
มติปปช.ยึดทรัพย์'สุพจน์'64.7ล้าน
ปปช.มีมติเอกฉันท์ฟัน 'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม' ร่ำรวยผิดปกติ ชี้เหตุมีรายได้ไม่สัมพันธ์กับรายการทรัพย์สิน เตรียมส่งสำนวนให้อสส.ร้องศาลให้ยึดทรัพย์ 64.7 ล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน
24 ก.ค.55 นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ปปช. และโฆษก ปปช. แถลงข่าวกรณีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งราชการ ร่ำรวยผิดปกติ และจงในยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ว่า หลังจากคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง และมีมติพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2555 และวันที่ 29 พ.ค.2555 ว่านายสุพจน์ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ และมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ คือ เงินของกลางในคดีปล้นทรัพย์บ้านของนายสุพจน์ จำนวน 17 ,553,000 ล้านบาท ทองคำรูปพรรณหนัก 10 บาท ซึ่งคนร้ายได้นำเงินจากการปล้นทรัพย์ไปซื้อ โดย ปปช.ได้อายัดไว้ก่อนหน้านี้ และรถยนต์โฟล์คสวาเกน มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท
นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ปปช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีร่ำรวยผิดปกติเกี่ยวกับทรัพย์สินรายการอื่นแล้ว โดยรวมทรัพย์สินและหนี้สินของนายสุพจน์จากธนาคารพาณิชย์และส่วนราชการต่างๆ ที่นายสุพจน์ยื่นแสดงต่อ ปปช.ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 2544 ถึง 22 พ.ย. 2554 รวม 36 ครั้ง และที่คณะกรรมการ ปปช.สั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย รวมทั้งการสอบปากคำพยานบุคคลตามที่ นายสุพจน์ กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายสุพจน์ผู้ถูกกล่าวหาเริ่มรับราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2520 ในตำแหน่งสารวัตรแรงงาน หรือเจ้าหน้าที่แรงงาน สังกัดกองคุ้มครองแรงงาน กรมแรงงาน ได้รับเงินเดือนอัตรา 1,750 บาท ต่อมาในปี 2521 ได้โอนย้ายมาสังกัดกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม และได้รับราชการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งจนถึงปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 52 นายสุพจน์มีทรัพย์สินแสดงในบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ปปช. เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 44 จำนวน 65,795,587.52 บาท ซึ่งเป็นจำนวนมากเกินกว่าฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่งดังกล่าวจะพึงมีได้
"คณะกรรมการ ปปช.ได้ให้นายสุพจน์ชี้แจงถึงการได้มาของทรัพย์สินดังกล่าว รวมทั้งไต่สวนปากคำพยานบุคคลที่ นายสุพจน์ กล่าวอ้าง ทั้งที่มาให้ถ้อยคำด้วยตนเองและทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร รับฟังได้ว่า นายสุพจน์ มีรายได้จากราชการตั้งแต่เริ่มรับราชการจนถึงปี 2554 จำนวน 4,980,00 บาท มีรายได้จากการทำงานล่วงเวลากับบริษัทเอกชนระหว่างปี 2525-2541 รวม 16 ปี เป็นเงิน 9.6 ล้านบาท มีรายได้จากการออกแบบจำนวน 1 ล้านบาท และรายได้เงินกู้จากธนาคารจำนวน 5.5 ล้านบาท รวม 21,080,000 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ปปช.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายสุพจน์มีรายได้ไม่สัมพันธ์กับมูลค่าทรัพย์สินจำนวน 65,795,587.52 บาท แม้ทรัพย์สินดังกล่าวจะได้มาก่อนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมแต่เห็นว่า เป็นการได้มาในขณะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและยังคงมีอยู่จนถึงดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งนายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงถึงการได้มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ กรรมการ ปปช.จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่านายสุพจน์ร่ำรวยผิดปกติ" นายกล้านงค์ กล่าว
นายกล้านรงค์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับทรัพย์สินที่มากผิดปกติ เป็นทรัพย์สินรวมมูลค่าทั้งสิ้น 44,185,587.52 บาท ประกอบด้วย 1. เงินฝากธนาคารทหารไทย 3 บัญชี และเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ 1 บัญชี รวมเป็นเงิน 29,625,587.52 บาท บัญชีแรกเป็น 10,230,433.44 บาท บัญชีที่ 2 จำนวน 10,870,309 .41 บาท บัญชีที่ 3 จำนวน 4,524,844.67 บาท และเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์กรมทางหลวง จำนวน 4 ล้านบาท 2. ที่ดินจำนวน 6 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง มูลค่า 7,860,000 บาท ประกอบด้วยที่ดินโฉนดเลขที่ 51 แขวงวังทองหลาง กทม. เนื้อที่ 50 ตร.ว. ราคา 2 ล้านบาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 52022 ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก เนื้อที่ 78 ตร.ว. ราคา 3.9 แสนบาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 52023 ต.บางปลากด อ.องค์รักษ์ จ.นครนายก เนื้อที่ 1 งาน 53 ตร.ว. ราคา 7.6 แสนบาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 52024 ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก เนื้อที่ 78 ตร.ว. ราคา 3.9 แสนบาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 52025 ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก เนื้อที่ 63 ตร.ว. ราคา 3.1 แสนบาท ที่ดินโฉนดเลขที่ 17946 แขวงบางกะปิ กทม. เนื้อที่ 1 งาน 1 ตร.ว. พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 29 ซอยลาดพร้าว 64 ราคา 4 ล้านบาท สิ่งปลูกสร้าง 1 แห่ง มูลค่า 1.5 ล้านบาท รถเบนซ์ 2 คัน รวมมูลค่า 5.2 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติว่า นายสุพจน์ร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 64,738,587.52 บาท
"หลังจากนี้ ปปช.จะส่งเรื่องให้อับการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินตาม มาตรา 80 แห่ง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต" นายกล้านรงค์ กล่าว



