
วิถี(ท้องถิ่น)ยุติธรรม
วิถี(ท้องถิ่น)ยุติธรรม : วิถียุติธรรม โดยชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ
เป็นไปได้หรือไม่หากอบต. อบจ. หรือเทศบาลจะมีบทบาทในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นของตัวเองเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นโดยย่อส่วนของการอำนวยความยุติธรรมลงไปในพื้นที่
ถ้าจะพูดถึงศักยภาพและบุคลากรก็ต้องมองไปที่จังหวัดเป็นอันดับแรกจะเห็นว่ามีทั้งที่ตั้งของศาลจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานอัยการจังหวัด รวมทั้งสำนักงานประสานงานของสภาทนายความประจำจังหวัด และยังรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการของกระทรวงต่างๆ ที่ประจำอยู่ในแต่ละจังหวัดเกือบครบทุกกระทรวงอีกด้วย ทั้งหมดนี้เป็นไปได้หรือไม่ หากจะมองว่าเป็นส่วนประกอบของการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นตามแนวทางการกระจายอำนาจที่พูดๆ กันอยู่เสมอ
การกระจายการอำนวยความยุติธรรมไปยังท้องถิ่นเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้าถึงความยุติธรรมอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่เป็นอยู่ เป็นประเด็นที่พูดกันมานานไม่น้อยกว่า 20 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นมักจะพูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอำนวยความยุติธรรม เมื่อได้เริ่มต้นลงมือทำจริงๆ หากจะมองเป็นรูปธรรมบ้างคงเห็นอยู่ในเรื่องของตำรวจ แต่เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมมากมายทำให้จับต้องได้ในบางเรื่องเช่น ตำรวจมวลชนสัมพันธ์ บทบาทของชาวบ้านในที่ประชุมและกิจกรรมของ ก.ตร.ประจำโรงพัก รวมไปถึงศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสำนักงานศาลยุติธรรม และยุติธรรมชุมชนที่เริ่มต้นในกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น
การบริหารจัดการให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ชาวบ้าน เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นและเร่งด่วนในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุคที่เกิดวิกฤติศรัทธากับความเป็นธรรมในสังคมและการปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าต้องมีวิธีคิดและการบริหารจัดการให้เท่าทันกับความซับซ้อนของปัญหาความไม่เป็นธรรมที่มีรูปแบบหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
มองในแง่ของชาวบ้านเห็นว่ามีศักยภาพโดยธรรมชาติอยู่แล้วเพราะในเรื่องของการอำนวยความเป็นธรรมในเชิงของการป้องกันอาชญากรรมในชุมชนท้องถิ่นก็ทำกันมาช้านาน การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ก็มีกฎหมายให้นายอำเภอเป็นแม่งานร่วมกับกรรมการในระดับอำเภอทำกันได้ทั้งในทางอาญาและแพ่ง คงลังเลอยู่บ้างตรงที่ยังไม่เห็นการประเมินผลที่จริงจังออกมา
การสนับสนุนให้ชาวบ้านมีบทบาทในการอำนวยความยุติธรรมในระดับท้องถิ่นจะต้องมีการพูดจากันมากขึ้น และต้องมากขึ้นกว่าที่เคยพูดว่าควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมให้มากขึ้น เพราะต้องการเห็นความเป็นรูปธรรมมากขึ้นทั้งๆ ที่กฎหมายได้เปิดช่องไว้แล้วไม่น้อย
การให้ความสำคัญลำดับแรกกับการสร้างความตระหนักให้ชาวบ้านเพื่อเปลี่ยนทัศนคติจากที่มองว่าต้องพึ่งภาครัฐในการอำนวยความยุติธรรมเท่านั้นเพราะตนเองไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย จะต้องเปลี่ยนแปลงไปเน้นที่กระบวนการของชาวบ้านอย่างง่ายๆ ในวิถีชีวิตประจำวันจะทำให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพที่ตนเองมีอยู่ จากนั้นภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งหาวิธีการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันไปด้วย
ชาวบ้านจึงต้องมั่นใจเสียก่อนว่าปัญหาเกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรมโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ ไปจนปัญหาใหญ่ระดับชาติก็ต้องถือเป็นปัญหาของท้องถิ่นเราเช่นกัน รวมทั้งปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคมต่างๆ ที่คุ้นเคยกันดีก็เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาเยาวชนและครอบครัว ไปจนถึงปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรในรูปแบบต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาท้องถิ่นที่เราน่าจะมีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง หรือร่วมกับภาครัฐก็ตาม
วิถีท้องถิ่นต้องมีบทบาทในการอำนวยความยุติธรรมในสังคมมากขึ้นตามแนวทางประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม



