ข่าว

'เทพไท'ปูด'ปู'งัด'แม้ว'ปรับครม.3

'เทพไท'ปูด'ปู'งัด'แม้ว'ปรับครม.3

20 ก.ค. 2555

'เทพไท' เผย ส.ส. - แกนนำ พท. วิ่งหา 'ทักษิณ' ขอตำแหน่ง รมต. ชี้ ปรับ ครม.3 'ปู' เตรียมงัดข้อพี่ชาย วางคนลงตำแหน่งเดิม ดักคอ พท.แก้ กม.ประชามติ เอื้อประโยชน์ให้แก้ รธน.ผ่าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 55  นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า เห็นได้ชัดว่าศูนย์อำนาจขณะนี้อยู่ที่เกาะฮ่องกง และมีสมาชิกและแกนนำพรรคเพื่อไทยวิ่งไปหาศูนย์อำนาจหรือนายใหญ่เป็นเวลา 2 วันแล้ว เชื่อว่า ในรอบสัปดาห์นี้จะมีการเดินทางไปอีก ตามที่ตรวจสอบจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มีสมาชิกและแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปวันละ 20 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การอ้างเรื่องไปอวยพรนายใหญ่นั้นเป็นข้ออ้าง แต่ความจริงแล้วคือการวิ่งเต้นตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งสิ้น โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีแคนนิเดท นับแต่ นายวีระ มุกสิกพงศ์ นายโภคิน พลกุล นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช แต่ที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เพราะมีการพูดถึงการปูนบำเหน็จ นายสุรพงษ์ หลังจากทำงานเคลียร์เรื่องกิจการต่างประเทศทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และเป็นผลงานที่ต้องปูนบำเหน็จ

          นายเทพไท กล่าวว่า การปรับครม.ครั้งนี้ในความรู้สึกของสังคมเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็มีความพยายามที่จะดันคนของตนเอง เพื่อแข็งข้อกับพี่ชาย โดยเฉพาะอย่างการที่จะเอา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รมว.มหาดไทย ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพราะเป็นคนใกล้ตัวและทำงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมไปถึงทีมเศรษฐกิจนำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง และรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นทีมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือในทีม ว.5 โฟร์ซีซั่น ที่ต้องการให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป แต่อาจจะขัดใจพี่ชายที่ต้องการปรับขบวนทั้งหมด ดังนั้นการปรับครม.ครั้งนี้น่าจับตามองว่า อำนาจที่แท้จริงแม้ว่าอยู่ที่พี่ชาย แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถถ่วงดุลประนีประนอม และจัดดุลย์อำนาจได้ลงตัวมากน้อยแค่ไหน หากว่า ปรับไม่ลงตัวก็เชื่อว่า จะเกิดรอยร้าวในรัฐบาลและเป็นคลื่นใต้น้ำ และบั่นทอนเสถียรถาพรัฐบาลต่อไป

          นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์การแต่งตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เดินทางไปต่างประเทศ ว่า ตนไม่อิจฉาริษยาการแต่งตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่นายกฯ เป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องวิจารณ์ได้ หากเป็นบุคคลธรรมดาคงไม่มีใครสนใจ ถ้าหากไม่ต้องการให้มีการวิจารณ์ นายกฯ ก็ต้องมีการปรับตัวไม่ให้สังคมวิจารณ์ในเรื่องของการแต่งตัว ส่วนการเดินทางไปเยือนประเทศเยอรมันและฝรั่งเศสนั้น ขอให้สื่อช่วยตรวจสอบการทำงานว่า การเดินทางไปเยือนประเทศต่าง ๆ  คุ้มค่าเวลา งบประมาณที่ใช้ไปหรือไม่ นายกฯ ได้จัดลำดับความสำคัญในงานหน้าที่ของนายกฯ ได้มากน้อยเพียงใด ในขณะนี้บ้านเมืองมีปัญหาประชาชนเดือดร้อน ด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ปัญหาน้ำท่วม จึงอยากให้นายกฯ แสดงความเป็นผู้นำแก้ปัญหาให้กับประชาชนดีกว่าไปทัวร์แฟชั่นที่ทวีปยุโรป

 

ดักคอ พท.แก้ กม.ประชามติ เอื้อประโยชน์ให้แก้ รธน.ผ่าน

 

          นายเทพไท แถลงถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะทำลายหลักนิติรัฐของประเทศ โดยพยายามแก้หลักกฏหมายเพื่อให้ถูกใจตนเองและถูกใจนายใหญ่ นับตั้งแต่ออกกฏหมายปรองดองเพื่อล้างผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ล้มล้างคดี คำตัดสินของศาล การพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ไม่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่จะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ล้มเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 เมื่อถูกยื่นตีความตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 (2) และศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้มีการทำประชามติหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นอุปสรรค ก็มีความคิดที่จะช่วยนายใหญ่โดยจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 (2) อีก ที่ระบุถึงการทำประชามติ ว่า การทำประชามติจะต้องใช้เสียงประชามติเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงตามมพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 ดังนั้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยก็มีแนวความคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 165 (2) เพื่อให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ หากพรรคเพื่อไทยจะแก้ไขตามอำเภอใจ เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนต้องการไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมโดยใช้เสียงข้างมาก ก็จะเป็นปัญหาสำหรับการดำรงหลักนิติรัฐของประเทศ 

          นายเทพไท กล่าวว่า เจตนารมณ์ของการลงประชามติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 165 (2) จะต้องใด้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่มีสิทธิออกเสียง เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่า การทำประชามติใด ๆ ต้องฟังเสียงของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ใช้เสียงข้างมากของผู้ที่มาใช้สิทธิ ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ผู้ที่มาใช้สิทธิ์จริงๆมีจำนวนเท่าไร และเป็นคนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นไม่ควรที่จะล้มหลักการนี้ที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ เป็นกึ่งหนึ่งของผู้ใช้สิทธิ ซึ่งเป็นประโยชน์ของพรรคเพื่อไทย กฏหมายยึดหลักปฏิบัติมาก็ควรเคารพ เหตุใดพรรคเพื่อไทยแก้ไขตามอำเภอใจ ผู้ใช้สิทธิต้องตีความว่ากฏหมายลูกไม่มีสิทธิที่จะไปขัดกับกฏหมาบรัฐธรรมนูญได้ หากว่ามีการขัดกันเรื่องนี้จริง กฏหมายใดที่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญกฏหมายนั้นเป็นอันต้องตกไป ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ