ข่าว

18มงกุฎโผล่หลอก5หมื่นช่วยพ้นคุกพม่า

18มงกุฎโผล่หลอก5หมื่นช่วยพ้นคุกพม่า

22 ก.ค. 2555

ญาติชาวบ้านถูกทหารจับตัว แฉแก๊ง 18 มงกุฎ โทรติดต่อ อ้างสามารถช่วยคนไทยพ้นคุกพม่า แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการขั้นต่ำ 50,000 บาท ด้านทหารเตือน อย่าหลงเชื่อ ชี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งหาทางช่วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 55  พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 25 กองกำลังเทพสตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า ด้าน จ.ระนอง-เกาะสอง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากญาติชาวบ้านที่ถูกทหารพม่าจับกุมตัวว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่าสามารถประสานงานช่วยเหลือชาวบ้านคนไทยที่ถูกจับกุมในฝั่งประเทศพม่าได้ แต่ต้องจ่ายค่าดำเนินการในการประสานงานไม่ต่ำกว่า 50,000 บาทนั้นคาดว่าน่าจะเป็นการกระทำของขบวนการแก๊ง 18 มงกุฏที่ฉกฉวยจังหวะช่วงที่ชาวบ้านกำลังมีความทุกข์ ประสบปัญหาต้องการหลอกลวงชาวบ้าน ซึ่งตนและ จนท.ที่เกี่ยวข้องได้เร่งประกาศให้ชาวบ้านโดยเฉพาะญาติพี่น้องผู้ที่ถูกทหารพม่าควบคุมตัวอย่าหลงเชื่อ หรือจ่ายเงินให้กับบุคคลดังกล่าวเพราะเป็นพฤติกรรมที่หลอกลวงอย่างแน่นอน เนื่องจากทางฝ่ายพม่ามีการดำเนินคดีตามระเบียบและขั้นตอน คงไม่มีใครที่จะเข้าไปแทรกแซงการทำงานได้ นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งหาช่องทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่ขอให้ญาติผู้ถูกจับกุมอดทนคาดว่าน่าจะมีข่าวดีอีกไม่นาน 

          นายสุธรรม ยิ้มวรรณ ชาวบ้านจาก จ.พัทลุงซึ่งญาติถูกทหารพม่าควบคุมตัวรวม 6 คนกล่าวว่าตนได้รับการติดต่อจากบุคลลที่อ้างว่ารู้จักทหารพม่าและสามารถดำเนินการช่วยให้ญาติทั้ง 6 คนรอดพ้นจากการติดคุกได้ ซึ่งในตอนแรกตนเกือบหลงเชื่อเพราะความรู้สึกกังวลและเป็นห่วงญาติ แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้วพบว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะที่ผ่านมาตนเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศของไทยต่างพยายามหาช่องทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ จึงตอบปฏิเสธ อีกทั้งยังมีความหวังว่าการเดินทางมาเยือนของนายเต็งเส่ง ประธานาธิบดีของพม่าอาจจะมีข่าวดีเกิดขึ้นก็เป็นได้ ส่วนญาติคนอื่นๆ ทราบว่าบางคนยอมจ่ายเงินแล้วก็มีหลายราย 

          นางน้อย เปอร์ดำ อยู่บ้านเลขที่ 226/3 ม. 1 ต.ไสหว้า อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าตนรอความหวังที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือ คงจะไม่เชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอน 

          นางน้อยเล่าต่อว่า ตนเดินทางมาจาก จ.นครศรีธรรมราชมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2555 ทันทีที่ทราบข่าวสามีและลูกๆถูกทหารพม่าควบคุมตัว และยังคงเฝ้ารออยู่ใน จ.รอนองต่อไป และหวังว่าจะได้รับข่าวดี ทางการพม่าจะปล่อยตัวโดยเร็ว เพราะสามีและลูกๆของตนรวม 3 คน เข้าไปทำสวนยางพารา โดยวันเกิดเหตุนำต้นกล้ายางพาราจาก จ.นครศรีธรรมราชเข้าไปปลูกโดยลูกๆที่โดนจับนั้นได้เข้ามาช่วยลำเลียงต้นกล้ายางพาราเข้าไปยังพื้นที่ที่ตนได้ซื้อไว้ประมาณ 100 ไร่ 

          ตอนนี้เป็นห่วงสามีและลูกๆของตนรวม 3 คนถูกทหารพม่าควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2555 มากไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตนยอมรับว่าสามีและลูกทั้ง 2 คนได้เข้าไปแผ้วถางป่าและนำยางพาราเข้าไปปลูกบนเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ที่ซื้อต่อมาจากนายหน้าคนหนึ่งในราคาประมาณ 300,000 บาท ซึ่งตนพลาดที่ไม่ได้มีการสอบถามกับชาวบ้านในพื้นที่ว่าอยู่ในฝั่งไทยหรือพม่า เพราะเมื่อเดินทางมาดูสถานที่ในตอนแรกก่อนตัดสินใจซื้อเห็นมีชาวบ้านคนไทยเป็นจำนวนมากกำลังแผ้วถาง และปลูกพืชทางการเกษตรตนจึงตัดสินใจซื้อหวังจะเป็นทรัพย์สมบัติไว้แบ่งให้กับลูกๆจำนวน 5 คน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นตอนแรกก็ช็อคมากเพราะสิ้นเนื้อประดาตัว เงินทองที่เก็บหอมออมริบมาตลอดชีวิตสูญสิ้น รวมถึงที่ดินก็คงจะยากจะกลับคืนมา ตอนนี้ได้แต่หวังอย่างเดียวว่าให้สามีและลูกชายทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว