ข่าว

ปี2556เงินจะสะพัดทั้งประเทศ

ปี2556เงินจะสะพัดทั้งประเทศ

23 ก.ค. 2555

ปี 2556 เงินจะสะพัดทั้งประเทศ : คอลัมน์ ชาวบ้านร้านตลาด : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา

          วันนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังอยู่ในลักษณะที่ว่า “รั้งไม่หยุด-ฉุดไม่อยู่” แล้วครับ อยากจะทำอะไร ก็คงทำได้ตามใจปรารถนา อยากกู้เงินเพื่อมาพัฒนาประเทศตามแผนต่างๆ ก็คงทำได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะเอาเงินคงคลังออกมาใช้ก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ ผมลองเอายอดรวมของวงเงินที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์หมายใจว่าจะเอามาใช้จ่ายดูแล้ว อดร้องว่า โอ้โฮเฮะไม่ได้จริงๆ ครับ 

 

          ยอดเงินจากโครงการจ้างเหมาเอกชนทั้งไทยและเทศให้มาแก้ปัญหาน้ำทั้งประเทศ ซึ่งวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเรียกผู้เสนอตัวมาทำความเข้าใจก็ 3.5 แสนล้านบาทเข้าไปแล้ว แล้วไหนจะโครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง 8 ปีจากปี 2556-2563 ที่ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2 ล้านล้านบาท แล้วไหนเงินคงคลังอีก 5 แสนล้านที่กระทรวงการคลังจะเอามาหมุนอีกเล่า นับจากปี 2556 เป็นต้นไป เงินจะสะพัดทั้งประเทศได้อย่างไร

          ผมว่าการนำเอาโครงการที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลใส่ลงไปในระบบเศรษฐกิจครั้งนี้ เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเชียวนะครับ คือนอกจากจะมีเงินหมุนเวียนในตลาดไปถึง 8 ปีตามที่รัฐบาลตั้งเป้าเอาไว้แล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาคนว่างงานได้อีกโสตหนึ่งด้วย เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) ให้ข้อมูลว่า กองวิจัยตลาดแรงงาน ของกรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้ประมาณการว่าในปี 2555 จะมีผู้จบการศึกษาในทุกระดับรวม 1,973,396 คน และเข้าสู่ตลาดแรงงาน 521,199 คน 

          แต่นั่นก็เป็นการประมาณการก่อนที่จะรู้ว่ารัฐบาลมีโครงการใหญ่ๆ นะครับ ดังนั้น เมื่อไม่มีอุปสรรคขวากหนามใดๆ ขวางกั้นโครงการเหล่านั้น คนที่น่าจะว่างงานอีก 1.4 ล้านคนก็น่าจะมีงานทำครับ

          ตอนที่เห็นข่าวนี้ใหม่ๆ ผมก็ห่วงเหมือนกันว่า หากทุกโครงการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กดปุ่ม จะไปเอาแรงงานมาจากไหน แต่เมื่อเห็นตัวเลขผู้เรียนจบในปี 2555 ที่ตอนแรกประมาณว่าจะว่างงานถึง 1.4 ล้านคน ผมก็เบาใจ และยิ่งโล่งอกมากขึ้นเมื่อได้เห็นรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุว่า การประกาศปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทที่ห่วงว่าจะก่อปัญหาการจ้างงานนั้น ไม่ต้องกังวลใจกันอีกแล้ว เพราะนักลงทุนต่างปรับตัวรับสถานการณ์นั้นได้ และไม่ต้องห่วงว่าแรงงานไทยจะไม่เพียงพอกับโครงต่างๆ นะครับ ทุกวันนี้แรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่า ลาว พม่า หรือ เขมร ต่างก็พาเหรดกันเข้ามาอย่างเสรีโดยไม่ต้องรอให้มีประชาคมอาเซียนด้วยซ้ำไป 

          อย่างไรก็ตามยังมีเรื่องหนึ่งผมอดห่วงไม่ได้ก็คือ บางโครงการอาจถูกคัดค้านจากนักอนุรักษ์ธรรมชาติสาขาต่างๆ ครับ นึกดูนะครับหากบริษัทที่รัฐบาลว่าจ้างให้ทำโครงการอะไรสักอย่างหนึ่ง มีนักอนุรักษ์ธรรมชาติออกไปชักชวนขาวบ้านให้ไปชุมนุมถือป้ายประท้วง หลายๆ โครงการที่ทำให้เงินหมุนไปหมุนมาก็คงจะหยุดชะงักได้เหมือนกัน ก็ขอฝากให้รัฐบาลหาทางแก้เอาไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ

 

 

--------------------

(ปี 2556 เงินจะสะพัดทั้งประเทศ : คอลัมน์ ชาวบ้านร้านตลาด : โดย ... ภาณุมาศ ทักษณา)