ข่าว

'มาร์ค'ย้ำปมหนีทหารถูกขุดซ้ำเหตุ

'มาร์ค'ย้ำปมหนีทหารถูกขุดซ้ำเหตุ

24 ก.ค. 2555

"มาร์ค" ย้ำปมหนีทหาร ถูกจุดซ้ำเหตุ "ตู่" ดิ้นหลังถูกฟ้อง เตือน"กองทัพ" อย่าเป็นเครื่องมือการเมือง อัดรัฐ เดินหน้าประมูล 3 แสนล้าน ทั้งที่ไร้รายละเอียด ขาดความโปร่งใส แทงกั๊กเห็นด้วยแก้ รธน. รายมาตรา ชี้ต้องดูจะแก้มาตราไหน ชี้ "เพื่อไทย" ก้าวไม่พ้น "ทักษิ

          วันที่ 24 ก.ค.55  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ออกมาระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องหนีการเกณฑ์ทหารจบไปว่าไม่มีมูลตั้งแต่ปี 2542 ว่า ตนยืนยันมาตลอดว่าเรื่องนี้มาเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะตนฟ้องนายจตุพร พรหมพันธ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทจากการกล่าวหาตนว่าหนีทหาร ซึ่งจะเห็นได้ว่าจังหวะของคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็มาในช่วงที่มีการสืบพยานพอดี เป็นวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนมาก จึงอยากเตือนว่าโดยหลักทุกคนต้องระมัดระวังเรื่องการละเมิดอำนาจศาลด้วย เพราะตนฟ้องคดีนี้มีนายจตุพรเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทก็ไปพิสูจน์กันในศาล คนที่เข้ามาเป็นพยานก็มีโอกาสในการนำสืบไปแล้ว แต่ขณะนี้กำลังใช้สื่อของรัฐกลไกของรัฐเป็นเครื่องมือ ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง
 
          “ขณะนี้มีการใช้กลไกของรัฐมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเหมือนในยุคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาวิกฤตต่าง ๆ  ถ้าเราปล่อยให้กลไกต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เพื่อการเมือง และเป็นการเมืองในลักษณะที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ได้เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นการทำลายระบบ ดังนั้นจึงอยากให้กระทรวงกลาโหมทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาอย่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง”นายอภิสิทธิ์ กล่าว


อัดรัฐ เดินหน้าประมูล 3 แสนล้าน ทั้งที่ไร้รายละเอียด


          ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวลว่าการก่อสร้างในโครงการป้องกันน้ำท่วมยังมีความคืบหน้าน้อยอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ว่า ปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมหรือไม่น่าจะอยู่ที่ปริมาณน้ำฝนมีมากน้อยแค่ไหน  ตนคิดว่าการก่อสร้าง ซ่อมแซมที่ดำเนินการอยู่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือการบริหารจัดการ การเตรียมความพร้อมในพื้นที่ การเชื่อมโยงข้อมูล และถ้ายังยืนยันว่าจะมีแผนกำหนดพื้นที่รับน้ำก็ควรที่จะมีการบอกประชาชนให้รับทราบ และอยากให้รัฐบาลติดตามใกล้ชิดเนื่องจากในขณะนี้ก็มีคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับพายุที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยต้องประเมินจากสถานการณ์ในภาคเหนือก่อนเพราะเป็นตัวกำหนดปริมาณน้ำที่จะไหลลงเขื่อน ซึ่งรัฐบาลก็ต้องเรียนรู้บทเรียนจากปัญหาการระบายน้ำในปีที่ผ่านมาด้วย แต่ความสนใจของรัฐบาลกลับไปอยู่ที่การทำโครงการขนาดใหญ่ระยะยาวในเรื่องการเหมาประมูล 3 แสนล้าน ด้วยการยกเว้นระเบียบต่าง ๆ ทั้งที่โครงการก็ขาดความชัดเจนในแง่ขั้นตอนที่ต้องผ่านความเห็นชอบตามกฎหมายด้วย
 
          เมื่อถามว่า นายปลอดประสพ  สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ฯ จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อโดยไม่มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ปปช.ว่าด้วยเรื่องราคากลาง รวมถึงกรณีที่ยังไม่มีการดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากไม่ทำตามกฎหมายตั้งแต่ต้นจะเป็นปัญหาสำหรับคนที่เข้ามาลงทุนด้วย ซึ่งจะกระทบหลายด้านจึงอยากให้รัฐบาลมีความโปร่งใสในเรื่องนี้ ทั้งนี้ตนก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจะตอบคำถามอย่างไร เพราะทั้ง ปปช. ภาคเอกชน และคนที่ทำงานด้านการต่อต้านการทุจริตก็มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในเรื่องราคากลาง เรื่องความโปร่งใส แต่รัฐบาลทำสวนทางหมด คือนอกจากจะไม่ทำตามที่หลายฝ่ายมีคำแนะนำไปแล้ว ยังมีการยกเว้นกฎระเบียบต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดด้วย

"มาร์ค” ยังแทงกั๊กเห็นด้วยแก้ รธน. รายมาตรา ชี้ต้องดูจะแก้มาตราไหน


         หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังจากการรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่น.พ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยฟ้อง  ตน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ว่าตนและนายองอาจ ทางศาลได้ยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น  คือ ยกฟ้อง  ส่วนนายสุเทพ มีการเปลี่ยนแปลงเป็นลงโทษจำคุก 4 เดือน ปรับ 2  พันบาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ซึ่งในส่วนของนายสุเทพจะมีการต่อสู้ในชี้นศาลฎีกาต่อไป

            ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายเสนาะ เทียนทอง อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครคิดอย่างไร แต่อยู่ที่คนมีหน้าที่คือ รัฐสภาต้องหาทางออกให้กับประเทศ ตนยืนยันว่าอย่าสร้างบรรยากาศการเผชิญหน้าให้ดำเนินการตามที่ศาลชี้ หรือปรึกษาหารือกันถึงแนวทางที่เหมาะสมในเรื่องรัฐธรรมนูญจะดีที่สุด ซึ่งหากจะแก้ไขรายมาตราก็ดีกว่าที่จะเดินหน้าเรื่องวาระสาม แต่ถ้าจะถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ยังตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะแก้มาตราไหนด้วยเหตุผลอะไร

          ผู้สื่อข่าวถามว่า คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นธงสำหรับรัฐบาลในการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องรอดูก่อนเพราะกระแสข่าวที่ออกมาก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ตนคิดว่าสิ่งสำคัญคือรัฐบาลและวิปควรมีความชัดเจนได้แล้วว่าจะไม่ดำเนินการในสิ่งที่ทำให้เกิดการเผชิญหน้าจะได้ช่วยบรรยากาศบ้านเมือง ทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ในการแก้ปัญหาประชาชน

          ส่วนที่มีคนของพรรคเพื่อไทบยไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต่างประเทศตลอดเวลานั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า  เป็นที่รับรู้กันอยู่และนี่คือปัญหาที่เราพูดมาตลอดว่าเมื่อไหร่จะก้าวพ้น พ.ต.ท.ทักษิณเสียทีเพื่อเดินหน้าทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง  คนที่กำหนดทิศทางประเทศไทยคือประชาชน เพราะแม้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะบงการรัฐบาลได้แต่ มีประชาชนที่เขาร่วมกำหนดทิศทางประเทศเขาคงไม่ยอมให้มีปัญหาที่จะต้องทะเลาะเบาะแว้งระหว่างสถาบันหลักต่าง ๆ กับศาลและคนที่อยากจะกำหนดทิศทางของประเทศส่วนใหญ่คือประชาชน เขาก็อยากจะบอกกับรัฐบาลว่าเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องอื่นเถอะ

          นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการจัดเวทีผ่าความจริงหยุดล้มรัฐธรรมนูญออกกฎหมายล้างผิดคนโกงของพรรคประชาธิปัตย์ในวันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค.นี้ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง ว่า เวทีนี้จะสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่าภารกิจที่พรรคเห็นว่ารัฐบาลต้องทำคือ ขจัดเงื่อนไขความขัดแย้งด้วยการถอนเรื่องรัฐธรรมนูญและกฎหมายล้างผิดแกไปและเดินหน้าในการแก้ปัญหาประเทศ ส่วนการปรองดองการแก้ไขกฎหมายควรจะเป็นกระบวนการที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคมแล้วยังมีความจำเป็นต้องเดินสายเปิดเวทีปราศรัยอีกหรือไม่นั้น คงต้อรอดูท่าทีของรัฐบาลเมื่อเปิดสภาก่อน โดยในขณะนี้ประธานรัฐสภายังไม่ได้แจ้งวาระการประชุม คาดว่าจะมีการส่งวาระในวันศุกร์ที่ 27 ก.ค.