
ปรับกำลังพระวิหารทางสู่สันติสุขหรือสงครามรอบใหม่
ปรับกำลังพระวิหารทางสู่สันติสุขหรือสงครามรอบใหม่ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook: ruarob.muangman
ครบปีวันที่ศาลโลกสั่งให้ไทยกับเขมรถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ 17 ตร.กม.รอบเขาพระวิหาร ทั้งสองฝ่ายก็พากันสับเปลี่ยนกำลังทหารประจำการของตน ด้วยกำลังกึ่งตำรวจกึ่งทหารเข้าไปประจำแทนในพื้นที่ สอดคล้องกับบรรยากาศของปีนี้ที่สงบกว่าปีก่อนๆ ที่ปึงปังด้วยการโจมตีด้วยปืนใหญ่หลายวาระและทำให้มีคนตายเจ็บ ขวัญผวามากมาย แต่สันติเช่นนี้จะอยู่ได้นานหรือไม่หรือจะปูทางไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองที่จะนำไปสู่การปะทะรอบใหม่อีก เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
ในทางยุทธศาสตร์ การปรับกำลังคราวนี้มีผลดีนับไม่ถ้วน เริ่มตั้งแต่บรรยากาศที่ซอฟต์ลงทันทีของการประจันหน้าระหว่างสองชาติ ในโลกยุคใหม่ที่ความต้องการแสวงมิตรเป็นเป้าประสงค์ยิ่งกว่าการสกัดกั้นศัตรูแบบยุคก่อนนั้นบีบให้ชาติเพื่อนบ้านต้องญาติดีต่อกัน ยอมผ่อนปรนให้กัน โดยหวังว่าการไม่ทะเลาะกันจะนำมาซึ่งความรุ่งเรืองทางการค้าและความเจริญทั้งสองฟากฝั่งพรมแดน ยิ่งไทยกับกัมพูชายืนอยู่บนวิถีของการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงตามแนวทางเสาหลักอาเซียนด้วยแล้ว ความขัดแย้งแม้แต่เพียงนิดเดียวก็ไม่อยากให้ปรากฏ แต่ถึงจะเกิดผิดใจ ก็ไม่ต้องกลัวว่าไทยจะพลาดให้เขมรรุกยึดเข้ามาฮุบแผ่นดินได้ง่ายๆ ตำรวจตระเวนชายแดนก็มีฝีมือไม่น้อยไปกว่าทหารซึ่งก็สามารถเคลื่อนกำลังกลับมาช่วยสู้รบได้ในเวลาอันสั้น ยิ่งถ้าใช้กำลังทางอากาศโต้คืนอย่างรวดเร็วจริงๆ ต่อให้ พล.สสน.3 ของฮุน เซน ก็สู้ไม่ได้ ดังนั้นการปรับกำลังคราวนี้จึงเป็นเชิงสัญลักษณ์แบบเดียวกับที่จีนใช้กำลังกึ่งพลเรือนเข้าดูแลพื้นที่ในทะเลจีนใต้นั่นเอง
รัฐบาลทั้งสองฝ่ายอาศัยช่วงเวลาที่ รมว.กต.สหรัฐมาที่พนมเปญดำเนินการเช่นนี้ ส่วนหนึ่งนั้นเพื่อดึงความสนใจจากฝรั่งมายังอ่าวไทยว่าก็เป็นพื้นที่มีเสถียรภาพน่าลงทุนไม่น้อยกว่าพม่าที่กำลังเย้ายวน ทั้งสองชาติพร้อมปฏิบัติตามบรรทัดฐาน มารยาทและมติระหว่างประเทศ ประเทศและประชาชนจะได้ประโยชน์และปลอดภัย กองทัพทั้งสองฝ่ายจะกระชับความร่วมมือกันอีกมาก อาเซียนก็ปลื้มใจไปด้วย
แต่การปรับกำลังมิได้เป็นกุญแจที่จะไขคลายความขัดแย้งทุกอย่างได้หมด ประชาชนเขมรยังลอยชายในพื้นที่ที่เราอ้างว่าเป็นของเรา ประเด็นอธิปไตยสามารถถูกจุดได้เสมอและอาจมีการรณรงค์หนักขึ้นหลังการตัดสินของศาลโลกจากกลุ่มที่สนับสนุนอนุสัญญาโตเกียว 1941 และนายทุนที่ส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่พิพาท
ยิ่งไปกว่านี้ หากเกิดการผิดคิวของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือเปลี่ยนรัฐบาล เรื่องก็อาจประทุขึ้นอีก ทางแก้ถาวรนั้นไม่ได้อยู่ที่ต้องแพ้ชนะกันไปข้างหนึ่ง แต่ปลูกสำนึกประชาชนเป็นไปในแนวทางก้าวหน้า เห็นชอบการอยู่ร่วมกันได้แบบที่ออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์เป็น



