
ดวลเดือด!พ่อค้ายาดับตร.สาหัส1
ดวลเดือด พ่อค้ายารายใหญ่ดับ ตร.กาญจน์ สาหัส 1 ขณะที่เชียงใหม่ ยึด 'เฮโรอีน-ยาบ้า' มูลค่า 40 ล. ด้านนครพนม จับกัญชาอัดแท่ง นน.กว่า 2 ตัน มูลค่า 30 ล. ส่วนนราธิวาส จับใบกระท่อมจากมาเลย์ 100 กก. มูลค่า 124,800 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 55 พ.ต.ท.กิตติ มีบุญสล้าง พงส.(สบ.2) สภ.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับการประสานทางวิทยุสื่อสารจาก พ.ต.ท.ไพฑูรย์ โรจนภาวโรทัย สว.สส.สภ.ท่าเรือ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงปะทะกับคนร้าย ขณะทำการปิดล้อมบ้านผู้ต้องหาตามหมายจับ เป็นเหตุทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส 1 นาย ส่วนคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณไร่ข้าวโพดด้านหลังบ้านเลขที่ 27/1 บ้านรางกระต่าย หมู่ 8 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานิตย์ จำลองรักษ์ รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ กันยาประสิทธิ์ ผกก.สภ.ท่าเรือ พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.ท.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ.2) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรี พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี แพทย์เวร รพ.มะการักษ์
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ พบศพ นายนิวัฒน์ หรือ บู้ โตผึ้ง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 8 ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี สภาพศพนอนคว่ำหน้ากับร่องน้ำภายในไร่ข้าวโพด การแต่งกายใส่เสื้อยืดแขนสั้นลายพรางทหาร สวมกางเกงยีนส์ขายาว สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณ กกหูซ้าย 1 นัด ต้นขาขวา 1 นัด และไล่ซ้าย 1 นัด รวม 3 นัด โดยกระสุนฝังในทั้ง 3 นัด จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบยาบ้า 174 เม็ด ยาไอซ์ 10 ซอง ซองละ 10 ออน กัญชา 1 ห่อเล็ก ทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของผู้ตาย นอกจากนั้นยังพบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด ห่างกันราว 10 เมตร พบปืนลูกซองสั้นของผู้ตายตกอยู่ 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนเบอร์ 20 ที่ยิงแล้วคารังเพลิง เจ้าหน้าที่จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน หลังชันสูตรพลิกศพ เจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์ต่อไป
ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลมะการักษ์ เพื่อช่วยเหลือชีวิตอย่างเร่งด่วน ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ต.ประกาศ พละทรัพย์ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม ทำหน้าที่สายตรวจรถจักรยานยนต์ ประจำ สภ.ท่าเรือ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 20 เข้าที่บริเวณหน้าท้องหลายรู คมกระสุนยังไปเฉี่ยวเข้าที่ข้างตาด้านซ้าย แพทย์และพยาบาลระดมช่วยชีวิตเต็มที่จนถึงขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
พ.ต.อ.มานิตย์ จำลองรักษ์ รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า คนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตในครั้งนี้ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า เคยก่อคดีมาอย่างโชกโชน มีหมายจับจากศาลจังหวัดนครราชสีมา คดีจำหน่ายยาบ้า และ คดี พรบ.อาวุธปืน มีหมายจับคดีชิงทรัพย์ในท้องที่ สภ.ท่าม่วง 1 คดี และคืนที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตคนร้ายได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในท้องที่ สภ.ท่าม่วง อีกครั้งหนึ่ง หลังก่อเหตุได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาหลบอยู่ที่บ้านของนายจรูญ โตผึ้ง อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นบิดา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดของ พ.ต.ท.ไพฑูรย์ โรจนภาวโรทัย สว.สส.สภ.ท่าเรือ สืบทราบว่าคนร้ายหลบมาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงได้ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 6 นาย ติดตามไป พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อตรวจค้นจับกุม แต่เจ้าหน้าที่ทราบดีว่า ผู้ต้องหามีอาวุธปืนพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกเวลาหากเข้าทำการจับกุม
การปิดล้อมจับกุมคนร้ายครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง และรอจนกระทั่งเช้าจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว แต่นายนิวัฒน์ หรือบู้ โตผึ้ง คนร้ายที่ระมัดระวังตัวอยู่แล้ว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นไร่ข้าวโพดโดยพกอาวุธปืนติดตัวไปด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นจึงได้วิ่งติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับตะโกนให้คนร้ายวางอาวุธปืน และขอให้มอบตัว แต่คนร้ายไม่เชื่อ และได้ใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 20 ยิงใส่ เจ้าหน้าที่ตำรวจไป 1 นัด คมกระสุนเข้าที่หน้าท้อง และเฉี่ยวดวงตาซ้ายของ ด.ต.ประกาศ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นจึงเกิดการยิงต่อสู้กัน โดยคมกระสุนของเจ้าหน้าที่ถูกคนร้ายจำนวน 3 นัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังจากเหตุการณ์สงบเจ้าหน้าที่ชุด พ.ต.ท.ไพฑูรย์ ได้รีบนำตัว ด.ต.ประกาศ ส่งไปรักษาที่ รพ.มะการักษ์ จนกระทั่งอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งทางราชการจะช่วยดูแลรักษาตามระเบียบต่อไป
เชียงใหม่ ยึดล็อตใหญ่ 'เฮโรอีน-ยาบ้า' มูลค่า 40 ล.
พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุม นายเฉลิม มะโนริ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 4 ต.ท่าวังพร้าว อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง เฮโรอีน บรรจุแท่ง 20 แท่ง น้ำหนักรวม 7 กิโลกรัม ยาบ้า 44 มัด รวม 88,000 เม็ด หลังถูกจับกุมได้ ขณะขนยาเสพติดของกลางออกมาจากคูน้ำข้างถนนกลางเมืองเชียงใหม่
พล.ต.ท.สุเทพ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายเฉลิม มีพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ จึงวางแผนเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดทำให้พบว่านายเฉลิมเดินทางเข้าออกหมู่บ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว ซึ่งเป็นแหล่งพักยาเสพติดสำคัญในพื้นที่ชายแดนบ่อยครั้ง แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถจับกุมได้เนื่องจากยังไม่พบความผิด
กระทั่งช่วงเย็น วันที่ 22 ก.ค.เจ้าหน้าที่สืบสวนที่เฝ้าสะกดรอยพบนายเฉลิมขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน บท 7348 เชียงใหม่ เข้าไปจอดในซอย 17 บ้านป่าแดดใต้ หมู่ 7 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนจะเข้าไปยกกล่องกระดาษจำนวน 2 กล่อง ที่ซุกซ่อนไว้ข้างคูน้ำภายใน ซอยออกมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบของกลางยาเสพติดจำนวนดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในกล่องทั้งสองกล่อง จึงยึดเป็นของกลางพร้อมจับกุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาน่วมกันกับพวกมียาเสพติดไว้ในความ ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย
สำหรับของกลางยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้ถือเป็นรายใหญ่ที่สุดหลุดด่านตรวจใน อ.เชียงดาว เข้าสู่พื้นที่ชั้นในและเป็นรายใหญ่ที่สุดที่จับกุมได้ใน อ.เมืองเชียงใหม่ โดยมีมูลค่าของกลางรวมกว่า 40 ล้านบาท
ในเบื้องต้นผู้ต้องหาสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาจากบ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว เพื่อรอส่งลูกค้าและทำเพียงคนเดียว แต่ในทางสืบสวนเชื่อว่าจะมีเพื่อนร่วมขบวนการและมียาเสพติดที่ซุกซ่อนไว้ที่อื่นอีกจำนวนมากซึ่งจะต้องมีการขยายผลเพื่อหาแหล่งซุกซ่อนยาเสพติดที่เหลืออยู่เพื่อตรวจยึดมาให้ได้ทั้งหมด
พล.ต.ท.สุเทพ กล่าวว่า นอกจากเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดที่ถูกเปลี่ยนเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ จากเดิมที่ผ่านจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ไปสู่เส้นทางจังหวัดน่านและอุตรดิตถ์ กลุ่มนักค้ายาเสพติด ยังหันไปใช้รถหรูราคาแพงกันมากขึ้น โดยเฉพาะยี่ห้อ เบนซ์และบีเอ็มดับเบิลยู นอกจากนี้ยังมีการแต่งกายภูมิฐานใส่นาฬิกาและพกข้าวของเครื่องใช้ราคาแพง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ขณะที่บางกลุ่ม เลือกใช้รถที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของราชการเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น วิธีการทั้งหมดนี้ได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจยาเสพติดทุกจุดในภาคเหนือตอนบนให้เฝ้าจับตาเป็นพิเศษแล้ว
นครพนม จับกัญชาอัดแท่ง ล็อตใหญ่ นน. 2 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้าน
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมกับ พล.ต.ต. ชำนาญ เครือบัว ผบก.ภ.จว.นครพนม ร่วมแถลงข่าวยึดกัญชาอัดแท่ง ล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับได้ น้ำหนักกว่า 2 ตัน พร้อมผู้ต้องหา 3 คน คือ 1. นายเกษม ศรีอุทัย อายุ 29 ปี เลขที่ 11/2 หมู่ 8 ต.ไฝ่ต่ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี เป็นคนขับ 2. นายมานพ ช่วงโชติ อายุ 31 ปี เลขที่ 66/2 หมู่ 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 3. นายจงกฤช มงคล จินดา และรถบรรทุก พ่วง 10 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-5995 กาญจนบุรี ซุกกัญชาจำนวนกว่า 2,000 แท่ง บรรจุในถุงดำจำนวน 68 ถุง โดยมีทรายปิดทับด้านบน จับกุมได้ที่บริเวณถนนหน้ามหาวิทยาลัยนครพนม เขตบ้านเนินสะอาด ตำบลรามราช อ.เมือง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการขนกัญชาล็อตใหญ่ โดยใช้รถสิบล้อขน เข้ากรุงเทพมหานคร จึงวางแผนจับกุม นำโดย พ.ต.อ. สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.เมืองนครพนม พ.ต.ท.ศุภกร พันธุสุวรรณ สวป.สภ.เมือง ร่วมกันตั้งด่านสกัดตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งจากสาย จนกระทั่งเวลา 6.30 น. พบรถต้องสงสัยขับมา แต่คนขับพบว่ามีด่านตรวจจึงตัดสินใจเลี้ยวกลับรถหนีไปตามถนนสายบ้านเนินสะอาด มุ่งหน้าบ้านรามราช เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งติดตามอย่างใกล้ชิดและสามารถสกัดจับได้ที่บริเวณหน้าโรงเรียนศรีบัวบาน ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม
เมื่อตรวจดูที่กระบะบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 70-5995 กาญจนบุรี และพ่วงหาง พบกัญชาอัดแท่งจำนวนมากบรรทุกมากับรถโดยมีทรายกลบทับไว้ จึงนำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองนครพนม และเมื่อเจ้าหน้าที่เททรายออกมาก็พบกัญชาอัดแท่งห่อด้วยถุงดำจำนวน 68 มัด แต่ละมัดจะมีกัญชาอัดแท่งน้ำหนักแท่งละ 1 กิโลกรัม อยู่ 33 แท่ง รวมแล้วสามารถจับกุมกัญชาอัดแท่งในครั้งนี้ได้รวมประมาณ 2,200 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นการจับกุมล็อตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
นายเกษม หรือคิงส์ ศรีอุทัย ผู้ต้องหาคนขับรถบรรทุก เปิดเผยว่า ได้รับงานขนกัญชาโดยใช้รถบรรทุกเนื่องจากสามารถตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ละเที่ยวสามารถขนไปได้เป็นจำนวนมาก โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเที่ยวละ 1 แสนบาท ครั้งนี้จะนำกัญชาไปส่งให้คนที่จะมารับช่วงต่อที่อำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น ก่อนที่จะขนเข้ากรุงเทพต่อไป
นราธิวาส จับใบกระท่อมจากมาเลย์ กว่า 100 กก. ผู้ต้องหา 1 คน
นายวรวุฒิ วิบูลย์ชัยศิริ นายด่านศุลกากร สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้จับกุมตัว นายหมัดอลิฟ บินดูล อายุ 27 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่รัฐเคดาร์ ประเทศมาเลเซีย พร้อมของกลางใบกระท่อมสด หนัก 104 กก. ที่ซุกซ่อนอยู่ในซอกประตูทั้ง 4 ด้าน พื้นรถและกระโปรงท้ายของ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฟอร์ด สีเทา ทะเบียน ABT 4224 ซึ่งมีมูลค่า 124,800 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางและส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ลักลอบใบกระท่อมสดจากประเทศมาเลเซีย ส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก มาหลายครั้งแล้ว เนื่องจากมีรายได้ดี โดยลงทุนซื้อมากิโลกรัมละ 800 บาท มาส่งขายให้เอเย่นต์ในไทย กิโลกรัมละ 1,200 บาท ประจวบกับใบกระท่อมสดในประเทศมาเลเซียได้รับความเชื่อถือจากกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดประเภท 4 คูณ 100 อันเนื่องจากมีคุณภาพดีกว่าเมืองไทย แถมใบยังใหญ่และหนา ไม่ต้องใช้ปริมาณมากในการต้ม ซึ่งเป็นการลดต้นทุน จึงเป็นที่มาที่ไปของใบกระท่อมสด ที่เอเย่นต์ผู้ผลิตยาเสพติด ประเภท 4 คูณ 100 ที่ได้มีการสั่งซื้อและลักลอบนำเข้ากันอย่างคึกคัก และที่สำคัญกฎหมายเมืองไทย เมื่อถูกจับกุมก็เพียงแค่เสียค่าปรับ ซึ่งเบากว่าประเทศมาเลเซียมาก จึงเป็นที่มาที่ไปของการลักลอบนำเข้าใบกระท่อมสดด้าน จ.นราธิวาส



