ข่าว

ปปท.ฟัน'ผู้คุมคุกระยอง'รับฝากมือถือนักโทษ

ปปท.ฟัน'ผู้คุมคุกระยอง'รับฝากมือถือนักโทษ

23 ก.ค. 2555

ปปท.ลุยเชือดอาญาผู้คุมคุกระยอง รับฝากมือนักโทษ หลังกรมราชทัณฑ์มีคำสั่งไล่ออก เผยคิดค่าฝากชั่วโมงละ 1,000 บาท ขณะที่ดีเอสไอเล็งตรวจสอบผู้คุมมีฐานะล่ำซำผิดปกติ ชี้บางคนขับรถหรู มีคอนโดติดทะเล

             ความคืบหน้าเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลังจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกลางระยองเมื่อไม่นานมานี้ และพบพิรุธว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำอาจมีส่วนพัวพันนั้น เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) กล่าวว่า การนำกำลังเข้าตรวจค้นที่เรือนจำกลางระยองสามารถยึดโทรศัพท์มือถือได้ 29 เครื่อง และสิ่งของต้องตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ได้จำนวนหนึ่ง แต่พบข้อพิรุธว่ามีสายชาร์จแบตเตอรี่ตกอยู่หน้าประตูห้องขัง
   
               เมื่อ ปปท.ย้อนเข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในแดนคุมขังและเรือนนอน พบว่า ก่อนเจ้าหน้าที่จะบุกจู่โจมตรวจค้นไม่ถึง 2 ชั่วโมง มีเจ้าหน้าที่เรือนจำเดินเข้าไปภายในเรือนนอน และส่งสัญญาณให้ผู้ต้องขังนำโทรศัพท์ในความครอบครองออกมาฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ โดยใช้มุ้งรวบรวมโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนและไอโฟนออกมาเก็บซ่อนไว้ในห้องเจ้าหน้าที่เวร เมื่อชุดจู่โจมตรวจค้นถอนกำลังออกจากเรือนจำเวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ย้อนกลับเข้าไปในเรือนนอนแล้วนำโทรศัพท์ออกมาแจกจ่ายคืนให้ผู้ต้องขัง
   
               "เรื่องนี้มีหลักฐานความผิดชัดเจน กรมราชทัณฑ์มีคำสั่งไล่ออกเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางระยอง 1 นาย ส่วน ปปท.ตั้งเรื่องเข้าสู่การไต่สวนของกรรมการ ปปท.เพื่อเอาผิดทางอาญา รวมทั้งประสานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงของกลุ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำด้วย" พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าว
   
               แหล่งข่าวจากดีเอสไอเปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ปัญหาการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือและยาเสพติดเข้าไปเรือนจำดูเหมือนจะมีปริมาณลดน้อยลง เนื่องจากการตรวจค้นระยะหลังยึดสิ่งของต้องห้ามได้น้อยลง แต่ในความเป็นจริงโทรศัพท์มือถือไม่ได้ลดลงเลย เนื่องจากในเรือนจำจะมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจให้ความช่วยเหลือนักโทษซุกสิ่งของผิดกฎหมาย โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมง เช่น รับฝากโทรศัพท์มือถือชั่วโมงละ 1,000 บาท ใช้เวลาประมาณ 6- 8 ชั่วโมง แม้จะต้องจ่ายเป็นเงินสูงถึง 6,000-8,000 บาทต่อเครื่อง แต่สำหรับนักโทษขาใหญ่ที่มีโทรศัพท์ถือว่าคุ้มค่า เพราะหากโทรศัพท์ถูกยึดจะต้องจ่ายอีกกว่าแสนบาท เพื่อสั่งซื้อเครื่องใหม่และลักลอบนำเข้ามาในเรือนจำ นอกจากนี้นักโทษที่ถูกจับได้ว่าครอบครองโทรศัพท์จะต้องถูกลดชั้นเป็นนักโทษ และนับเพิ่มวันต้องโทษ
   
               “เจ้าหน้าที่เรือนจำบางคนจะลงทุนซื้อโทรศัพท์เพื่อนำเข้าไปขายให้นักโทษ ได้รับค่าจ้างคนละ 7-8 หมื่นบาทต่อเครื่อง ดังนั้นเป้าหมายของการกวาดล้างคือ ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่เรือนจำที่เป็นปลาเน่า โดยจะเน้นตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติกรรมใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินตัว มีทรัพย์สินมากกว่ารายได้ เช่น ขับรถยนต์หรู และมีคอนโดมิเนียมอยู่ในเมืองแถบชายทะเล” แหล่งข่าวจากดีเอสไอระบุ
   
               แหล่งข่าวคนดังกล่าวระบุด้วยว่า หลังจากนี้การสนธิกำลังเพื่อปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องมือพิเศษตรวจสอบคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ภายในเรือนจำ หากพบว่ามีการโทรศัพท์จำนวนมากก็จะวางแผนเข้าจู่โจมตรวจค้น โดยระยะหลังนักโทษจากเรือนจำชายมักจะขว้างปาโทรศัพท์ข้ามไปยังเรือนจำหญิงที่ตั้งอยู่ติดกัน เพื่อให้ช่วยซุกซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ในช่องคลอด การตรวจค้นจึงต้องขยายไปค้นเรือนจำหญิงด้วย