
'เตือนภัยสมองกล'หมดยุคเคาะไม้
เตือนภัยสมองกล...ปลดล็อกยุคตีเกราะเคาะไม้ : รายงานพิเศษ : โดย ... เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์
ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากมีความถี่และรุนแรงมากขึ้น สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งมีพื้นที่เสี่ยงมาก ขณะที่ความสูญเสียจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมาได้นำไปสู่ความร่วมมือระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ "เนคเทค" ในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อความแม่นยำสูงสุด
ระบบเตือนภัยที่พัฒนาขึ้นมีชื่อ "Landslide Landing System" ซึ่งแต่ละจุดติดตั้ง จะประกอบไปด้วยสถานีตรวจวัดระยะไกลทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องวัดปริมาณน้ำฝน เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้นอากาศ โดยระบบจะเก็บข้อมูลและส่งไปยังเครื่องแม่ข่ายทุก 5 นาที ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือก่อนข้อมูลจะถูกประมวลผลและนำไปสู่การแจ้งเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ โดยนำร่องติดตั้ง 243 หมู่บ้านเสี่ยงภัย ใน 22 อำเภอของ จ.เชียงใหม่
วิบูลย์ สงวนพงษ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า ระบบเตือนภัยที่พัฒนาขึ้นเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่รวมกับระบบการติดต่อสื่อสารที่เป็นปัจจุบันมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเร่งด่วน (Flagship) ซึ่งได้รับอนุมัติงบจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนที่เลือกเชียงใหม่นำร่องเนื่องจากข้อมูลของ ปภ.พบพื้นที่เสี่ยงภัยสูง หรือพื้นที่สีแดงถึง 583 ชุมชน พื้นที่สีเหลือง 329 ชุมชน และพื้นที่สีเขียว 7 ชุมชน รวม 176,084 หลังคาเรือน มีประชาชนอาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย 545,366 คน
"เมื่อก่อนอาจใช้เครื่องมือเตือนภัยกันเอง มีการวัดปริมาณฝนจากกระบอกน้ำ เตือนภัยชาวบ้าน ด้วยการตีเกราะเคาะไม้ก่อนพัฒนาเป็นไซเรนมือหมุน แต่ตอนนี้จะมาใช้เครื่องมือแบบโบราณไม่ได้อีกแล้ว"
ด้าน พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค บอกว่า ระบบดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยอาศัยผลงานวิจัยในส่วนของสถานีวัดอากาศระยะไกลมาประยุกต์และพัฒนาเพิ่มเติมให้เหมาะสำหรับการใช้เตือนภัยพิบัติแผ่นดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยได้ทดสอบการใช้งานมาแล้ว 2 ปีที่ จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้มั่นใจว่าระบบนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาระบบเตือนภัยให้ทันสมัยถือเป็นการปลดล็อกระบบเตือนภัยยุคเก่าเพื่อก้าวสู่ระบบเตือนภัยในยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติให้ได้มากที่สุด
ทว่าหากคนไทยยังไร้ซึ่งความตระหนัก ยังไม่หยุดการตัดไม้ทำลายป่าและบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อขยายชุมชน ไม่ว่าอุปกรณ์จะทันสมัยแม่นยำเพียงใด สุดท้ายคงหนีไม่พ้นกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น เพราะในที่สุดแล้วมนุษย์ไม่มีทางต่อกรกับธรรมชาติได้อย่างแน่นอน!
--------------------
(เตือนภัยสมองกล...ปลดล็อกยุคตีเกราะเคาะไม้ : รายงานพิเศษ : โดย ... เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์)



