ข่าว

'หนุ่มไอริช'ผู้มาเติมเต็มสาวเมืองใต้

'หนุ่มไอริช'ผู้มาเติมเต็มสาวเมืองใต้

23 ก.ค. 2555

'หนุ่มไอริช'ผู้มาเติมเต็มสาวเมืองใต้ : คอลัมน์ สะใภ้อินเตอร์ โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน - ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ

          "รักครั้งแรกมักจะลืมยาก"
 
          เป็นวลีที่ไม่ว่ารักครั้งแรกจะหวานชื่นหรือขื่นขมเพียงใดก็ตาม ทั้งหมดก็ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำอย่างถาวร
 
          แต่สำหรับ "แก้ว" วิชญาพร คริสตี้ (แสงแก้ว) สาวจาก อ.สิงหนคร จ.สงขลา วัย 36 ปี เกือบหันหลังให้แก่ความรักตลอดชีวิต เมื่อรักครั้งแรกของเธอถูกขีดเขียนด้วยซาตาน เป็นบันทึกรักที่ขื่นขมเกินกว่าที่เด็กสาวจะทนได้
 
          หากแต่เธอยังโชคดีที่มีหนุ่มไอริชเข้ามาโอบอุ้มและเยียวยาจิตใจ จนกลายเป็นคู่รักที่หวานชื่นในปัจจุบัน
    
          "เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ชีวิตแก้วเหมือนกับเจอวิบากกรรมอย่างหนัก เพราะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับชายที่โหดเหี้ยมที่สุด"
 
          นี่คือคำพูดแรกเมื่อถูกถามถึงความรักในอดีตของเธอ เมื่อประมาณปี 2538 ขณะนั้นเธอเป็นสาววัยรุ่น อายุ 19 ปี เพิ่งเรียนจบระดับ ปวช. สาขาการบัญชี จากโรงเรียนอุดมศึกษาหาดใหญ่ หลังจบการศึกษาก็ได้เดินตามหาความฝันด้วยการเข้ามาสมัครทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองหาดใหญ่ เป็นพนักงานแนะนำสินค้าหลากชนิด ต้องเจอกับลูกค้าจำนวนมากในแต่ละวัน
 
          ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มาจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ จึงทำให้เธอต้องฝึดพูดภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเหล่านี้ ด้วยความที่เธอเป็นคนหน้าตาคมเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ช่างพูด ช่างเจรจา ทำให้เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ หลายคน
 
          ในที่สุดเธอก็ตกลงปลงใจคบกับหนุ่มวัยเดียวกันคนหนึ่ง ซึ่งแวะเวียนมาจีบเธอทุกวัน จนเธอมั่นใจว่านี่แหละคือรักแท้ รักแรก จึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันเป็นเวลาเกือบ 2 ปี และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน โดยที่แฟนหนุ่มไม่เคยเปิดเผยว่า เขาประกอบอาชีพอะไร ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนั้น แฟนหนุ่มก็ได้แสดงธาตุแท้ออกมาทั้งทุบทั้งตี จนร่างกายบอบช้ำเกือบทุกวัน บางวันเธอต้องหอบลูกหนีไปอยู่กับเพื่อน
 
          แต่แฟนหนุ่มก็ตามหาตัวจนเจอ และนำตัวเธอกลับมาอยู่อย่างทุกข์ทรมานเช่นนั้นเรื่อยมา ซึ่งเธอก็ต้องจำใจทนอยู่เพื่อเห็นแก่ลูกๆ
     
          ความอดทนของเธอก็ต้องสิ้นสุดลง เมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มประกอบอาชีพค้ายาเสพติด ซึ่งเธอรับไม่ได้ จึงขอหย่าขาด แต่ก็ยังถูกแฟนหนุ่มตามมารังควานอยู่ร่ำไป เธอจึงตัดสินใจลาออกจากงาน และหอบลูกสาวทั้ง 2 คน หนีมาอยู่ที่เมืองพัทยาเมื่อปี 2540 โดยทำงานอยู่ในผับหลายแห่งมีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวไปวันๆ เท่านั้น
 
          ถึงแม้ว่าช่วงนั้นเธอจะอายุ 22 ปีแล้ว มีหนุ่มๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแอบชอบหลายคน แต่เธอก็รู้สึกเข็ดหลาบกับชีวิตคู่และหันหลังให้แก่ความรักตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
 
          "ตอนนั้นมีหนุ่มทั้งไทยและต่างชาติขอเบอร์โทรศัพท์หลายคน ซึ่งแก้วก็ให้บ้างบางคน แต่ไม่คิดจริงจังกับใครหรอกนะ เพราะยังฝังใจกับชีวิตคู่ในอดีตอยู่ จึงคุยกันเป็นเพื่อนมากกว่า" แก้วเล่าพร้อมถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง
  
          "แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเหงา อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อ แม่ ลูก อย่างพร้อมหน้า อีกอย่างแก้วคนเดียวต้องหาเลี้ยงลูก 2 คน และยังต้องส่งเงินให้พ่อแม่ที่บ้านด้วย จึงมีภาระหนักอึ้ง"
 
          แตกต่างจากชีวิตวันนี้อย่างสิ้นเชิง เมื่อเธอได้รู้จักกับ ไบรอัน คริสต์ ปัจจุบันอายุ 39 ปี มาประสบพบเจอเมื่อช่วงกลางปี 2548 เธอได้เดินทางไปเที่ยวเกาะภูเก็ตกับเพื่อนๆ และได้แวะเข้ารับประทานอาหารกลางวันในร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชาวต่างชาติอยู่ในนั้นเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือนายคริสต์คนนี้ ซึ่งนั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามเธอพอดี เขามากับเพื่อนๆ ประมาณ 5-6 คน และเฝ้ามองแก้วอยู่นานพอสมควร ก่อนที่เขาจะโบกมือทักทายแก้ว และเดินดุ่มๆ เข้ามาขอเบอร์โทรศัพท์อย่างหน้าตาเฉย
 
          "ตอนนั้นแก้วรู้สึกงงๆ และคิดในใจว่า เอ๊ะอีตานี่ ช่างกล้าจริงๆ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกถูกชะตากับหนุ่มคนนี้มาก ราวกับเคยรู้จักกันมาก่อน จึงให้เบอร์ไปประมาณว่าคบไว้เป็นเพื่อนเท่านั้น"
 
          แต่หนุ่มไบรอันกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น "ผมรู้สึกว่าเธอคือสเปกของผม เพราะหน้าตาเธอทั้งคม เข้ม จมูกโด่ง และยิ้มสวยมาก ซึ่งต่างจากสาวไทยคนอื่นๆ"
 
          หลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ แก้วก็ได้รับโทรศัพท์จากไบรอัน ซึ่งโทรข้ามฟากมาจากประเทศไอซ์แลนด์ และทั้งคู่ก็ได้พูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระเช่นนี้อยู่ประมาณ 2 เดือน
 
          วันหนึ่งในร้านที่เธอทำงานอยู่ในเมืองพัทยา ก็มีชาวต่างชาติเดินถือดอกไม้มามอบให้เธอ พร้อมกับชี้ไปที่หนุ่มไอริชคนหนึ่ง ซึ่งกำลังเดินตามหลังมาติดๆ
เขาคือไบรอันนั่นเอง...!
 
          "ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก ที่จู่ๆ ก็มีฝรั่งจากไหนไม่รู้เอาช่อดอกไม้มาให้ แต่พอเห็นไบรอันเดินตามมา ก็ถึงบ้างอ้อ ซึ่งแค่นั้นก็ทำให้เราประหลาดใจมากแล้ว แต่พอไบรอันมาถึง ก็คุกเข่าต่อหน้า และขอแต่งงานทันที ซึ่งตอนนั้นน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลย"
 
          ขณะที่ไบรอันก็เปิดใจว่า "ตอนนั้นผมตั้งใจว่า ยังไงๆ ก็จะต้องขอเธอแต่งงานให้ได้ เพราะตลอดเวลา 2 เดือน ที่ผมกลับประเทศไอซ์แลนด์ ผมรู้เลยว่าหัวใจผมอยู่ที่เมืองไทย วันไหนไม่ได้โทรหาแก้ว เหมือนจะขาดใจ"
 
          แต่เธอก็บอกว่าไม่ได้ตอบตกลงทันที โดยขอศึกษาดูใจกันก่อนสักระยะหนึ่งหลังจากศึกษาดูใจกันอยู่ประมาณ 1 ปี เมื่อเธอแน่ใจแล้วว่าไบรอันเป็นคนดีพอที่จะฝากชีวิตไว้ได้ จึงตกลงปลงใจแต่งงานกันเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2549 และอยู่กินกันมาจนมีลูกสาวอีก 1 คน
 
          ระหว่างนั้นก็ได้เดินทางไปอยู่ที่เมืองดับลิน ประเทศไอซ์แลนด์ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะแก้วรู้สึกเหงาที่ไม่มีเพื่อนเป็นคนไทย จึงได้ตัดสินใจกลับมาอยู่เมืองไทยอีกครั้งปัจจุบันเธอได้มาตั้งรกรากอยู่ที่ จ.นครราชสีมา โดยเช่าห้องเปิดเป็นร้านบาร์เบียร์เล็กๆ ชื่อร้านสปอร์ตบาร์ อยู่บริเวณถนนโยธา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
ครอบครัวของเธออยู่ด้วยความอบอุ่น มีลูกสาว 3 คน คือน้องเกษ น้องกิ่ง และน้องคาร์เล็น เป็นสมาชิก  
 
          ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่ลืมชีวิตคู่ในอดีตอันโหดร้าย แต่มันก็ไม่เคยตามมาหลอกหลอนเธออีกต่อไป เพราะมีหนุ่มไอริชมาเยียวยาจิตใจอย่างได้ผล และถึงแม้ครอบครัวของเธอจะไม่ร่ำรวยเหมือนสะใภ้อินเตอร์คนอื่น แต่เธอก็บอกว่า "แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว มีเงินมากอาจจะทะเลาะกันก็ได้"
.......................................
(หมายเหตุ 'หนุ่มไอริช'ผู้มาเติมเต็มสาวเมืองใต้ : คอลัมน์ สะใภ้อินเตอร์ โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน - ประสิทธิ์  ตั้งประเสริฐ)