ข่าว

ตะลึงแก๊งปล่อยกู้โหดแบ่งสายเก็บดอก-ขู่เหยื่อ

ตะลึงแก๊งปล่อยกู้โหดแบ่งสายเก็บดอก-ขู่เหยื่อ

20 พ.ค. 2552

ตะลึงนายทุนปล่อยเงินกู้รีดเลือดปูชาวนครศรีเฉียดพันราย ดอกเบี้ยโหดตั้งทีมแบ่งสายเก็บดอกเบี้ย-ตร.ตั้งข้อหาข่มขู่ ก่อนส่งพนักงานสอบสวนสอบขยายผลเล่นงานนายทุน เหยื่อโผล่อีกค้ำประกันให้เพื่อนเจอรีดดอกเบี้ยวันละ 200 บาท

กรณีขบวนการปล่อยเงินกู้ของนายทุนจากต่างถิ่นเข้ามาปล่อยกู้ให้กับลูกค้าชาวบ้านในนครศรีธรรมราชหลายราย จนถึงขั้นมีการข่มขู่ทวงหนี้อย่างหนักจนถึงขั้นข่มขู่ที่จะเผาบ้าน และขู่ที่จะจับบุตรสาวลูกหนี้ไปขัดดอกเบี้ย ขณะที่ลูกหนี้บางรายถึงกับต้องให้บุตรสาวแต่งงานเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้กับนายทุน
 
 ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 20 พ.ค.52 พ.ต.ท. โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าได้ทำบันทึกจับกุมนายนายศุภสิทธิ์ สถิตชัย หรืออ้วน อายุ 31 ปีอยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 3 ต.บางสวรรค์ อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ และนายสมเพชร กะทา หรือเพชร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 /1 หมู่ 3 ต.บางสวรรค์ อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์
 
 หลังจากที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกหนี้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์และได้ดำเนินการจนจับกุมตัวไว้ได้ ในชั้นต้นได้แจ้งหาข้อหาข่มขู่ทำให้ตกใจกลัว ในส่วนของการเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งนายทุนเงินกู้นั้นพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับเนื่องจากไม่ได้เป็นความผิดซึ่งหน้า
 
 “จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองรายในเบื้องต้นนั้นพบว่า ผู้ที่ทวงหนี้เป็นทีมที่มาจากนครสวรรค์ทั้งหมดรวม 10 คน แบ่งออกเป็นสายสาละ 2 คนรวม 5 สาย ทำการเก็บดอกเบี้ยและเงินต้นใน 5 อำเภอ ที่ปล่อยออกไปคืออำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา อำเภอนบพิตำ อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอปากพนัง แต่ละสายจะมีลูกหนี้ที่อยู่ในความรับผิดชอบสายละประมาณ 160-200 ราย วงเงินกู้แต่ละรายนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท ถ้าคิดยอดรวมลูกหนี้ทั้งหมดถือเป็นวงเงินสูงมากถึงราวประมาณ 6 ล้านบาท สำหรับนายทุนเงินกู้นั้นทราบชื่อคือนายวิชัย เป็นนายทุนจากจังหวัดอุทัยธานีซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การออกหมายจับกุมได้ ” รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าว
 
 พ.ต.ท. โชคดี กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื่อว่าพฤติกรรมการข่มขู่เช่นนี้จะมีกับลูกหนี้รายอื่นๆอีกมาก ซึ่งขณะนี้มีผู้มาแจ้งความดำเนินคดีเพียงรายเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือและติดตามดำเนินคดีกับขบวนการทวงหนี้รวมทั้งนายทุน ซึ่งขอให้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาร้องทุกข์เกรงกลัวกลุ่มทวงหนี้ ตำรวจยืนยันว่าจะดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่
 
 นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.น้ำ(นามสมมติ) ซึ่งเป็นแม่ค้าขายอาหารเช้าย่านสนามหน้าเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่าถูกแก๊งส์ทวงหนี้ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊งส์เดียวกันกับที่เป็นข่าวติดตามทวงหนี้อย่างหนัก ซึ่งไม่ได้เป็นหนี้ที่ตนเองก่อแต่ได้ไปค้ำประกันให้กับเพื่อนที่ไปกู้เงินมา 1 หมื่นบาท และปรากฏว่าเพื่อนรายนั้นขาดส่ง กลุ่มทวงหนี้รายนี้ได้เข้ามาติดตามข่มขู่เช่นเดียวกัน และจะต้องชำระเฉพาะดอกเบี้ยแทนให้กับเพื่อนถึงวันละ 200 บาท 
 
"เมื่อคนทวงหนี้รายนี้ไปหาเพื่อนไม่เจอ เขาจะกลับมาทวงหนี้ที่ตนเองทุกครั้ง และจะต้องชำระดอกเบี้ยให้วันละ 200 บาท โดยอยู่ในสภาพลำบากมากขายของได้รายวัน และมีรายได้วันละเล็กน้อยกลับต้องจ่ายให้คนพวกนี้อย่างจำใจ ซึ่งแต่ละครั้งนั้นได้ถูกคุกคามเพิ่มมากขึ้นจนเครียดมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความกับตำรวจเนื่องจากเกรงจะถูกทำร้าย"  น.ส.แก้วกล่าว