ข่าว

เลาะตะเข็บชายแดน 'อีสานใต้'ดูงานศูนย์พัฒนาเกษตร

เลาะตะเข็บชายแดน 'อีสานใต้'ดูงานศูนย์พัฒนาเกษตร

22 ก.ค. 2555

เลาะตะเข็บชายแดน 'อีสานใต้'ดูงานศูนย์พัฒนาเกษตร 'ภูสิงห์' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

          ในอดีตพื้นที่ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ขึ้นชื่อในเรื่องความแห้งแล้งทุรกันดาร มีสภาพดินเลวปลูกอะไรไม่ขึ้น ชาวบ้านมีฐานะความยากจน อันเป็นผลมาจากป่าไม้ถูกทำลาย แต่ทว่าหลังมีโครงการพัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เกิดขึ้น ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์กลายเป็นเแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของจังหวัด และมีผลผลิตมากพอที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา โดยมีตลาดหลักอยู่ที่เมืองเสียมเรียบ ห่างจากชายแดนประมาณ 130 กิโลเมตร

          "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารสำนักงาน กปร. นำโดยรองเลขาธิการ "สุวัฒน์ เทพอารักษ์" ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าการดำเนินงานของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลายพื้นที่แถบอีสานใต้ ภายใต้โครงการ "สื่ออาสา สืบสานพระราชดำริ" และโครงการพัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่เดินทางไปดูงานครั้งนี้ โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณบ้านตะแบงใต้ หมู่ 9 ต.ห้วยตึ๊กชู อ.ภูสิงห์ ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตรทางทิศใต้ และตัวเมืองศรีสะเกษประมาณ 80 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือ กัมพูชา โดยมีพื้นที่ดำเนินการทั้งสิ้น 540 ไร่ ใช้น้ำอุปโภคบริโภคจากอ่างเก็บน้ำห้วยตึ๊กชู ซึ่งมีความจุประมาณ 26 ล้านลูกบาศก์เมตร

         บ่ายแก่ๆ หลังอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อเที่ยงในตัวเมืองศรีสะเกษก็มุ่งหน้าไปสู่ที่หมาย โดยที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 80 กิโลเมตร ณ บ้านพนมชัย ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์ ทันทีที่ถึงที่หมายได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากรองผู้ว่าฯศรีสะเกษ "สุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ" และคณะ พร้อมผลไม้นานาชนิด ซึ่งมีแหล่งผลิตอยู่ในอำเภอภูสิงห์ จากนั้นเข้ารับฟังบรรยายสรุปสภาพพื้นที่โดยทั่วไปของจังหวัดและความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมในโครงการ

          "จากช่องสะงำไปถึงเสียมเรียบมีระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร เป็นตลอดชั้นดีสำหรับการระบายผลผลิตของโครงการ อย่างไก่พื้นเมืองเท่าที่ทราบเขาต้องการไม่อั้นครับ ทุกวันนี้เราส่งไก่พื้นเมืองไปยังเสียมเรียบโดยผ่านช่องสะงำประมาณ 1 หมื่นตัวต่อเดือน รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 80 บาท พอไปขายที่โน่นเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 150 บาท ผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ก็เหมือนกัน เขารับไม่อั้น เพราะเขามั่นใจในผลผลิตจากประเทศเราว่าปลอดภัยจริงๆ"

          สุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ กล่าวถึงช่องทางการระบายผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัด พร้อมย้ำว่าศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ คือองค์ความรู้ที่สำคัญในการศึกษาเรียนรู้ดูงานของประชาชนในจังหวัดและผู้สนใจทั่วไปและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงแก่ราษฎรใน อ.ภูสิงห์ และ จ.ศรีสะเกษ

           จากนั้น สวัสดิ์ สมสะอาด ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้บรรยายสรุปถึงกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ โดยระบุว่าหลังสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรบริเวณ อ.ภูสิงห์ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2537 และมีพระราชดำริว่า "ให้ส่วนราชการต่างๆ ร่วมกันพิจารณาจัดตั้งศูนย์พัฒนาการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จเพื่อช่วยราษฎรในพื้นที่ ซึ่งประกอบอาชีพทำนาไม่ได้ผล และจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการในลักษณะเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ"

           บนเนื้อที่กว่า 540 ไร่ จึงได้พัฒนาให้เป็นศูนย์พัฒนาการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จในปีต่อมา จากนั้นในปี 2548 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎรใน อ.ภูสิงห์ อีกครั้ง และมีพระราชดำริให้ส่วนราชการจัดหาแหล่งน้ำ พร้อมคลองส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ พร้อมส่งเสริมอาชีพให้คนอยู่ร่วมกับป่าโดยไม่ทำลายป่า

           หลังฟังบรรยายสรุปเสร็จ ทั้งหมดก็ไปดูกิจกรรมตามจุดต่างๆ โดยจุดแรกเป็นการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์เพื่อผลิตมะนาวนอกฤดูสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด สวัสดิ์บอกว่า ขณะนี้มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา แป้นพิจิตร 1 และตาฮิติ แต่พันธุ์พิจิตร 1 และตาฮิติ เป็นมะนาวที่ทนต่อโรคแคงเกอร์ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ

             จากนั้นไปยังสถานีประมง โดยมีสถานีประมงน้ำจืดศรีสะเกษรับผิดชอบ ซึ่งจุดนี้จะมีตั้งแต่การผลิตลูกปลานิล ที่สถานีได้ผลิตลูกปลาเอง ขั้นตอนการเพาะเลี้ยง และการขุนในบ่อเลี้ยงเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแก่เกษตรกรที่สนใจด้วย เราใช้เวลาดูกิจกรรมอยู่พักใหญ่ จากนั้นไปยังสถานีปศุสัตว์ โดยสำนักงานปศุสัตว์ศรีสะเกษเป็นหน่วยงานรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การสาธิตการเลี้ยงเป็ดเทศ ไก่พื้นเมือง สุกรขุน ฯลฯ และมีการขยายผลไปสู่ครอบครัวเกษตรกรรอบศูนย์ด้วย

             "กิจกรรมจุดนี้มีหลายอย่าง เช่น การเลี้ยงเป็ดเทศ ไก่พื้นเมือง เลี้ยงโคขุน สำหรับไก่พื้นที่ตอนนี้เราส่งขายกัมพูชาผ่านทางช่องสะงำ ประมาณ 800-1,000 ตัวต่อสัปดาห์ คือมีเท่าไหร่เขาซื้อหมด ตลาดรับไม่อั้น แต่เราผลิตได้แค่นี้ โดยขายส่งกิโลกรัมละ 80 บาท ตอนนี้ไก่พื้นเมืองชาวบ้านให้ความสนใจเลี้ยงกันมาก ส่วนหนึ่งเราก็เพาะลูกเจี๊ยบให้ชาวบ้านนำไปเลี้ยงด้วย" ผู้อำนวยการศุนย์คนเดิมกล่าวระหว่างนำเยี่ยมชม

              จากนั้นไปดูกิจกรรมการเพาะชำกล้าไม้ บำรุงรักษาป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างตามแนวพระราชดำริ สาธิตการจัดทำแปลงธนาคารอาหารชุมชน การสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อความชุ่มชื่น โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นผู้รับผิดชอบ และงานโครงการศิลปาชีพที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองพันทหารราบที่ 3 ค่ายบดินทรเดชา กรมทหารราบที่ 16 และติดตามการปฏิบัติงานของสมาชิกที่ได้รับพระราชทานเสาวนีย์ในพื้นที่ด้วย สนใจเยี่ยมชมกิจกรรมในโครงการโทร.0-4560-8119 ในวันและเวลาราชการ

............................................
(เลาะตะเข็บชายแดน 'อีสานใต้'ดูงานศูนย์พัฒนาเกษตร 'ภูสิงห์' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)