
งานที่รัฐบาลไม่ถนัด
งานที่รัฐบาลไม่ถนัด : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
คำถามที่ได้ยินบ่อยขึ้นในระยะนี้ของคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่คำถามที่ไม่แน่ใจว่า “ปีนี้น้ำจะท่วมหรือเปล่า?” เช่นก่อนหน้านี้อีกแล้วล่ะครับ แต่กลายเป็นคำถามแบบฟันธงว่า “ปีนี้จะสู้หรือจะหนี?” เพราะจากสภาพดินฟ้าอากาศ และวี่แววต่างๆ ก็ทำให้คนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งค่อนข้างเชื่อว่าคงจะต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมอย่างแน่นอน แต่อยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อย และน้ำจะลดช้าหรือเร็วขนาดไหนเท่านั้น
มีบางคนบอกว่าเขาได้รับการแจ้งเตือนว่า ถ้าเอาปริมาณน้ำปีที่แล้วเป็นเกณฑ์ ปีนี้น้ำน่าจะมีปริมาณมากกว่าปีที่แล้ว 20 เปอร์เซ็นต์ และบางคนก็อ้างแหล่งข่าวที่ตนเชื่อถือว่า ถ้าปีนี้มีพายุฝนลูกใหญ่ๆ เข้ามาสัก 2 ลูก กรุงเทพฯ ก็จะจมน้ำโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตาม ข่าวทำนองนี้ควรจะต้องฟังหูไว้หู ไม่ปล่อยใจให้เกิดอาการตื่นตูม ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท เพราะถ้าน้องน้ำมาจริงเธอก็ไม่ได้เอ็มเอสเอ็นมาบอกใครล่วงหน้าหรอกครับ
ผมถามเพื่อนบางคนว่า ปีนี้ทำไมถึงไม่คิดหนีน้ำเหมือนปีที่แล้ว? เขาก็ตอบว่าเมื่อปีกลายอารามตกใจและไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัวก็เลยเผ่นออกมาจากบ้าน แต่ปีนี้มีทั้งเวลาในการเตรียมตัวเตรียมใจและประสบการณ์จากปีที่แล้ว จึงคิดที่จะลองปักหลักสู้ดูสักตั้ง แต่ก็มีบางคนบอกว่าปีที่แล้วหมดเงินไปมากกับการอพยพไปอยู่ที่อื่นและการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด ดังนั้นปีนี้ไม่มีปัญญาจะหาเงินจากไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายเหล่านั้น และการอยู่บ้านแม้จะต้องทนความไม่สะดวกและความลำบากลำบนต่างๆ แต่ก็น่าจะประหยัดเงินมากกว่า
สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ เพื่อนฝูงของผมแทบทุกคนไม่มีใครแสดงความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร และก็ไม่มีใครหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐ ทุกคนทำตัวเป็นชาวบ้านบางระจันที่จะยืนหยัดต่อสู้กับน้ำท่วมโดยไม่พึ่งพาภาครัฐ ทั้งนี้ก็คงเป็นด้วยสิ่งที่ได้เห็นและเป็นมาจากน้ำท่วมปีที่แล้ว รวมถึงการเยียวยาผู้ประสบภัยที่ทำกันกระจิ๊บกระจ้อยอย่างเสียไม่ได้ รวมถึงการขุดลอกคูคลองปรับปรุงแก้ไขทางน้ำผ่าน เพื่อช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งยังไม่มีภาพให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน
การช่วยเหลือตนเองก่อนที่จะรอรับความช่วยเหลือจากคนอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือการช่วยตนเองแบบต่างคนต่างทำ ไม่มีแผนรวมหรือการประสานงานกับคนอื่น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาที่ซ้ำซ้อนและยุ่งยากยิ่งขึ้น เป็นต้นว่าหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเมื่อปีกลายได้รับความเดือดร้อนจากการถูกน้ำท่วมขัง ปีนี้ก็เลยสร้างกำแพงสูงขึ้นมาปกป้องหมู่บ้านของตน
ซึ่งถ้าเกิดน้ำท่วม หมู่บ้านแห่งนั้นอาจจะปลอดภัย แต่ชาวบ้านโดยรอบย่อมจะตกที่นั่งลำบากกว่าปีก่อน เพราะน้ำไม่สามารถไหลผ่านหมู่บ้านนั้นไปได้ หรือชาวบ้านบางพื้นที่อาจสร้างคันดินกั้นแนวถนน ซึ่งทำให้น้ำไม่ไหลมาทางฝั่งตนแต่ไปท้นอยู่อีกฟากหนึ่ง เป็นต้น - เรื่องเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นแน่นอน และสร้างปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้ง แตกแยก ของคนในท้องถิ่น ซึ่งอาจลุกลามไปมากกว่านั้น
รัฐบาลจะทำหรือไม่ทำอะไรกับเรื่องน้ำท่วมปีนี้ ผมว่าไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจเท่าไหร่หรอกครับ แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือรัฐบาลมีแนวทางอย่างไรในการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งของประชาชนในเรื่องดังกล่าว ?
หรือว่านี่ไม่ใช่งานที่รัฐบาลนี้ถนัด?



