
'วัฒนา'เสนอแก้รธน.รายมาตรา
'วัฒนา'เสนอแก้รธน. รายมาตรา 7 เรื่อง แนะเร่งตรวจสอบอำนาจศาล เสนอโมเดลเรียกตุลาการมาซักในชั้น กมธ. เผยรัฐบาลพร้อมทำประชาเสวนาปรองดอง หากประชาชนไม่เห็นชอบพร้อมถอนกลับ ไม่ปิดทางรัฐบขาลเสนอร่างตัวเองหากคนเห็นด้วย
24 ก.ค.55 นายวัฒนา เมืองสุข สส.เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยกฎหมายปรองดอง อยู่ในลำดับที่หนึ่ง แต่วันนี้ทราบว่าจะไปเปิดเวทีประชาเสวนา ไปพูดคุยกับประชาชน เพื่อรับฟังความเห็น ก่อนจะส่งคืนสภา และหลังจากนั้นอาจจะแปรไปสู่การปฏิบัติ หากประชาชนไม่เอาด้วยก็ชอบที่ผู้เสนอกฎหมายจะถอนกลับ แต่หากประชาชนเห็นด้วยก็เดินหน้า หรือรัฐบาลอาจจะเสนอร่างกฎหมายของตัวเอง สำหรับเวลาจะใช้เท่าไหร่ก็ได้ เพราะกฎหมายไม่ตกไปจนกว่าจะยุบสภาผู้แทนราษฎร
ขณะที่เรื่องรัฐธรรมนูญวาระ 3 นายวัฒนา เห็นว่า ความเห็นของตนคือควรรอคำวินิจฉัยกลาง วันนี้ประชาชนอาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่เมื่อคำพิพากษาผูกพันทำให้องค์กรต่างๆเคลื่อนลำบาก วิธีการเป็นรัฐบาลคือการขจัดข้ออ้างออกไปให้มากที่สุดเพื่อสร้างความชอบธรรม อาจจะมีหลายตัวเลือกเช่นทำประชามติ หรือแก้รายมาตรา หัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มี 7 เรื่องเท่านั้น ไม่ต้องแก้หลายสองสามร้อยมาตรา เช่นแก้มาตราเรื่องสรรหา ส.ว.
นายวัฒนา กล่าวว่า 7 เรื่องที่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย เรื่องที่ 1.ของการแก้คือสร้างดุลยภาพของสามอำนาจให้ตรวจสอบกันได้ 2. มาตรา 67 ที่ผลประโยชน์ท้องถิ่นเหนือประโยชน์สาธารณะ 3. มาตรา 190 ที่ต้องมาขอสภาทุกครั้ง 4. มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค 5.เรื่องการได้มาองค์กรอิสระที่ปราศจากการครอบงำ และสามารถตรวจสอบได้ 6.เรื่องการได้มาซึ่ง สว. เราต้องดูว่าจะให้ สว. ทำอะไรถ้าจะกลั่นกรองกฎหมายก็ไม่ต้องเลือกตั้ง แต่ต้องไม่มีอำนาจในการถอดถอนอะไร และ 7. การแก้ไข มาตรา 309 ซึ่งมาตราดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ และหลักนิติธรรม เนื่องจากให้ความชอบธรรมกับคณะปฏิวัติ และอย่าคิดว่าการแก้มาตรานี้จะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
"การยื่นก็แค่ 7 มาตรา เรื่องไหนร้อนก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบ แต่เรื่องที่เร่งคือการสร้างดุลยภาพ หากศาลตรวจสอบได้ เรื่องที่แปลกๆอย่างนี้คงไม่มี พวกผมไม่สามารถตรวจสอบองค์กรตุลาการได้ว่าทำไมถึงตัดสินแบบนี้ ซึ่งรูปธรรมคือใช้ประชาชนโดยผู้แทนราษฎรเรียกเข้ามาไต่สวนในกรรมาธิการได้"นายวัฒนากล่าว
นายวัฒนา กล่าวถึงเรื่องการปรับ ครม. ว่า การบริหารราชการแผ่นดินทำมาครบปีแล้ว ก็เห็นภาพว่ามีความเหมาะสมว่ามีอะไรบ้างที่ควรปรับปรุง และการปรับ ครม. เป็นยุทธศาสตร์ให้ประชาชนมีความหวัง ตรงนี้ก็ควรจะเกิดขึ้น หัวหน้ารัฐบาลคงทราบว่ามีตรงไหนในทีมต้องปรับปรุง ต้องเตรียมแก้เกมเตรียมเปลี่ยนเกม และประชาชนหวังว่าหลังจากนักการเมืองกลุ่มหนึ่งพ้นโทษแบน จะมีคนเพิ่มขึ้น และตอบไม่ได้ว่าจะเก็บคนเหล่านี้ไว้ทำไม นี่เป็นการบริหารอารมณ์
“เฉลิม” หนุนแนวคิด “แม้ว” เเก้ “รธน.รายมาตรา”
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุหลังจากที่นายเสนาะไปอวยพรวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกงเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยนายเสนาะอ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณ สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแทนว่า ตนอ่านจากข่าวในเรื่องที่นายเสนาะให้สัมภาษณ์ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่กับการเมืองมานาน และวิเคราะห์สถานการณ์รอบคอบ จึงมีความเห็นว่าควรแก้ไขรายมาตรา หากเป็นจริงนั้นการแก้ไขรายมาตรานั้นแก้ง่าย และสิ่งใดที่ยากรวมทั้งเกิดความขัดแย้งก็อย่าไปทำ
"ใจของผมหากใครถามเรื่องนี้ ผมมีแนวทางและความคิดส่วนตัว 5 ประเด็นคือ 1.ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 2.ยกเลิกผู้ตรวจการแผ่นดิน 3.ควบรวมศาลให้เป็นแผนกต่างๆในศาลฎีกาตรงนี้ ใครจะมาว่าไม่ได้เพราะเวลาที่มีคดีเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคดีปกครองหรือคดีรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาจะเลือกผู้พิพากษา 9 คนมาทำหน้าที่องค์คณะ" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวต่อว่า 4. ผมเคยทำดุษฎีนิพนธ์ไว้ในกรณีกกต.ว่า กกต.ควรมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และไม่ควรมีอำนาจให้ใบแดงและใบเหลือง เพราะตอนนี้เมื่อพ้น 1 เดือนไปแล้ว คดีเลือกตั้งต้องส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตัดสินอยู่แล้ว 5.ปปช.และกกต.ต้องมาจากการคัดเลือกของรัฐสภา และอายุการดำรงตำแหน่งเหลือ 4 ปี เพราะเมื่อรัฐสภามีอายุการทำงาน 4 ปีแต่หน่วยงานอื่น ที่อายุการทำงาน 7 ปีหรือ9ปีบ้าง นำมาจากไหนอย่าไปให้หน่วยงานต่างๆ เพียงไม่กี่คนมาคัดเลือกตำแหน่งสำคัญๆเลยเพราะตำแหน่งสำคัญๆควรมาจากคัดเลือก โดยตัวแทนของประชาชน รวมทั้งส.ว.สรรหาด้วยว่าบางคนที่มั่นใจว่าดีควรลงสมัครเลือกตั้ง และระบบส.ว.สรรหา ควรพอเสียทีเพราะมีการเกาะกลุ่มเบี้ยวซ้ายเบี้ยวขวาอยู่แบบนี้ บ้านเมืองจึงไม่สงบและไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว
"หากระบบเป็นแบบนี้คงยอมรับกันได้ แล้วจะบอกกันว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ผู้เสนอแก้ไขได้ประโยชน์ เมื่อแก้ไขแบบนี้แล้วมันได้ตรงไหน เพราะตนและ สว.ก็มาจากการเลือกตั้ง หากฝ่ายค้านระบุว่าเป็นการช่วยพ.ต.ท.ทักษิณนั้นถามว่าช่วยตรงไหน เพราะคดีต่างๆนั้นหากส่งให้ศาลฎีกาตัดสิน ศาลจะยิ่งแข็งแกร่ง แล้วมันจะช่วยเหลือกันอย่างไร ฝ่ายค้านก็พูดแบบนี้แหละ" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเสนาะอ้างว่าหากแก้ไขรายมาตรา เวลาอาจยืดเยื้อ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากพรรคเพื่อไทยใช้บริการตน มันก็จะง่าย จะยืดเยื้ออย่างไร กระบวนการสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) สิยืดเยื้อ แต่เดิมนั้นพรรคและรัฐบาลเกรงว่าจะโดนคนกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการและทำตามใจจึงบอกว่า มีสสร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญและประชามติ หากแก้รายมาตรานั้นมันไม่มีอะไรและแนวคิดของตนมันก็ไม่มีอะไร บ้านเมืองได้ประโยชน์
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอาจนำเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไร ไม่มีเกม เมื่อถามถึงเหตุผลในการเสนอยกเลิกผู้ตรวจการแผ่นดิน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าแล้วมีไว้ทำไม ทุกวันนี้มีไว้ทำไมและเพื่อประโยชน์ใด เปลืองเงินเดือน
เมื่อถามว่า แนวทาง 5 ข้อที่เสนอไว้นั้นจะแล้วเสร็จเมื่อใด และจะใช้เหตุผลใดโน้มน้าวพรรคเพื่อไทยให้คล้อยตาม และแนวทางนี้เคยบอกกับพรรค หรือ นายกรัฐมนตรีไว้บ้างหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนชอบ ถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินทำอะไร อะไรๆก็รับคำร้องและช่างให้สัมภาษณ์ เปลืองเงินเดือน ส่วนพรรคนั้นเอาไว้เมื่อสภาเปิดสมัยประชุมแล้วค่อยคุยกัน แนวทางของตนนั้นตนไม่เคยบอกนายกฯเพราะนายกฯยังไม่เคยถามแล้วตนจะบอกไปได้อย่างไร
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะประชุมพรรคในสัปดาห์นี้เรื่องนี้จะตกผลึกเมื่อใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แนวทางนี้เป็นความคิดส่วนตัว ากพรรคเรียกประชุมและเปิดให้ตนวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง ก็จะวิเคราะห์และนำเสนอต่อสมาชิกพรรค แต่จะโน้มน้าวให้เห็นด้วยหรือไม่ มันก็แล้วแต่ ไม่เอาด้วยก็ไม่เป็นไร
เมื่อถามว่าแนวคิด 5 ข้อที่ระบุไว้นั้น มั่นใจแล้วใช่หรือไม่พรรคจะสนับสนุนจึงออกมาพูด รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้คิดขนาดนั้นเเต่เมื่อสื่อมวลชนถาม ตนก็ตอบ
เมื่อถามว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า จะนัดประชุมส.ส.นอกรอบก่อนเปิดสมัยประชุมทั่วไป เพื่อหาแนวทางในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จริงๆแล้วนายสมศักดิ์ไม่ควรพูดเรื่องนี้ เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นกลางแล้วพูดทำไม ตนนั้นจึงจะพูดได้และพูดในหลักการว่า ต้องวางตัวเป็นกลางและประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นลงคะแนนได้หรือไม่ แต่เมื่อนายสมศักดิ์พูดแล้วมันก็เป็นสิทธิ และไม่ขอพูดในเรื่องนี้เพราะเดี๋ยวจะขัดแย้งกับนายสมศักดิ์



