ข่าว

ธงเปลี่ยนสี

ธงเปลี่ยนสี

24 ก.ค. 2555

คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธงเปลี่ยนสี : โดย ... พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

          ผมพยายามศึกษาแนวทางแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงของกระทรวงพาณิชย์มานาน แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่า เจตนาในการแก้ปัญหาแต่ละอย่างนั้น มีที่มาที่ไปหรือมีวัตถุประสงค์อย่างไร เพราะดูจากวิธีการต่างๆ ที่ได้กระทำมาแล้ว ผมสรุปด้วยตนเองได้เพียงแค่อย่างเดียวว่า เป็นการแก้ปัญหาเพื่อตัวเองจะได้ไม่โดนนักการเมืองที่ดูแลกระทรวงต่อว่าเอาเท่านั้น

 

          เพราะดูจากวิธีการแก้ปัญหาที่เลือกใช้ทุกครั้งก็คือ การจัดสินค้าราคาประหยัดภายใต้ตราสินค้าธงฟ้า บางครั้งอาจจะถึงขั้นมีการจัดขบวนรถเร่ขายในรูปแบบของคาราวานขายสินค้าราคาถูก เกือบทุกครั้งจะมีการจัดตั้งร้านค้าสินค้าราคาถูกภายใต้เครื่องหมายธงสีฟ้าสีประจำกระทรวง 

          สิ่งที่ทำให้ผมไม่เข้าใจก็คือ สินค้าภายใต้ตราธงฟ้าทั้งหลาย ไม่ใช่สินค้าที่มีมาตรฐานต่างจากสินค้าทั่วไปในท้องตลาด และไม่ใช่สินค้าที่ผลิตมาจากผู้ผลิตสินค้ารายใหม่ๆ ทั้งหมดยังเป็นสินค้าที่ผลิตภายใต้ส่วนผสม, คุณภาพ, ขนาด, ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ และโรงงานเดียวกันกับสินค้าที่มีราคาแพงทั้งหลายนั่นเอง แล้วทำไมเมื่อตีตราเป็นสินค้าธงฟ้าจึงจำหน่ายได้ในราคาที่ถูกลง 

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้คาราวานสินค้าธงฟ้า นั่นหมายถึงว่ารัฐกำลังเข้าไปทำการค้าแข่งกับ “ผู้ค้ารายย่อย” ในท้องถิ่น หรือคือการทำลายระบบการค้าปรกติไปในตัวนั่นเอง ซึ่งหากหาสินค้าราคาถูกได้จริง ก็สู้เอาไปกระจายตามช่องทางร้านค้าย่อยทั่วไป ไม่ดีกว่ายกขบวนคาราวานไปขายแข่ง จนพ่อค้าเหล่านั้นขาดทุนหรือได้กำไรน้อยลงหรือ

          มาถึงวันนี้เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่สีฟ้ากลายเป็นสีแสลงใจ ร้านค้าธงฟ้าเริ่มกลายพันธุ์เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ชื่อก็ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นร้านค้าถูกใจ ที่แย่กว่านั้นคือกลายพันธุ์ไปเป็นร้านค้าถาวรประจำท้องถิ่น ที่ได้รับการสนับสนุนและอุดหนุนจากรัฐบาล แต่สินค้าที่จัดส่งไปให้ก็ไม่ใช่สินค้าใหม่ เป็นสินค้าที่มีการจำหน่ายในท้องตลาดอยู่แล้ว ซึ่งยังคงต้องใช้คำถามเดิมว่า หากสินค้าเหล่านั้นส่งเข้าไปยังร้านค้าถูกใจในราคาต่ำได้ แล้วทำไมไม่สามารถจำหน่ายตามช่องทางปรกติในราคาที่ถูกลงได้ หรือกรมการค้าภายในไม่สามารถสั่งการหรือควบคุมให้มีการจำหน่ายส่งและปลีก ในราคาที่ทำได้เท่ากับร้านค้าถูกใจ

          และหากในอนาคตอันไม่ไกลนัก ถ้าร้านค้าถูกใจบริหารจัดการระบบการเงินของตัวเองไม่ดี ทำให้ต้องจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงขึ้น ภาพลักษณ์ของร้านค้าถูกใจโดยรวมจะเป็นไปอย่างไร เพราะผมเชื่อว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่กล้าที่จะไปแตะต้องร้านค้าถูกใจอยู่แล้ว ด้วยเชื่อว่าการจัดตั้งร้านค้าถูกใจนั้นต้องมาจาก “คำแนะนำ” ของฝ่ายการเมือง  

          ท้ายที่สุดหากวิธีการใช้สีเป็นตัวกำหนดสินค้าและร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าหรือสีแดงหรือสีอื่นใด สามารถทำให้สินค้ามีราคาถูกลงจนประชาชนทั่วไปพึงพอใจได้ ก็คงไม่มีความจำเป็นต้องมีกรมการค้าภายใน หรือกระทรวงพาณิชย์ เพราะเพียงแค่ออกกฎหมายให้สินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ต้องใช้หีบห่อเป็นสีนั้นสีนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วมิใช่หรือ

 

 

--------------------

(คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ธงเปลี่ยนสี : โดย ... พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ)