
โพลล์ชี้ปชช.62.3%ไฟเขียวรัฐกู้เงิน 4แสนล้าน
ผลสำรวจเอแบคโพลล์ ระบุปชช.ร้อยละ 62.3 ไฟเขียวรัฐบาลกู้เงิน 4 แสนล้าน แถมร้อยละ 17.6 ระบุต้องการให้รัฐเน้นแก้เศรษฐกิจระดับครัวเรือนเป็นหลัก ผอ.ศูนย์วิจัยเอแบค ระบุ ปชช.ร้อยละ 52.4 มีความเชื่อมั่นรัฐบาลว่าจะพาฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจต่อไปได้
(20พ.ค.) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อการกู้เงินสี่แสนล้านบาทของรัฐบาล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชน 17 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สุโขทัย นครสวรรค์ เชียงใหม่ จันทบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรปราการ ชลบุรี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น พัทลุง และสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 1,271 ครัวเรือน โดยพบว่า ประชาชนประมาณสองในสามติดตามข่าวเศรษฐกิจเป็นประจำอย่างน้อย 1 - 2 วันต่อสัปดาห์ ประชาชนส่วนใหญ่ คือร้อยละ 80.1 รับรู้ต่อข่าวเกี่ยวกับการกู้เงินสี่แสนล้านบาทของรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 19.9 ยังไม่ทราบข่าวนี้ ทั้งนี้ร้อยละ 65.2 ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องการกู้เงินดังกล่าว ในขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุไม่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว
ร้อยละ 91.0 ต้องการให้รัฐบาลใช้เงินกู้สี่แสนล้านบาทในการปรับปรุงด้านการรักษาพยาบาลให้กับประชาชน รวมทั้งร้อยละ 90.9 ต้องการให้นำไปใช้ในด้านการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน และร้อยละ 88.4 ระบุกระตุ้นธุรกิจและอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ในประเทศ ร้อยละ 67.6 ระบุให้ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ ในขณะที่ ร้อยละ 35.1 ระบุให้ปล่อยเงินกู้ให้กับประชาชน
นอกจากนี้ผลการสำรวจพบว่าธุรกิจ/อุตสาหกรรมต่างๆ ที่ประชาชนคิดว่ารัฐบาลควรกระตุ้นหรือให้การส่งเสริมนั้น ร้อยละ 98.4 ต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมด้านการศึกษา รองลงมาคือ ร้อยละ 96.5 ระบุด้านสุขภาพอนามัยของประชาชน ร้อยละ 96.4 ระบุการประกอบอาชีพของประชาชนโดยตรง ร้อยละ 91.4 ระบุการท่องเที่ยว ร้อยละ 89.1 ระบุธุรกิจนำเข้าส่งออก ร้อยละ 81.1 ระบุธุรกิจ/อุตสาหกรรมด้านอาหาร นอกจากนี้ประชาชนยังต้องการให้รัฐบาลกระตุ้นหรือส่งเสริมธุรกิจ/อุตสาหกรรมด้านอื่นๆ อาทิ ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า และรถยนต์ ตามลำดับ
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนกรณีที่รัฐบาลขอออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศนั้น พบว่าประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่ง คือ ร้อยละ 62.3 ระบุเห็นด้วย ในขณะที่ประมาณหนึ่งในสามคือร้อยละ 37.7 ระบุไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ร้อยละ 47.4 ระบุรัฐบาลควรกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้ภายในประเทศ ในขณะที่ร้อยละ 10.2 ระบุเป็นแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ และร้อยละ 42.4 ระบุควรกู้จากทั้งสองแหล่งดังกล่าว
เมื่อถามต่อว่ารัฐบาลควรต้องนำเงินกู้ 4 แสนล้านบาทมาเพื่อแก้ไขเศรษฐกิจระดับใดนั้น พบว่า ร้อยละ 17.6 ระบุต้องการให้รัฐบาลเน้นการแก้ไขเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนเป็นหลัก ในขณะที่ร้อยละ 15.3 ระบุเน้นการแก้ไขเศรษฐกิจในระดับประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ประมาณสองในสาม คือ ร้อยละ 67.1 ระบุต้องการให้เน้นการแก้ไขเศรษฐกิจทั้งระดับครัวเรือนและระดับประเทศ ทั้งนี้ประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 57.4 ระบุค่อนข้างเชื่อมั่น-เชื่อมั่นมากต่อรัฐบาลในการนำเงินกู้มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
และเมื่อสอบถามถึงผู้ที่คิดว่าจะได้รับประโยชน์จากการที่รัฐบาลกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ของรัฐบาลนั้น ร้อยละ 40.2 ระบุคิดว่าทุกกลุ่มจะได้รับผลประโยชน์ ในขณะที่ร้อยละ 27.4 ระบุนักการเมืองจะได้รับผลประโยชน์ ร้อยละ 18.6 ระบุประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับประโยชน์ ร้อยละ 9.0 ระบุกลุ่มนายทุนจะได้รับผลประโยชน์ ร้อยละ 1.3 ระบุกลุ่มข้าราชการ และร้อยละ 3.5 ระบุกลุ่มอื่นๆ
นายนพดล ยังกล่าวว่า ผลสำรวจในครั้งนี้พบว่าประชาชนเกินครึ่งคือร้อยละ 54.2 ระบุค่อนข้างมั่นใจ-มั่นใจมาก ว่ารัฐบาลจะสามารถนำพาประเทศให้พ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ ในขณะที่ร้อยละ 45.8 ยังไม่ค่อยมั่นใจ-ไม่มั่นใจเลย ทั้งนี้เมื่อพิจารณาคะแนนค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยภาพรวมพบว่า ได้ 6.11 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน



