
จวกยับ!ระบบระบายน้ำปักกิ่งล้าหลัง
ปักกิ่ง-สื่อจีน-ปชช.รุมจวกรัฐบาลไร้เตรียมการ ปล่อยปละระบบระบายน้ำล้าสมัย ต้นเหตุน้ำท่วมโกลาหล หลังฝนถล่มหนักสุดใน 60 ปี ตาย 37 ศพ
25 ก.ค. 55 สถานการณ์ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน หลังเผชิญฝนตกหนักที่สุดในรอบ 61 ปี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาดีขึ้นโดยลำดับ ถนนหลายสายกลับมาเปิดใช้ได้ตามปกติในวันจันทร์ (23 ก.ค.) หลังจมอยู่ใต้น้ำระดับเอว แต่พื้นที่แถบชานเมืองหลายแห่งยังมีน้ำท่วมขัง ขณะที่ทางการแถลงว่า มีผู้เสียชีวิตจากจมน้ำและสาเหตุอื่นๆ 37 คน สูญหายอีก 7 คน เกือบ 6.6 คน ต้องอพยพออกจากบ้าน อาคารบ้านเรือนหลายพันหลัง และรถยนต์หลายร้อยคันจมอยู่ใต้น้ำ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณหมื่นล้านหยวน (ประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท)
แม้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ แถบเนินเขาชานเมือง ซึ่งเป็นชนบท แต่ระดับความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น สร้างความอับอายแก่มหานครปักกิ่งที่ได้ทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้านดอลลาร์พัฒนาสู่ความทันสมัยตลอดหลายปี มีสนามบินใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ตึกระฟ้าที่น่าตื่นตาตื่นใจและรถไฟใต้ดิน แต่กลับละเลยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบระบายน้ำ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส ระบุว่า หากเมืองหลวงของประเทศยังปั่นป่วนโกลาหลได้ถึงเพียงนี้เมื่อเผชิญฝนตกหนัก เชื่อว่าปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองอื่นๆ น่าจะเลวร้ายหนักกว่า และว่า "เทคโนโลยีระบายน้ำ จีนล้าหลังสังคมพัฒนาแล้วหลายสิบปี"
ด้านชาวกรุงปักกิ่งพากันวิจารณ์อย่างโกรธแค้นผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์ เว่ยโป ส่วนใหญ่พุ่งไปที่ระบบระบายน้ำล้าสมัย อีกทั้งไม่มีประกาศเตือนภัยที่อาจช่วยลดความสูญเสียลงได้ บ้างสงสัยว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่าที่ทางการแถลง
ขณะที่ นายไต้ เฉินจื้อ จากภาควิชาสถาปัตยากรรมและผังเมือง มหาวิทยาลัยถงจือ ในนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ระบบระบายน้ำของกรุงปักกิ่งที่ได้ชื่อว่าทันสมัยสุดแล้วของประเทศ แต่ก็ยังไม่ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้วที่ส่วนใหญ่ออกแบบระบบมาตรฐานสูงกว่า และว่าการพัฒนาเมืองยิ่งเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม เพราะทำให้พื้นที่สีเขียวดูดซับน้ำฝนลดน้อยลง การจัดสรรเพิ่มพื้นที่รับน้ำป้องกันน้ำท่วมจะเป็นไปได้มากกว่าการยกเครื่องปรับปรุงใหม่ทั้งระบบ ซึ่งทำได้ยาก เพราะต้องใช้เวลาและเงินมหาศาล
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



