
สภาอุตฯนราชี้คาร์บอมบ์'โก-ลก'ทุบศก.พัง!
สภาอุตฯนราฯ ชี้คนร้ายก่อเหตุคาร์บอมบ์กลางเมืองสุไหงโก-ลก มีเป้าทำลายระบบศก.ในพื้นที่ชัดเจน โอดการค้าการท่องเที่ยวในพังยับ
21 ก.ค.55 นายพงษ์ศักดิ์ ชุติชวกุล ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรม จ.นราธิวาส เปิดเผยถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดซุกซ่อนในรถยนต์ กระบะอีซูชุสีดำ และจุดระเบิดบริเวณหน้าร้านบริษัทโปรคอมพิวเตอร์ แอนด์ โอเอ (ไทยแลนด์) จำกัด ถนนเจริญเขต ซอย 1 ต./อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 06.20 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่าการสร้างสถานการณ์ครั้งมีมีเป้าหมายในการทำลายระบบเศรษฐกิจของเมืองสุไหงโก-ลก อย่างชัดเจน เนื่องจากเวลาเกิดเหตุอยู่ในช่วงเช้าตรู่ จึงไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ดังนั้นเห็นได้ว่าแผนการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเอาชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะสร้างผลพวงต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว และการค้าในพื้นที่ทันที เพราะความไม่มั่นใจที่เกิดกับชาวมาเลซียแล้ว ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างหนัก เพราะสิ่งปรากฎในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนร้ายยังสามารถหาช่องว่างในการทำลายเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของ3จังหวัดชายแดนภาคใต้แห่งนี้ได้เสมอ
เนื่องจากอ.สุไหงโก-ลก มีสถิติเกิดเหตุคาร์บอมบ์มากที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในช่วง 8 ปีที่ผ่านมานับแต่เกิดความไม่สงบในวันที่ ม.ค.2547จนถึงปัจจุบัน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นอยากให้รัฐคำนึงว่าภาคเอกชนในพื้นที่สุไหงโก-ลก บอบช้ำจากเหตุการณ์คาร์บอมบ์อย่างหนัก และครั้งนี้เป็นอีกหนที่รูปแบบที่คนร้ายก่อเหตุมีอานุภาพทำลายล้างหนักหน่วงแม้นจะไม่มีผู้เสียชีวิตแต่ในแง่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ปฏิเสธมาได้เลยว่าตกอยู่ในสภาพย่อยยับอย่างสิ้นเชิงอีกหน และที่สำคัญเป็นการทำล่ยโอกาสทางเศรษฐกิจของพื้นที่แห่งนี้ให้จมดิ่งอีกครั้ง
กอ.รมน.ภ.4 ออกแถลงการณ์ประณามคนร้ายทำลายศูนย์กลางศก.
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ระเบิดบริเวณหน้าร้านบริษัทโปรคอมพิวเตอร์ ต./อ.สุไหงโก - ลก จ.นราธิวาส
ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มขบวนการก่อเหตุรุนแรงได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดซุกซ่อนในรถยนต์ กระบะอีซูชุสีดำ และจุดระเบิด บริเวณหน้าร้านบริษัทโปรคอมพิวเตอร์ แอนด์ โอเอ (ไทยแลนด์) จำกัด ถนนเจริญเขต ซอย 1 ต./อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วันที่ 20 ก.ค.55 เวลา 06.20 น.ทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารดังกล่าว และอาคารพาณิชย์ใกล้เคียงโดยเกิดเพลิงไหม้ และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติได้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงเหตุการณ์สรุปรายละเอียดให้พี่น้อง ประชาชน ได้ทราบดังนี้
ประการที่ 1 การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้จากข่าวสารความเคลื่อนไหวของการเตรียมการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อระวังป้องกันการก่อเหตุ และพร้อมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันที แต่ด้วยห้วงวัน เวลา ก่อเหตุดังกล่าวเป็นวันเริ่มแรกของวันถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมที่มีการเตรียมตัว เตรียมใจ ในการประกอบศาสนกิจหลังจากมีประกาศจากสำนักจุฬาราชมนตรี กลุ่มขบวนการจึงอาศัยห้วงเวลาดังกล่าวเป็นโอกาสในการก่อเหตุครั้งนี้
ประการที่ 2 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้มีความพร้อมในการรับสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว จึงสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที เมื่อเกิดเหตุ จึงทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บปัจจุบันปลอดภัยทั้ง 3 คน ทั้งนี้ขณะเข้าแก้ไขสถานการณ์มีการตัดสัญญาณการสื่อสารเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำรวมถึงได้เพิ่มเติมมาตรการตรวจสอบ ยานพาหนะ บุคคล ในบริเวณ จุดตรวจ ด่านตรวจ และพื้นที่เฝ้าระวังในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ทั้งนี้ยังได้ทำการ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบถามพยานแวดล้อม เก็บหลักฐานบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รวบรวมรายชื่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องจากเหตุการณ์ระเบิดไว้แล้ว
ประการที่ 3 จากเหตุการณ์ดังกล่าว และความเสียหายที่เกิดขึ้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทุกภาคส่วน มิได้นิ่งนอนใจต่อความรู้สึกต่อสถานการณ์ของประชาชน และพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และจะร่วมกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์โดยเร็ว ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา รวมถึงพี่น้อง ประชาชนมุสลิมทั่วประเทศร่วมกันประณามกลุ่มขบวนการก่อเหตุความไม่สงบที่สร้างสถานการณ์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในห้วงวันสำคัญทางศาสนาของพี่น้อง ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลก และร่วมกันขอพรเนื่องในเดือนที่สำคัญนี้ให้ความสงบสันติกลับสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยโดยเร็ว
ประการที่ 4 การปฏิบัติการของกลุ่มขบวนการ ในการก่อเหตุระเบิดครั้งนี้เป็นการสร้างสถานการณ์ สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของ อ.สุไหงโก - ลก ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่พี่น้อง ประชาชนมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยว และค้าขายเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในปี พ.ศ.2558 ที่ประเทศไทยรวมถึงมิตรประเทศไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อำเภอสุไหงโก - ลก จะเป็นอำเภอที่มีโอกาสดีในการติดต่อกับประชาชนมาเลเซีย ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดภาคใต้ ในภาพรวม และประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่กลุ่มขบวนการไม่ได้คำนึงถึงพี่น้อง ประชาชน หวังแค่เพียงสร้างสถานการณ์ให้เกิดอำนาจต่อรองกับรัฐเท่านั้น ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องร่วมกันต่อต้านต่อการกระทำของกลุ่มขบวนการ
ทั้งนี้ห้วงเดือนรอมฎอนอันสำคัญของ พี่น้อง มุสลิมทั่วโลก และพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลาประจำปีฮิจเราะห์ 1433 ขอให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมปฏิบัติศาสนกิจด้วยความมั่นใจ ในมาตรการป้องกัน และเชื่อมั่นความพร้อมในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ทั้งนี้ความสามัคคีของประชาชนในการร่วมกันดูแลป้องกันชุมชน แจ้งข่าวสารกับเจ้าหน้าที่รัฐทราบ เป็นสิ่งที่สำคัญที่กลุ่มขบวนการไม่สามารถสร้างสถานการณ์ได้ในที่สุด
ปธ.โรงแรมสุไหงโก-ลก เผยคาร์บอมบ์ฉุดท่องเที่ยวทรุด
นายแสงทอง ปรีชาวุฒิเดช ประธานชมรมโรงแรมสุไหงโก-ลก และรองประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส (ฝ่ายท่องเที่ยว) เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์กลุ่มขบวนการก่อเหตุรุนแรงได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดซุกซ่อนในรถยนต์ กระบะอีซูชุสีดำ และจุดระเบิด บริเวณหน้าร้านบริษัทโปรคอมพิวเตอร์ แอนด์ โอเอ (ไทยแลนด์) จำกัด ถนนเจริญเขต ซอย 1 ต./อ.สุไหงโก - ลก จ.นราธิวาส วันที่ 20 ก.ค.55 เวลา 06.20 น.ทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคารดังกล่าว และอาคารพาณิชย์ใกล้เคียงโดยเกิดเพลิงไหม้ และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมของเมืองทันที เพราะหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวจากมาเลซียได้ทยอยคืนห้องพักทันที เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ความปลอดภัย
“ปกตินักท่องเที่ยวมาเลซียจะเข้ามายังเมืองสุไหงโก-ลก ในวันพฤหัสบดี วันศุกร์ และพักผ่อนยาวไปจนถึงวันอาทิตย์ ซึ่งครั้งเหตุเกิดเช้าตรู่ ที่สำคัญสะเก็ดระเบิดซึ่งเป็นเหล็กเส้นที่ถูกตัดสั้นขนาดเล็กได้กระจัดกระจายไปถึงโรงแรมในรัศนมีใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญที่พักบางแห่งถูกแรงระเบิดจนกระจกแตกเสียหาย จนกลายเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดผวาในหมู่นักท่องเที่ยวจนทยอยเช็คเอาท์จากพื้นที่กลับประเทศทันที”นายแสงทอง กล่าว
ประธานชมรมโรงแรมสุไหงโก-ลก กล่าวต่อว่า จุดเกิดเหตุถือว่าอยู่กลางเมือง หรือหัวใจเศรษฐกิจสำคัญของสุไหงโก-ลก ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่ผลกระทบจะทำให้ท่องเที่ยวของเมืองนี้ทรุดหนักอีกรอบ เพราะตลาดสำคัญอย่างมาเลเซียจะอยู่ในภาวะหวาดผวาและจะทำให้บรรยากาศซบเซาไปต่อเนื่องไปอีกระยะจนกว่าจะเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งไม่มีทางรู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน



