
จำคุก'อดีตปธน.ตูนิเซีย'ตลอดชีวิต
ศาลทหารตูนิเซียตัดสินจำคุกอดีตประธานาธิบดีซีน เอล อาบิดีน เบน อาลี ตลอดชีวิตในคดีสังหารผู้ชุมนุมประท้วงช่วงที่มีการปฏิวัติโค่นล้มเขาลงจากตำแหน่งเมื่อต้นปีที่แล้ว
20 ก.ค.55 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวานนี้ศาลทหารมีคำตัดสินลับหลังให้จำคุกนายเบน อาลี ตลอดชีวิตฐานมีส่วนสมรู้ร่วมคิดในคดีฆาตกรรมผู้ประท้วง 43 คน และทำให้มีผู้บาดเจ็บ 97 คนในช่วงที่มีการปราบปรามผู้ชุมนุมขับไล่เขาระหว่างเดือน ธ.ค.2553 ถึง ม.ค.2554 โดยที่อดีตผู้นำวัย 75 ปีไม่ได้ปรากฏตัวในศาลเนื่องจากยังคงลี้ภัยอยู่ซาอุดิอาระเบีย นับเป็นคดีที่ 4 ที่เขาถูกตัดสินความผิดนับจากพ้นจากอำนาจ
นอกจากนี้ ศาลยังตัดสินอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกเกือบ 40 คนในคดีเดียวกัน โดย 21 คนในจำนวนนี้ได้รับคำตัดสินให้พ้นผิด ส่วนที่เหลือต้องโทษจำคุก 5-20 ปี เช่น พลเอก อาลี เซเรียติ อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีถูกจำคุก 20 ปี และนายราฟิก เบลฮัจ คาเซม อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย ถูกจำคุก 15 ปี
ขณะที่ ครอบครัวเหยื่อแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสิน เพราะมองว่า นายเซเรียติและคาเซมได้รับโทษเบาเกินไป บางคนบอกว่าคนเหล่านั้นควรได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตทั้งหมด
อีกทั้ง การชุมนุมขับไล่เบน อาลีเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ธ.ค. 2553 เนื่องจากไม่พอใจต่อการปกครองแบบเผด็จการและทุจริตคอร์รัปชั่นนาน 23 ปี และมีผู้เสียชีวิตจากการใช้กำลังปราบปรามของรัฐบาลรวมกว่า 300 คน แต่สุดท้ายเขายอมลงจากอำนาจและลี้ภัยไปซาอุดิอาระเบียในวันที่ 14 ม.ค.ปีที่แล้ว และการปฏิวัติโดยพลังประชาชนในตูนิเซียที่ประสบความสำเร็จได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดกระแสการชุมนุมขับไล่ผู้นำเผด็จการในหลายชาติของโลกอาหรับและอดีตผู้นำตูนิเซียได้รับการตัดสินลงโทษใน 3 คดีในปีที่เคยถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 66 ปีในคดียักยอกทรัพย์ ครอบครองอาวุธและยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย คดีฉ้อโกง และคดีใช้อำนาจโดยมิชอบ



