออกแนวเงียบๆ ไม่พูดเลยแล้วกัน เงียบไปเขาก็มองว่า ผมขี้น้อยใจ (หัวเราะ)"

 น่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะว่า ผู้กองหนุ่มอารมณ์ดีคนนี้เป็นใคร... เขาคือ ลูกชายคนสุดท้องของ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ที่เกิดกับคุณแม่ วิมลรัตน์ กุลดิลก มีพี่น้องท้องเดียวกัน 3 คน พี่ชายคนโต พ.ต.ต.ยศพงษ์ กุลดิลก ผู้กองต้อม เป็นคนกลาง และมีน้องสาวคนเล็ก ชื่อ 'โอน' นันทิดา กุลดิลก เป็นเชฟไฮโซแห่งร้านพาสต้าบาร์ Felice รู้จักกันดีในแวดวงสังคม ที่เพิ่งจะสละโสดไปเมื่อปลายปีที่แล้ว กับ 'เทพฤทธิ์ ไรวินท์' บุตรของ นฤเทพ-สุมาลี ไรวินท์ โดยมี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส และมีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ 'พี่ชาย' บุญธรรม บรรณพจน์ ดามาพงศ์ เป็นแขกวีไอพี

 นอกจากนี้ ผู้กองต้อม ยังมีพี่สาวต่างมารดาอีก 4 คน ได้แก่ ดร.จารุพรรณ-ชลิกา-โฉมชฎา-โสมไสว กุลดิลก ซึ่งเมื่อนับรวมพี่น้องทั้ง 7 คน ผู้กองต้อม ถือเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวกุลดิลก

 โดยเฉพาะพี่สาวคนโต 'คุณจา' ดร.จารุพรรณ กุลดิลก ลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น (การเมือง) ตามรอยคุณพ่อ พล.ต.ท.ชัจจ์ ลงสมัครผู้แทนราษฎรเป็น ส.ส.สังกัดพรรคเพื่อไทย ถือว่าเธอเป็นผู้หญิงเก่งแห่งยุค 2012 ทีเดียว มีบทบาททั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ รวมทั้งบทบาทในเวทีโลก ในฐานะอดีตรองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิชาการที่ทำงานเพื่อสังคม กระทั่งก้าวสู่ถนนการเมือง ทำให้เธอได้รับเชิญจาก ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ให้เข้าร่วมโครงการ The Women in Public Service Project พร้อมกับสุภาพสตรีอีก 50 คนจากทั่วโลกในปี 2554

 พลังขับเคลื่อนของพ่อและพี่สาว ส่งผลให้ 'ผู้กองต้อม' มีความใฝ่ฝันที่จะโลดแล่นบทถนนการเมืองตามไปด้วย

 ผู้กองหนุ่ม เล่าว่า ตนเรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเอนทรานซ์ ติดคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ "แต่ผมเรียนไม่ไหว มันเรียนแล้วรู้สึกเครียด จึงย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอแบคทางด้านนิติศาสตร์ จากนั้นก็เดินทางไปเรียนปริญญาโท Pubic Policy University, London ประเทศอังกฤษ เพราะตอนเด็กๆ ฝันอยากเป็นนักวาดรูป แต่พอโตขึ้นความคิดเปลี่ยนไปอยากเป็นนักธุรกิจ แต่พอได้อ่านตำรากฎหมายของคุณพ่อแล้ว ก็อยากเป็นตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โฮม...

 "ผมเข้ามาเป็นตำรวจ เพราะอยากเป็นข้าราชการประจำ จริงๆ ผมทำงานที่ไหนก็ได้ ถ้าได้ใช้ความสามารถของตัวเอง แต่ผมยังอยากออกไปหาประสบการณ์ อย่างกองปราบปราม ก็อยากไป บอกตรงๆ ผมไม่เคยใช้อภิสิทธิ์ในฐานะลูกนายตำรวจไปทำสิ่งไม่ดี แต่ผมทำงานด้วยความตั้งใจจริงๆ ไม่นานผมก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้...

 "ถ้าถามว่า คำว่า ลูกนายนั้น เป็นอย่างไร ผมคิดว่าทำให้ผมทำงานสะดวกมากขึ้น บางครั้งผมต้องโทรศัพท์ประสานข้อมูลอะไรก็จะได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นไกด์โทรไป เขาก็อาจจะบ่นรำคาญ อย่างคดีที่พัทยา ผมประสานตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ไปเจอลูกน้องเก่าของคุณพ่อ ผมก็เลยได้ข้อมูลรวดเร็วขึ้น"

 ถามว่า ในฐานะลูกนายตำรวจใหญ่ สมัยเรียนเคยใช้อภิสิทธิ์ในทางที่ผิดไหม

 ผู้กองต้อม ออกตัวทันทีว่า ตนไม่เคยเอาไปใช้ในทางที่ผิดเลย ไม่งั้นตนอาจดังเหมือนลูกใครบางคนแล้ว (หัวเราะ) อันนี้ตนไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่ก็มีอย่างตอนเรียนเพื่อนๆ รู้ว่าพ่อตนเป็นตำรวจ พอถูกจับก็จะโทรมาให้ช่วยบ้าง ซึ่งก็มีแค่นี้จริงๆ

 เรื่องอนาคตนั้น ผู้กองต้อม บอกว่า อยากเป็นนักการเมืองแบบคุณพ่อ และอยากสานต่อธุรกิจของคุณแม่ ในโครงการ Airlink Residence โดยบริษัท เอส.ที.เพอร์เฟคท์ เฮ้าส์

 "เพราะผมมั่นใจว่า ผมมีพลัง มีความสามารถในการที่จะทำงาน ผมอยู่ที่ไหนแล้วไม่ได้ทำงานเยอะ ก็แทบไม่อยากทำเลย เพราะไปนั่งอย่างเดียวแล้วเขิน ผมคิดเสมอว่าทำงานแล้วเมื่อจากไปขอให้เขาอาลัยดีกว่า..."

 พูดถึงฤกษ์แต่งงานนั้น ผู้กองต้อม เล่าว่า คุณแม่ เอาดวงไปให้หมอดูตาบอด (ซินแสปึงเต็ง ลั้งเซียน) อยู่แถววงเวียน 55 อายุ 80 กว่าปี ที่เคยดูผู้กองตั้งแต่เด็กๆ ว่าลูกคนนี้ต่อไป จะมียศ แม่เลยรู้สึกว่าหมอทำนายตรง ก็เลยให้ดูฤกษ์แต่งงานให้ ได้ฤกษ์วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2555

 ส่วนปรัชญาในการครองเรือนนั้น คุณแม่วิมลรัตน์ สอนว่า ชีวิตคู่คนเราต้องอดทน ถ้าเขาผิดก็ต้องนึกถึงส่วนที่เขาเคยดี ให้บาลานซ์กัน ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ มีเพื่อนบอกว่า ไม่กลัวหรือมีลูกสะใภ้เป็นดารา แม่บอกว่า แม่ไม่กลัวนะ ถือว่าคุยกันได้ เข้าใจกัน แล้วเขาจะมาเป็นคู่กัน แม่ก็ไม่ว่าอะไร ก็บอกว่า เราสมัยใหม่ อยู่ด้วยกันได้ ก็แล้วแต่ลูก แม่รักลูกเท่ากันหมด ถ้า 'แป้ง' เข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวแม่ก็รักเป็นลูกอีกคน