
'ยิ่งลักษณ์'ต้อนรับ'เต็งเส่ง'-ถกทวิภาคี
'ยิ่งลักษณ์' ต้อนรับ 'เต็ง เส่ง' ร่วมตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลง 3 ฉบับ ลุยพัฒนาทวาย
23 ก.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22-24 ก.ค.55 ในฐานะแขกของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีนำประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ก่อนหารือข้อราชการระดับทวิภาคีและการหารือแบบเต็มคณะ ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
หลังจากนั้นเวลา 12.00 น. ได้มีการแถลงข่าวร่วมกัน ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จากนั้นเวลา 12.11 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรีของไทย และประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ แถลงข่าวร่วมกัน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าว เป็นภาษาไทย และใช้ล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษเป็นช่วงๆ ว่า ในนามรัฐบาลไทยและปวงชนชาวไทยรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนายพลเต็ง เส่ง ประธานนาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และคณะ ในโอกาสมาเยือนประเทศไทยครั้งแรกหลังจากเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
สำหรับการหารือนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนยินดีกับความสัมพันธ์ที่มีความใกล้ชิดระหว่างไทย กับเมียนมาร์ และขอขอบคุณท่านประธานาธิบดีฯที่ร่วมกันผลักดันความร่วมมือต่างๆให้มีความคืบหน้า ทั้งความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน รวมถึงแรงงานเมียนมาร์ในไทย และการปราบปรามยาเสพติด โดยไทยกับ เมียนมาร์ จะฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 65 ปี ในปี 2556 และฝ่ายไทยพร้อมขยายความร่วมมือกับเมียนมาร์เพิ่มเติม คือ ความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการร่วม หรือ เจซี ซึ่งเมียนมาร์จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งต่อไป และยังเสนอให้มีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพเมียนมาร์-ไทย คู่ขนานกับ สมาคมไทย-พม่า เพื่อมิตรภาพ ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดตั้งขึ้นแล้ว พร้อมกันนี้ตนยังใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีกับการพัฒนาการที่ดำเนินอยู่ของพม่า ภายใต้การนำของนายพลเต็ง เส่ง และยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนเมียนมาร์อย่างเต็มที่ โดยไทยได้เสนอแผนงานความร่วมมือการพัฒนา ประกอบด้วย 4 สาขาหลักดังนี้ 1.การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรของเมียนมาร์ 2.การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของเมียนมาร์ในปี 2557 3.การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
“ ดิฉันยังได้ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการร่วมกันผลักดันท่าเรือน้ำลึกทวายให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งทั้ง สองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกที่ทวายเข้ากับท่าเรือแหลมฉบังของไทย เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศและภูมิภาค โดยฝ่ายเมียนมาร์จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ส่วนไทยจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีสเทิร์นซีบรอด ของไทย ซึ่งเมื่อวานนี้ ท่านเต็ง เส่ง ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรือแหลมฉบังเพื่อศึกษาระบบในการดำเนินงานของฝ่ายไทยแล้ว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันที่จะจัดตั้งคณะทำงาน โดยมีระดับรัฐมนตรีซึ่งจะประชุมร่วมกันในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อที่จะพิจารณาประเด็นต่างๆที่คั่งค้างและแนวทางการขยายพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน รวมถึงการดูแลให้ความสำคัญกับชุมชนในพื้นที่บริเวณนั้นอย่างเหมาะสม ซึ่งท่านประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และตนก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรส่งเสริมในการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดนเพิ่มมากขึ้น โดยตนเสนอให้มีการเปิดด่านผ่านแดนถาวรระหว่างไทย-มียนมาร์เพิ่มเติม ได้แก่ 1.ด่านกิ่วผาวอก จ.เชียงใหม่ 2.ด่านบ้านห้วยต้นนุ่น จ.แม่ฮ่องสอน และ3.ด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ซึ่งนอกจากนี้ไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาตามความเหมาะสมของการเปิดจุดผ่อนปรนที่ตะโกบน จ.ราชบุรีด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การหารือกับนายพลเต็ง เส่ง แล้ว วันนี้ 23 ก.ค. ยังเป็นโอกาสที่ประเทศไทย กับ เมียนมาร์ ยังได้ลงนามข้อตกลงความสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาที่ครอบคลุมในเขตเศรษฐพิเศษกิจทวาย และพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการยืนยันพันธะของฝ่ายไทยที่ร่วมมือกับเมียนมาร์ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาในเมียนมาร์ ซึ่งอยู่ใน 4 สาขาหลัก คือ การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรของเมียนมาร์ ,การเตรียมความพร้อมในการเป็นประธานอาเซียนของเมียนมาร์ในปี 2557 ,การปฏิรูปเศรษฐกิจและพัฒนาทางเลือก และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 3.ถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยการจัดตั้งเวทีหารือด้านพลังงาน
ทั้งนี้ตนมีความเชื่อมั่นว่า ด้วยความตกลงเหล่านี้จะช่วยทำให้การพัฒนาการในด้านความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาร์ในด้านต่างๆ เป็นไปอย่างแน่นแฟ้นและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ นอกจากนั้นแล้วทั้งสองฝ่ายก็ได้ตกลงที่จะรวมมือกันพัฒนาการผลิตข้าวของเมียนมาร์ และได้หารือกันในเรื่องของความร่วมมือด้านแรงงาน ซึ่งฝ่ายไทยได้รับที่จะดูแลแรงงานเมียนมาร์ด้วยความเป็นธรรม และมีสิทธิภายใต้กฎหมายไทย
“สุดท้ายขอขอบคุณที่ประธานาธิบดีฯเต็ง เส่ง และคณะที่มาเยือนประเทศไทยในครั้งนี้และยินดีกับผลสำเร็จของการเยือน โดยหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาร์ให้มีความแน่นแฟ้น ยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์กับการพัฒนาประเทศทั้งสองฝ่ายด้วย” นายกรัฐมนตรี กล่าว
'นายกฯ'เปิดประชุมครม.สัญจรสุรินทร์29-30ก.ค.55
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานกำหนดการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค.นี้ ที่ จ.สุรินทร์ โดยออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยอากาศยานของกองทัพอากาศ AIR BUS A-319 ที่กองบิน 6 อาคารใหม่ ดอนเมือง จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงานและมอบบัตรสินเชื่อแก่ตัวแทนเกษตรกร ที่โรงสีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้าร้อยเอ็ด อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ต่อด้วยเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชน (กรอ.) และเป็นประธานประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอีสานตอนล่าง 8 จังหวัด ที่โรงแรมทองธารินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์
สำหรับวันที่ 30 ก.ค. เวลา 7.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังช้าง ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดี ศรีณรงค์จางวาง และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่โรงแรมลานช้าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยี่ยมศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯในเวลา 16.30 น.
'นายกฯ'จัดงานเลี้ยงมื้อค่ำต้อนรับ'เต็ง เส่ง'เยือนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 22-24 ก.ค.55 ได้เดินทางมาถึงตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ และเชิญประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ชมของที่ระลึกของทั้ง 2 ฝ่าย ที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรี ก่อนจะเชิญไปชมการแสดงศิลปวัฒธรรมไทย ที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีเมียนมาร์ ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์และเชิญชวนดื่มอวยพรแด่ประธานาธิบดีเมียนมาร์
ต่อจากนั้นประธานาธิบดีเมียนมาร์กล่าวเชิญชวนดื่มถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หลังจากนั้นต่อมามีการแสดงนาฏศิลป์ระหว่างงานเลี้ยงดังกล่าว ก่อนที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 20.00 น.



