ข่าว

กองทัพกับตำรวจ

กองทัพกับตำรวจ

24 ก.ค. 2555

กองทัพกับตำรวจ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน

              หน่วยงานที่มีกำลังพลมากที่สุดในประเทศ คงมีเพียงทหารกับตำรวจเท่านั้น
 
              จะว่าไปแล้วทั้งทหารกับตำรวจก็มีภาระหน้าที่คล้ายๆ กัน คือ การป้องกันประเทศ ทหารอาจดูในแง่ภาพรวม การป้องกันไม่ให้ศัตรูจากภายนอกเข้ามารุกราน
 
              ในขณะที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
 
              หากหน่วยงานทั้งสองนี้ร่วมมือกันโดยมีแผนการป้องกันทั้งภายในและภายนอกที่สอดคล้องกันแล้วละก็ ประชาชนจะอยู่กันอย่างมีความสุขแน่นอน
 
              วันก่อนมีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพและ ผบ.ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
 
              ฝ่ายทหารนำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และพล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก โดยมีพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็นเจ้าภาพ
 
              มีหัวข้อน่าสนใจหลายเรื่องทั้งงานในโครงการพระราชดำริ ปัญหายาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า อาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงภัยพิบัติต่างๆ
 
              งานที่ถือเป็นหนึ่งในความมั่นคงสำหรับทหารและตำรวจที่ต้องร่วมมือกันคือ ปัญหายาเสพติด ซึ่งทั้งเหล่าทัพและตำรวจ ได้ประสานงานสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ดูจากยุทธการที่ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มคาราวานยา สามารถจับตายได้ถึง 7 ศพ
 
              ยึดยาเสพติดของกลางได้มากมาย การสกัดกั้นยาเสพติดยังมีส่วนสัมพันธ์กับการสกัดกั้นตัดไม้ทำลายป่าด้วย
 
              สำหรับปัญหาสำคัญในอนาคตที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คือ อาชญากรรมข้ามชาติ สืบเนื่องจากผลของประชาคมอาเซียนที่จะเกิดการไหลบ่าของประชาชนตามด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว แนวชายแดนที่มีความยาวนับพันกิโลเมตร ก็ถือเป็นจุดล่อแหลมที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน
 
              กองทัพซึ่งดูแลแนวชายแดนจะเป็นประตูสำคัญด่านแรก ในการสกัดกั้นบรรดาอาชญากร ทั้งของประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนับวันองค์กรอาชญากรรมพวกนี้จะเชื่อมโยงและแข็งแกร่งขึ้น
 
              ซึ่งหากว่ากันตามสภาพแล้วคนอาเซียนมากหน้าหลายตาจะเริ่มไหลบ่าเข้ามาในเมือง การแยกแยะภายในจึงยากลำบาก หากสกัดกั้น คุมเข้มตั้งแต่แนวตะเข็บก็เท่ากับกลั่นกรองได้ในระดับหนึ่ง
 
              หากกองทัพและตำรวจมาร่วมกันวางแผนแบ่งพื้นที่ แจงข้อมูลกันและทำงานอย่างจริงจังแล้วละก็เชื่อว่าปัญหาภายในของเราจะเบาบางลง ที่สำคัญรัฐบาลต้องให้ความสำคัญและจัดงบประมาณลงไปด้วย
 
              ถึงเวลาที่กองทัพและตำรวจต้องร่วมมือกันสกัดกั้นอาชญากรรมเพื่อความมั่นคงและสงบสุขของชาวบ้านแล้ว