
'กมล'แจงบี้'มาร์ค'หนีทหารไม่เกี่ยว'พท.'
'กมล' แจงไล่บี้ 'มาร์ค' หนีทหาร ทำในนามส่วนตัว หลังเก็บหลักฐานมากว่า 12 ปี ย้ำไม่เกี่ยวกับ 'เพื่อไทย' ท้า 'ศิริโชค' หาใบผ่อนผันของจริงมาโชว์ ถ้าทำได้พร้อมกราบเท้างาม ๆ 3 ที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 20 ก.ค. 55 ที่พรรคเพื่อไทย นายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำหนังสือถาม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กรณีการตรวจสอบเรื่องการหนีทหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การยื่นเรื่องให้ตรวจสอบนั้น ทำในนามส่วนตัว ไม่ใช่ในนามพรรค และไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่พรรคความหวังใหม่แล้ว โดยในช่วงนั้น เจ้ากรมจเรทหารบก ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ขึ้น ในสมัยที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม เมื่อปี 2542 โดยผลสอบพบว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารจริง และน่าจะใช้เอกสารเท็จ ในการเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยจปร. จนมีการสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องก็เงียบหายไป ซึ่งตนยังติดตามหาหลักฐานเพิ่มเติมมาอีก 12 ปี จนเมื่อปี 2552 ตนได้นำเรื่องไปร้องต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในขณะนั้น เพื่อให้กระทรวงกลาโหมถอดยศ และเรียกเงินเดือนของ นายอภิสิทธิ์ คืน เพราะขาดคุณสมบัติการเข้ารับราชการทหาร ตั้งแต่การสมัคร แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ตนจึงยื่นสอบถามอีกครั้งในสมัย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็น รมว.กลาโหม แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงตัดสินใจไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ จนผู้ตรวจการแผ่นดินต้องทำหนังสือสอบถามไปยัง พล.อ.อ.สุกำพล
นายกมล กล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนเมื่อปี 2542 นั้น สรุปแนวทางตรงกับการสอบสวนของคณะกรรมการชุดที่ พล.อ.อ.สุกำพล ตั้งขึ้นอยู่ 3 ประการ คือ 1. นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกหรือเป็นผู้หนีทหาร 2. ใช้หลักฐานเท็จ เพื่อเข้ารับราชการที่โรงเรียนนายร้อยจปร. และ 3. ใช้เอกสารเท็จ คือ ใบสด.9 จนได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตร ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ นั้นพ้นฐานะจากการได้รับการผ่อนผันตั้งแต่ปี 2530 แต่ไม่ยอมเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อเกณฑ์ทหาร ในเดือน เม.ย.ของปี 2530 จึงน่าสงสัยว่า เข้ารับราชการได้อย่างไร แม้นายอภิสิทธิ์ จะนำเอกสารการได้รับการผ่อนผันลงวันที่ 4 พ.ย. 2529 มาแสดงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อปี 2553 แต่เอกสารที่นำมาแสดงชิ้นนี้ ไม่เคยพบในผลการสอบสวนของเจ้ากรมจเรทหารบก เมื่อปี 2542 ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ นำเอกสารนี้ไปสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยจปร. เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2530 ได้อย่างไร ที่สำคัญคือ เอกสารที่นำมาแสดงดังกล่าว ไม่มีผู้รับรองเอกสารด้วย จึงไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำขึ้นมาหรือไม่
นายกมล กล่าวด้วยว่า ตนขอท้า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ว่า หากคิดว่าเอกสารที่ นายอภิสิทธิ์ นำมาแสดงนั้นเป็นของจริง ก็ขอให้ไปตามหาเอกสารต้นฉบับมายืนยันให้ได้ว่า นายอภิสิทธิ์ ได้รับการผ่อนผันจริง ตนหวังว่า นายศิริโชค จะกล้ารับคำท้า และถ้าหาเจอตนพร้อมจะกราบเท้างาม ๆ 3 ที ทั้งนี้ ในใบ สด.9 ที่นายอภิสิทธิ์ อ้างว่าทำหายไปและได้ไปขอใบแทนมาใหม่นั้น ยังพบด้วยว่า มีข้อน่าสงสัย เพราะในใบแทนนั้น ระบุวันขึ้นทะเบียนเข้าบัญชีทหารกองเกินเป็น วันที่ 8 เม.ย. 2531 ซึ่งไม่ตรงกับใบสด.9 ตัวจริง ที่ระบุวันขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเป็นวันที่ 4 ก.ค. 2529 จึงพูดได้ว่า ใบสด.9 ใบที่ 2 นั้นน่าจะเป็นเอกสารเท็จ



