ข่าว

'มาร์ค'จี้'รบ.'ปรามแดงอย่ารุนแรงทำผิดกม.

'มาร์ค'จี้'รบ.'ปรามแดงอย่ารุนแรงทำผิดกม.

23 ก.ค. 2555

'มาร์ค' ร้อง 'รบ.'ออกมาตรการปราม 'นปช.'อย่ามีพฤติกรรมรุนแรง-ทำสิ่งผิดกม.จี้ 'นายกฯ' ลงดูแลปัญหาใต้เอง แนะรัฐบาลคุยท้องถิ่นยึดหลักพัฒนาแก้ปมความไม่สงบ พร้อมรอดูผลสรุป 'คอป.'หนุน เปิดรายงานทั้งหมดต่อสังคม

              23 ก.ค.55 นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความพยายามโยงเรื่องการปรองดองเข้าสู่การนิรโทษกรรม ว่า น่าจะไม่ใช่ เพราะสิ่งที่เกิดกับตนที่ จ.เชียงใหม่ ก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องของความปรองดอง  แต่จะเป็นในความหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนนั้นสะท้อนว่าต้องมีคนเข้ามาแก้ปัญหา  เพราะไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิทางการเมือง แต่เป็นการจงใจทำผิดกฎหมาย จงใจทำร้าย ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และเจ้าหน้าที่ก็อยู่ในเหตุการณ์จึงต้องมีการดำเนินการ

             "ที่ผ่านมาเราเคยเรียกร้องว่า ผู้นำของแต่ละฝ่ายต้องปรามคนของตัวเอง ไม่ให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย    แต่ก็ไม่เคยได้ยินการตอบรับจากฝ่ายรัฐบาลที่จะดำเนินการ   พร้อมกันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีหน้าที่ดูตรงส่วนนี้ด้วย และตนจะดูแนวทางว่าจะไปพูดคุยอย่างไร ให้ได้เข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของกกต.โดยตรง" นายอภิสิทธ์ กล่าว

             เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยบอกให้นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า คนเสื้อแดงไม่พอใจจากเหตุสั่งสลายการชุมนุม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า คงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะก็มีคนที่ไม่พอใจพรรคเพื่อไทยเช่นกัน แต่เขาไม่ใช้วิธีการแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวก็คงจะมีคนแสดงให้ดู แต่ตนไม่อยากให้ทำ แต่ต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนมาก  เริ่มอึดอัดไม่น้อยกว่ากันเพราะไม่พอใจพรรคเพื่อไทย  ซึ่งที่ผ่านมามีหลายคนบอกกับตนว่า จะทนไม่ไหวแล้ว ตนก็บอกไปว่าต้องทน เพราะไม่ใช่วิธีการที่ควรจะแสดงออก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะบอกว่า มีคนไม่พอใจตน  เพราะยังมีคนที่ไม่พอใจพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรีอีกมาก แต่เขาไม่แสดงออกแบบนี้

จี้ "ปู"ลงดูแลปัญหาใต้เอง

                นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า อยากให้รัฐบาลเข้มงวดในมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน ควรพยายามคุยกับท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกันและหากจำเป็นต้องปรับแผนในการป้องกันและเฝ้าระวังก็ต้องทำ ส่วนปัญหาที่เป็นสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้เกิดความขัดแย้งก็ถือเป็นเรื่องนโยบาย โดยรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจริงกับการปรับหรือดำเนินนโยบายให้เกิดความสงบ เพราะตนเป็นห่วงว่า ในระดับนโยบายยังพยายามมองว่าปล่อยให้ทหารและตำรวจทำกันไป แม้กระทั่งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ตามกฎหมายใหม่มีการยกสถานะให้สูงขึ้นและนายกรัฐมนตรีต้องมาดูแลเองแต่ก็ยังไม่มีการแสดงบทบาทตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเท่าที่ควร ทั้งนี้การแก้ปัญหาที่สะดุดลงก็เพราะการดำเนินการของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น จึงทำให้เกิดการสะดุด เราจึงอยากให้ฝ่ายนโยบายมีความชัดเจนในการสานต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย

              นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า  สิ่งแรกที่รัฐบาลควรทำคือ ต้องยอมรับว่าปัญหานี้มีหลายมิติที่ซ้อนกันอยู่ และต้องมีความชัดเจนในนโยบายที่จะใช้ เช่น การให้ผู้บังคับบัญชาของทุกฝ่ายได้พูดกับเจ้าหน้าที่ให้ยึดหลักแนวทางการพัฒนา การอำนวยความยุติธรรม อย่าไปสร้างเงื่อนไข ซึ่งตนได้รับเรื่องร้องเรียนมาอยู่เกี่ยวกับสภาพความไม่พอใจ ความขัดแย้งในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ยังมีอยู่ เพราะไม่มีสัญญาณที่ชัด

 

“มาร์ค” รอดูผลสรุป “คอป.”หนุน เปิดรายงานทั้งหมดต่อสังคม

            นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวภายหลังตัวแทนคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ  และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ขอสัมภาษณ์เพื่อบันทึกคำบอกเล่า กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศไทยก่อนทำรายงานสรุปว่า  ส่วนใหญ่เป็นการซักถามถึงมาตรการที่เป็นประโยชน์กับการปรองดอง  และการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีก ซึ่งจากการพูดคุยเห็นว่าคอป. ได้พยายามรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย

            นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า  หากรวบรวมออกมาเป็นภาพที่สมบูรณ์   ก็จะเป็นประโยชน์เพราะจะได้เห็นทุกมุมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  และจะเป็นตัวบอกว่า จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร  ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือ เมื่อศึกษาเสร็จแล้ว คอป. ควรเปิดเผยรายงานทั้งหมดแก่สาธารณชน ทั้งนี้การจะนำรายงานใส่ซองและปิดผนึกส่งไปยังรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวคงทำไม่ได้ แต่สังคมก็ควรจะมาดู การรวบรวมเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อช่วยกันมองว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

           "ส่วนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาสานงานต่อจากคอป. หรือไม่ ขึ้นอยู่กับรายงานของคอป. ว่าจะมีอะไรและใครจะต้องเป็นคนทำ อย่างไรก็ตามการดำเนินการต่อไป คงไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลฝ่ายเดียวแต่ควรจะมีหลายๆฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง" นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า