
ยันเร่งถกพท.ร้องสอบรมว.กห.คดี'มาร์ค'
ผู้ตรวจการแผ่นดินยันเร่งพิจารณากรณี "พท." ร้อง รมว.กห.เพิกเฉยคดี "มาร์ค" ด้าน "ศิริโชค" โพสต์แฟซบุ๊ค แจงแทน "มาร์ค" ปมหนีทหาร อ้างไม่ต้องใช้ สด.43 จวกอย่าปล่อยแกนนำแดงสร้างกระแสหลอกลวง
19ก.ค.2555 นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบตามคำร้องของนายนายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ขอให้ผู้ตรวจฯตรวจสอบการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีกล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทุจริตใช้เอกสารหลักฐานปลอม เพื่อเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ร.ร.จปร.) ว่า หลังจากสำนักงานฯได้รับคำชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคำชี้แจงเพื่อทำการสรุปข้อเท็จจริง ก่อนที่จะเสนอต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณา
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรืองบประมาณ ที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เข้าข่ายเป็นเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติหรือละเลยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คนได้มีการแบ่งความรับผิดชอบในการดูแลไว้แล้ว โดยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับด้านทหารจะอยู่ในความรับผิดชอบของนายศรีราชา เจริญพานิช ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริงและมีความเห็นในแนวทางปฏิบัติอย่างไรก็จะเสนอเรื่องไปยังเลขาธิการสำนักงานเพื่อนำเสนอต่อนายศรีราชาพิจารณาและมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต่อไป แต่ทั้งนี้หากนายศรีราชาเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ที่ประชุมผู้ตรวจฯควรได้มีความเห็นร่วมกันก็สามารถนำต่อที่ประชุมได้
"เรื่องนี้เป็นการร้องว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมละเลยไม่ปฏิบัติ ไม่ใช่การร้องนายอภิสิทธิ์ ดังนั้นการพิจารณาของผู้ตรวจการ ก็จะต้องยึดตามคำร้องคือดูว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมละเลยหรือไม่ จะนอกคำร้องไม่ได้ ซึ่งหากนายศรีราชาเห็นว่าข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เสนอนั้นพบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมละเลยยังไม่ปฏิบัติตามที่ผู้ร้องๆ จริง ก็จะมีหนังสือเสนอแนะถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่ามันมีข้อผิดพลาดอะไร และควรปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้องอย่างไร หากผู้ถูกร้องไม่ปฏิบัติตามที่ผู้ตรวจฯเสนอแนะ กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดโทษเอาไว้ เพียงแต่ให้ผู้ตรวจทำรายงานถึงผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของบุคคลนั้น ในที่นี้ก็หมายถึงนายกรัฐมนตรี และหากนายกฯยังไม่ดำเนินการให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ตรวจฯก็ต้องทำรายงานเสนอต่อรัฐสภา ซึ่งก็อาจจะมีการนำเรื่องไปตั้งกระทู้ถาม" นายรักษเกชา กล่าวและว่า เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของสังคม คาดว่าการพิจารณาดำเนินการของผู้ตรวจคงจะได้ข้อยุติในเร็วๆ นี้
เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมาระบุแล้วว่า จากหลักฐานนายอภิสิทธิ์หนีทหารจริงจะกลายเป็นการกดดันผู้ตรวจฯหรือไม่ นายรักษเกชา กล่าวว่า ไม่กดดัน เพราะผู้ตรวจฯไม่ได้ดูว่านายอภิสิทธิ์ผิดหรือไม่ผิด เนื่องจากไม่ได้มีการร้องในประเด็นนี้ แต่ร้องว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่จัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ขอให้ผู้ตรวจฯเข้าไปดูแลให้มีการดำเนินการให้ถูกต้อง ซึ่งหากข้อเท็จจริงพบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ผู้ตรวจก็จะมีข้อเสนอแนะไป
เมื่อถามต่อว่า มองหรือไม่ว่ากรณีนี้เป็นการยืมมือผู้ตรวจการแผ่นดินจัดการนายอภิสทธิ์ นายรักษเกชา กล่าวว่า ยืมมือหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ตรวจการฯมีหน้าที่ดูแลให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อมีการร้องว่าหน่วยงานของรัฐยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องดำเนินการ
"ศิริโชค"โพสต์แฟซบุ๊คแจงแทน"มาร์ค"ปมหนีทหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค "Sirichok Sopha" ชี้แจงกรณีการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์โดยระบุว่า "ผมเห็นพี่น้องเสื้อแดงหลายท่านบริโภคข่าวของสื่อแดง และเกิดความเข้าใจผิดๆ ก็ขออนุญาตชี้แจงแบบง่ายๆให้เกิดความเข้าใจ 1) อายุ 17 ปีต้องไปลงทะเบียนเป็นทหารกองเกินที่สัสดีในอำเภอหรือสนง.เขตของท่าน 2)เมื่ออายุ 21 ปี (ครบ 20 ปี ย่าง 21 ปี) ต้องไปแสดงตนเพื่อรับหมายเกณฑ์"
"คุณอภิสิทธิ์ได้ไปศึกษาต่างประเทศ จึงไม่ได้ไปลงทะเบียนเป็นทหารกองเกิน (สด9)เมื่ออายุครบ 17 ปี แต่เมื่อสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี(ปี 29) ก็รีบมาลงทะเบียนทหารกองเกินและได้รับ ใบ สด 9 ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2529 แต่ไม่ได้ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเกณฑ์ในช่วงเมษา ปี2530 เนื่องจากได้ทำการผ่อนผันไปศึกษาปริญญาโทในต่างประเทศ ตามหนังสือสด 41 เลขที่ 4892/29 ลงวันที่ 4 พ.ย. 2529 และปรากฎในทะเบียนบัญชียกเว้น หรือผ่อนผันกรณีไปศึกษาต่างประเทศ สด 20
เมื่อนายอภิสิทธิ์ มีกำหนดให้ไปรับการตรวจเลือกในเดือนเมษายน 2530 แต่ไม่ได้ไป เพราะได้มีการผ่อนผันไปเรียนต่างประเทศแล้ว แต่อาจมีข้อบกพร่องในการบันทึกเอกสาร ก็เลยมีหลักฐานบันทึกว่า "ขาดการตรวจเลือก" ซึ่งแนวทางปกติก็คือ จะต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกใหม่ในเดือนเมษายนของปี 2531 แต่ 4 เดือนถัดมาคือเดือนสิงหาคม 2530 นายอภิสิทธิ์ได้ไปสมัครเข้าเป็น ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร (ตามกฎหมายนับเป็น ข้าราชการทหาร แม้จะมีคำว่า "พลเรือน") "
"ประเด็นต่อไปที่ต้องวิเคราะห์คือ นายอภิสิทธิ์มีสิทธิที่จะไปสมัครเป็นข้าราชการทหารหรือไม่? เกณฑ์การรับสมัครเป็นข้าราชการทหารมีดังนี้ 1 อายุไม่ถึง 21 ปีให้ใช้ ใบ สด 9 อย่างเดียว 2อายุเกิน 21 ปีให้ใช้ ใบ สด9 และใบสด 43 (ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร) หรือ ใบสด 9 และใบผ่อนผันไปเรียนต่างประเทศ สด 41"
"กรณีของนายอภิสิทธิ์นั้นอายุเกิน 21 ปีจึงเข้าเกณฑ์การใช้ใบสด 9 และใบสด 41 มิใช่ใบ สด43 เพราะไม่เคยผ่านการเกณฑ์ทหาร แต่ใช้สิทธิในการเข้ารับราชการทหารตามกฎหมาย เพราะฉะน้ั้น เลิกเรียกร้องหาใบ สด 43 มันคนละกรณี อย่าปล่อยให้แกนนำแดงสร้างกระแสหลอกลวง พี่น้องเสื้อแดงไปเรื่อยๆเลยครับ"



