ข่าว

 เปิดใจ'แพะ'แท็กซี่ชิงทรัพย์

เปิดใจ'แพะ'แท็กซี่ชิงทรัพย์

24 ก.ค. 2555

'ผู้เสียหายหลายคนโทรขอโทษ' เปิดใจ'แพะ'แท็กซี่ชิงทรัพย์ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

              อดีตผู้ถูกกล่าวหาคดีชิงทรัพย์และข่มขืนกระทำชำเรา "ชรินทร์ ซ้ำเกตุ" คนขับรถแท็กซี่ยอมให้บทเรียนที่ต้องถูกจองจำทั้งในห้องควบคุมของสถานีตำรวจและภายในเรือนจำรวม 9 วันเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่าตัดสินใจดำเนินคดีกับใครหากไม่มั่นใจว่ากระทำความผิดหรือไม่!!
 
              เงินสดเพียงแค่ 2 หมื่นบาทที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. มอบให้คนขับรถแท็กซี่วัย 35 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาหลังจากชุดสืบสวนของ พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.3 จับกุมผิดตัวโดยที่ไม่ได้ก่อเหตุแต่อย่างใด
 
              แม้ว่าจะได้รับเงินเยียวยา แต่ก็ไม่อาจลบภาพความทรงจำในวันที่ต้องตกอยู่ในสภาพ "ผู้ถูกกล่าวหา" ได้ เมื่อ "คม ชัด ลึก" มีโอกาสพบคนขับรถแท็กซี่คนนี้อีกครั้ง และเขาได้เปิดใจถึงความทรงจำอันสะเทือนครั้งนี้ได้ทุกวินาที
 
              ทุกวันหลังเลิกงาน "ชรินทร์" จะออกไปขับรถแท็กซี่เพื่อหารายได้พิเศษ ในช่วงเวลา 17.00-22.00 น. โดยดาวน์รถแท็กซี่ทะเบียน มจ 621 กรุงเทพมหานคร คันนี้มาประมาณ 4 เดือน ก่อนถูกจับกุมเขาอยู่ระหว่างขับรถพาหัวหน้าเดินทางไปยัง จ.ชัยนาท ระหว่างขับรถมีโทรศัพท์อ้างว่าเป็นตำรวจ สน.ลาดกระบัง ติดต่อว่า รถแท็กซี่ของตนก่อเหตุในพื้นที่
 
              "ตอนนั้นตกใจมาก จึงโทรศัพท์มือถือกลับไปถามแม่ แต่เมื่อโทรไปสอบถามแม่ให้ดูรถแท็กซี่ก็พบว่ายังจอดอยู่ที่เดิม ตอนนั้นมีความรู้สึกกังวลมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองและครอบครัว" ชรินทร์บอกถึงจุดเริ่มต้นความโชคร้ายที่กำลังย่างกรายเข้ามา
 
              จนกระทั่งเขากลับมาที่บ้าน และพยายามติดตามข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ จนกระทั่งทราบเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งหมายเลขทะเบียนรถยนต์ของเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น ด้วยความบริสุทธิ์ใจเขาจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวต่อตำรวจ
 
              "ผมแสดงความบริสุทธิ์ใจที่ สน.ลาดกระบัง ชี้แจงว่าวันเวลาเกิดเหตุผมไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ ผมมีพยานบุคคลและภาพจากล้องวงจรปิด ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้เป็นคนร้าย แต่เมื่อผู้เสียหายหลายคนมาชี้ตัวเป็นผม ตำรวจก็นำตัวผมแถลงข่าวทั้งที่ผมไม่ผิด อนาคตชื่อเสียงครอบครัวสูญสิ้นจบทุกอย่างไม่มีเหลือ ถูกตราหน้าว่าเป็นคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ข่มขืน แม้ว่าผมพยายามชี้แจงไม่มีใครฟัง"
 
              หลังจากตำรวจนำ "ชรินทร์" ไปแถลงข่าว และคัดค้านการประกันตัว เพราะถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทำให้เขาต้องสิ้นอิสรภาพโดยไร้ความผิดอยู่ในเรือนจำมีนบุรี
 
              "ช่วงที่ผมสิ้นอิสรภาพผมคิดถึงครอบครัวแอบร้องไห้รู้สึกหดหู่กลัวลูกไม่มีใครคบหาเล่นด้วย เพราะอาจคิดว่าเป็นลูกโจร ผมอยากฆ่าตัวตาย คิดว่าคงไม่มีโอกาสออกมาแล้ว พยายามสวดมนต์ไหว้พระขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกคืนแล้วทำใจ เวลาภรรยามาเยี่ยมบอกให้ดูแลลูกให้ดี ภรรยาก็ให้กำลังใจเรื่อยมา จนกระทั่งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ มอบให้ตำรวจ ผมจึงได้อิสรภาพออกมาจากเรือนจำเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผู้เสียหายหลายคนโทรศัพท์มือถือขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างพูดคุยกันผู้เสียหายยังร้องไห้ด้วยความเสียใจ ทำให้ผมต้องพลอยร้องไห้ตามไปด้วย ผมคงไม่เอาผิดและอโหสิกรรมให้"
 
              ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน ที่เชื่อในความบริสุทธิ์ของเขา จึงพยายามรวบรวมหลักฐานให้ตำรวจทำเรื่องปล่อยตัว เพราะมีพยานยืนยันหลักฐานถิ่นที่อยู่ชัดเจนในวันเกิดเหตุ ต่อมาภายหลังชุดสืบสวนสามารถจับกุม "ทินภัทร สิริโสภาโชติกุล" คนร้ายตัวจริงมาลงโทษตามกฎหมายได้ในที่สุด โดยพฤติกรรมของคนร้ายใช้วิธีตัดสติกเกอร์ทะเบียนรถแท็กซี่ปลอมนำมาติดทับทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อตบตาผู้เสียหายกรณีที่ไปแจ้งความ
 
              "ตอนนี้ไม่ติดใจตำรวจแล้ว ไม่โกรธแค้นใครถือว่าเป็นเคราะห์กรรม แล้วอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ตำรวจทุกนายรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาก่อนที่ตัดสินใครสักคนว่าเป็นคนร้าย แล้วพาครอบครัวไปทำบุญ 9 วัด แล้วจะบวชแก้บน 1 เดือน เพราะบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้" คนขับรถแท็กซี่กล่าวทิ้งท้าย
 
              หลังจากจับกุม "นายทินภัทร" คนร้ายตัวจริงมาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามผู้เสียหายทั้งหมด เพื่อให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดี ล่าสุดติดต่อได้แล้ว 12 คน ติดต่อไม่ได้ 2 คน และไม่ได้แจ้งความ 2 คน และจากการตรวจสอบยังพบว่านายทินภัทรเคยก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้โดยสารในหลายท้องที่ โดย สน.ลาดกระบัง ก่อเหตุ 2 ราย สน.บึงกุ่ม 2 ราย สน.บางชัน 3 ราย สน.พญาไท 1 ราย สน.วังทองหลาง 3 ราย และ สน.อุดมสุข 3 ราย!!

...........

(หมายเหตุ : 'ผู้เสียหายหลายคนโทรขอโทษ'  เปิดใจ'แพะ'แท็กซี่ชิงทรัพย์ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)