
ปชป.ปูดรัฐใช้อำนาจแทรกแซง
ปชป. ปูด รัฐบาล ใช้อำนาจแทรกแซง สั่งภรรยาผู้ว่าฯ เลือกคนของรบ.เข้าเป็นคกก.สภาสตรีฯ แฉโครงการจำนำข้าวห่วย ปนเปื้อนข้าวเน่า 30 เปอร์เซ็นต์
21 ก.ค.55 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในจังหวัดต่างๆ ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซงในการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาสตรีแห่งชาติ โดยมีการสั่งล๊อบบี้ไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากภรรยาของผู้ว่าฯ จะมีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งของผู้ที่มีสิทธิโหวตประธานสภาสตรีฯ โดยในการเลือกครั้งนี้จะมีผู้สมัครหน้าเก่าลงเป็นตัวหลอก และให้โหวตเลือกผู้ที่เป็นคนของรัฐบาลเป็นประธาน ซึ่งตนเห็นว่าการเลือกประธานสภาสตรี ควรที่จะให้ความเป็นอิสระกับทุกคน แต่ตนคาดว่าอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ที่มีงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งทางสภาสตรีฯ ก็จะต้องเข้าไปมีส่วนในกองทุนนี้ด้วย รัฐบาลจึงต้องการดึงคนของตัวเองเข้าไปควบคุมและกำหนดการทำงานในกองทุนสตรี ดังนั้นตนอยากเรียกร้องว่า อย่าใช้อำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงองค์กรเหล่านี้
'หมอวรงค์'แฉโครงการรับจำนำข้าวห่วย
วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ต้องยอมรับว่า ขณะนี้เกษตรกรร้องเรียนว่ามีการทุจริตเข้ามายังพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวนมาก ถือเป็นมหากาพย์การโกงของโครงการนโยบายพรรคเพื่อไทย ซึ่งถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องเข้ามากำกับดูแล
ส่วนประเด็นที่มีการร้องเรียนเข้ามาคือ โครงการจำนำข้าวมีการทุตริตทุกขั้นตอนซึ่งในขั้นตอนแรกที่นำข้าวจากชาวนาถึงโรงสีปัญหาก็คือมีการถูกโกงความชื้น โกงน้ำหนัก และโกงสิ่งเจื้อปนโดยไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐไปดูแลปัญหาเหล่านี้ นอกจากนี้ยังร่วมไปถึงปัญหาการสวมสิทธิใบประทวนและไม่มีการออกใบประทวนให้ชาวนาเมื่อนำเข้าไปจำนำกับโรงสี ขั้นที่ 2 เอาข้าวไปเก็บไว้ในโกงดัง โดยปกติหน่วยงานรัฐจะจ่ายค่าเช่ากระสอบละ 2 บาท แต่ในเดือนแรกจะหักให้เจ้าหน้าที่เป็นค่าต๋ง นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนเก็บเข้าโกดัง โดยมีการเรียกเก็บค่าหัวคิว อัตราการเก็บในช่วง 2-3 เดือนตั้งแต่ 7-100 บาท แต่ระยะหลัง 7 บาทไม่ค่อยมี โดยอ้างว่าข้าวที่ชาวนานำมา ไม่ได้คุณภาพ
“ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเรตการเก็บถึงกว้างมาก ที่สำคัญคือเอาข้าวเข้ามาเก็บตามโกดังที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลในช่วงหลังๆ จะเป็นข้าวที่ไม่ได้มาตราฐาน ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นข้าวที่มาจากประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา และเอาข้าวเก่าของรัฐบาลในปี 51- 52 ที่ประมูลขายในราคาที่ถูกมาสวมสิทธิ์เข้าโครงการใหม่และจากการตรวจสอบพบว่า ตามโกดังต่างๆ จะมีข้าวเน่าผสมกับข้าวคุณภาพดี จนทำให้ข้าวที่มีอยู่เน่า และพบว่ามีข้าวเน่าผสมอยู่ในข้าวดีถึง 30เปอร์เซ็นต์ ขอยืนยันว่ามีข้าวเน่าอยู่จริง” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนที่ 3 คือการประมูลข้าวอย่างลับๆของรัฐบาลส่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนใกล้ชิดและบริษัทใกล้ชิดกับรัฐบาลซึ่งตรงนี้ตนยังไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นบุคคลใด แต่อยากจะเตือนรัฐบาลและเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบการทุจริตดังกล่าว โดยตั้งคณะกรรมการร่วมให้ฝ่ายค้านได้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยเพื่อตรวจสอบโกดังที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำเข้าของรัฐบาล รวมถึงขอเรียกร้องไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลถ้ายืนยันว่าโครงการจำนำข้าวดังกล่าวบริสุทธิ์จริง ก็ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบตามโกดังว่าไม่มีข้าวเน่าผสม อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะให้สาวไปถึงตัวรมว.พาณิชย์ เพราะเรื่องนี้จะต้องถูกนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน



