ข่าว

'วรวัจน์'ปัดเพรียวพันธ์ติดโผปรับครม.

'วรวัจน์'ปัดเพรียวพันธ์ติดโผปรับครม.

20 ก.ค. 2555

"วรวัจน์" ยันยังไม่มีปรับครม.ช่วงนี้ ปัด "เพรียวพันธ์" ติดโผ ปรับเข้าครม. เผยสัมมนาพท.ปลายเดือนนี้ หารือแก้รธน. คาดทำรายมาตราก่อน ระบุยังไม่ได้หารือแก้ไขลดอำนาจศาล ปัด น้องชาย-ภรรยา "สถาพร" ลง ส.ส.ลำพูนแทน ให้พรรค ตัดสินใจ

          วันที่ 20 ก.ค.55  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ ว่า ในการสัมมนาพรรคปลายเดือนกรกฎาคมนี้ จะไม่มีการพูดคุยเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) และคิดว่าคงยังไม่มีการปรับครม.ในช่วงนี้  ซึ่งการสัมมนาจะมีการพูดคุยในประเด็นต่าง ๆ ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและประเด็นที่จะถูกนำมาพูดคุยร่วมกัน และจะมีการสรุปว่า หลังปิดสภาไปแล้ว และสภาผู้แทนราษฎรได้ลงพื้นที่รับรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็จะนำมาปรึกษาหารือร่วมกันในที่ประชุม
 
          เมื่อถามว่ามีรายงานเรื่องการส่งเชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังครบวาระ 30 กันยายน ในการปรับครม. นายวรวัจน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่อง


สัมมนาเพื่อไทยถกแก้รธน.

 
          นายวรวัจน์  กล่าวถึงการเตรียมการสัมมนาพรรคเพื่อไทยในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ว่า จะมีการหารือถึงประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความชัดเจนก่อนเปิดประชุมสภาวันที่1 สิงหาคม ทั้งนี้ต้องรอฟังความชัดเจนจากการฟังคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดๆ ว่า ออกมาเป็นอย่างไร แต่เบื้องต้นคงใช้แนวทางการแก้ไขรายมาตราไปก่อน อย่างไรก็ตามต้องดูว่าการแก้ไขรายมาตราทำได้จริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขรายมาตราเกิดขึ้นได้ยากมากและใช้เวลายาวนานอาจทำให้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจไม่สมบูรณ์ได้
 
          เมื่อถามว่าแนวทางการพูดคุยกันในการสัมมนาจะเป็นอย่างไร นายวรวัจน์ กล่าวว่า ก็มีทั้งการแก้ไขรายมาตราและการตั้งส.ส.ร. ด้วย
 
          เมื่อถามว่ามีกระแสว่าในเพื่อไทยจะมีการหารือการแก้ไขมาตรา 165 วรรค 2 ในเรื่องที่เกี่ยวกับประชามติด้วย นายวรวัจน์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในการแก้หลายมาตรา และอาจจะเป็นการแก้ไขบางมาตราก่อนและหลังจากนั้นจะมีการแก้ไขใหญ่
 
          ส่วนควรแก้ไขมาตราดังกล่าวทันทีหรือไม่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า มีหลายมาตราที่คุยอยู่ขณะนี้ว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขก่อนซึ่งต้องรอให้มีข้อสรุปก่อน
 
          เมื่อถามว่าหากได้ข้อสรุปแล้วจะหารือพรรคร่วมในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้หรือไม่ นายวรวัจน์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 รอไว้ก่อนได้ยังไม่หยิบยกมาพูดคุยกันจนกว่าจะมีความชัดเจน ซึ่งหลังจากได้เห็นคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะหารือพรรคร่วมด้วยเพื่อจะหาทางแนวทางแก้รัฐธรรมนูญร่วมกัน
 
          “เราพยายามดูว่าหากแก้รายมาตราได้เราก็จะทำ แต่หากแก้ไขครั้งเดียวเลยอาจจะยาก จึงอาจจะแก้เฉพาะบางมาตราที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน อย่างไรก็ตามศาลฯบอกว่าภายใน 15 วัน คำวินิจฉัยกลางจะออกมาได้ หรือหากมีคำวินิจฉัยล่าช้ากว่า 15 วัน นั้น ในวาระ 3 เราก็คงยังไม่รีบพิจารณาก็คงเก็บไว้ได้จนกว่าจะมีความชัดเจน หรือหากจะมีการแก้ไขก็จะดำเนินการแก้ไขในส่วนใหม่ก่อน แต่ในกฎหมายระบุว่าเมื่อผ่านวาระ 2 แล้วใน 15 วันให้ลงมติวาระที่ 3 ก็ไม่มีช่องทางอื่นให้ถอนออกมาได้เลย เพราะผ่านวาระ 2 ไปแล้ว ก็ต้องไปดูข้อกฎหมายอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร” นายวรวัจน์ กล่าว  
 
          ทั้งนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะมีการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาแนะรัฐบาลว่ารัฐบาลควรแก้ไขในแนวทางที่มีความเสี่ยงกับรัฐบาลน้อยที่สุดนั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลดูให้เกิดความรอบคอบและทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด จะเห็นว่าแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญนั้นรัฐบาลพยายามหาทางออกที่ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนมากและแก้ปัญหาได้กับทุกฝ่าย ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการก่อนในเรื่องการแก้ไขรายมาตรา แต่ก็ต้องดูว่าหากต้องแก้ทั้ง 300 กว่ามาตราก็จะทำให้รัฐบาลแทบไม่ต้องไปทำอย่างอื่นเลย

 

ปัดน้องชาย-ภรรยาสถาพรลงส.ส.ลำพูนแทนโยนพรรคตัดสินใจ

 
          นายวรวัจน์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่พรรคเพื่อไทย เตรียมส่งคนสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำพูน แทน นายสถาพร มณีรัตน์ ที่เสียชีวิตลง ว่า ยังไม่มีการเคาะ ต้องให้ส่วนของพรรคเป็นผู้ตัดสินใจแต่ทราบว่าได้มีการพูดคุยกันไว้บ้างแล้ว
 
          ถามว่าญาติคุณสถาพร บอกว่า อยากให้น้องชายหรือภรรยานายสถาพร ลงสมัครแทน นายวรวัจน์ กล่าวเพียงว่า “ต้องให้ทางพรรคตัดสินใจ”